สมาชิก ชมรมผู้สูงอายุยางใหญ่พัฒนา ไปร่วมงาน ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูผู้สูงอายุแบบองค์รวม ๓-๕ มีนาคม ๒๕๕๗ และ ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงาน ที่ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขตอุดมศักดิ์ ชลบุรี นัดหมายจะออกเดินทางด้วยรถโค้ช ๒ ชั้น (VIP) คันที่ ๕ จากจำนวนทั้งหมด ๖ คัน จากเทศบาลตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ในเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. ผมออกจากบ้านในเวลา ๒๒.๐๐ น. โดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง ๑๕ นาที ก็ถึงเทศบาลตำบลสุรนารี.....โอ้พระเจ้า....ปรากฏว่า สมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ตำบลสุรนารี มานั่งรอ ยืนรอ กันเป็นกลุ่ม ๆ แล้วมากกว่า ๒๐๐ คน ได้ยินว่าบางคนมารอกันตั้งแต่ ๒๑.๐๐ น. โชคดีที่ยังมีที่ว่างเหลืออยู่ ๒ ที่ในที่จอดรถของเทศบาลพอดี ก็เลยได้จอดรถไว้ในที่มีหลังคา มองไปรอบ ๆ เห็นมีรถจอดที่ใต้ต้นไม้ข้างสนาม และในบริเวณข้างถนนอยู่จำนวนมาก ผมจึงงง ๆ ว่าทำไมเหลือที่จอด ๒ ที่ตรงที่จอดรถที่มีหลังคาได้ในตอนที่ผมเดินทางไปถึง
รถโค้ชบริษัทเดินทางมาถึงเทศบาล ในเวลาประมาณ ๒๒.๔๕ น. หลังจากจอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมาชิกชมรมผู้สูงอายุก็พากันขึ้นไปจับจองที่นั่งกันอย่างรวดเร็ว....โดยได้รับแจ้งว่า ให้เว้น ๒ แถวหน้าชั้นบน ไว้ให้บุคคลากรของเทศบาล ที่จะเป็นผู้ช่วยกำกับดูแลการเดินทางไปศึกษาดูงานด้วย.....ผมโชคดีที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากประธานชมรมผู้สูงอายุยางใหญ่พัฒนาถึงเรื่องการจับจองที่นั่ง....จึงนัดหมายล่วงหน้ากับอาจารย์พันธ์ เลขาฯ ชมรม ว่าจะนั่งด้วยกันกับอาจารย์ ขอให้อาจารย์ช่วยจองที่นั่งติดกันไว้ให้ด้วย เนื่องจากอาจารย์เคยเดินทางไปศึกษาดูงานกับเทศบาลมาหลายครั้งแล้ว จึงมีทักษะในการจับจองที่นั่งในการเดินทาง.....ในครั้งนี้ผมจึงได้ที่นั่งด้านซ้ายติดหน้าต่าง ในแถวที่ ๓ จากด้านหน้า ในชั้นบน....เป็นไปตามที่อาจารย์พันธ์ตั้งเป้าไว้คือ ด้านซ้ายแถว ๓ หรือ ๔ .....ต้องขอบพระคุณอาจารย์ไว้ในที่นี่อีกครั้งคร๊าบ.......
ขบวนรถทั้ง ๖ คัน ออกเดินทางจากเทศบาลตำบลสุรนารี ในเวลา ๒๓.๓๐ น. โดยเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ผ่าน อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอกบินทร์บุรี.... โดยเดินทางกันอย่างสบาย ๆ ตามสไตส์ สว. คือมีการจอดแวะพักเพื่อทำกิจส่วนตัว ที่ปั้มน้ำมันที่มีห้องน้ำและร้านจำหน่ายสินค้า ทุก ๒ ชั่วโมง.....แม้กระนั้นก็ตาม สำหรับรถคันที่ ๕ ของกลุ่มเรา ก็เกิดเหตุการณ์ตื่นเต้นมากขึ้น เพราะมีสมาชิก ๑ คน เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้องและต้องปลดทุกข์บ่อย จึงต้องมีการจอดรถแบบฉุกเฉินเพิ่มขึ้น แม้ว่าเป็นรถโค้ชแบบ VIP แต่ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่รองรับการปลดทุกข์แบบหนัก และต้องติดต่อขอยาจากฝ่ายหมอและพยาบาล ที่อยู่ที่รถคันอื่นมารับประทานแก้ท้องเสียในเวลาต่อมา.....ก็ไม่ทราบว่าคันอื่นมีเหตุทำนองนี้เกิดขึ้นด้วยหรือไม่ ? เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ในการเดินทางเป็นกลุ่มของคนจำนวนมาก ผู้จัดจึงต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งเรื่องหมอหรือพยาบาลและยาต่าง ๆ....ซึ่งเรื่องนี้ นายกเทศมนตรี ตำบลสุรนารี ก็ได้ย้ำเตือนแล้วในเช้าวันก่อนเดินทาง ให้แต่ละคนอย่าลืมเตรียมยาที่ตนเองต้องใช้ไป และ ขอให้ฝ่ายหมอพยาบาลเตรียมยาต่าง ๆ ไปให้เพียงพอ....
ขบวนรถทั้ง ๖ คัน เดินทางไปถึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ในเวลาประมาณ ๕.๐๐ น. ซึ่งเร็วกว่าเวลาที่นัดไว้เพื่อแวะพักรับประทานอาหารเช้า ที่ ร้านอาหารอิ่มท้อง ๒ ในเวลา ๖.๐๐ – ๗.๐๐ น. ดังนั้น ขบวนรถจึงต้องไปจอดรออยู่ที่บริเวณปั้มน้ำมันก่อนถึงร้านอาหาร เป็นเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง...อย่างไรก็ตาม สมาชิก สว. ทั้งหลาย ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ เพราะแต่ละกลุ่มก็กำลังใช้เวลาทำกิจกรรมที่สนใจต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจว่ารถโค้ชจะเดินทางหรือหยุดอยู่กับที่เฉย ๆ ... บางกลุ่มก็ร้องเพลงคาราโอเกะไปเรื่อย ๆ บางกลุ่มก็นอนพักเอาแรง บางกลุ่มที่อยู่ชั้นล่างก็ตั้งวงคิดเลขกัน ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางอย่างไม่สนใจอย่างอื่น....ผมได้เรียนรู้ว่า ไกด์ประจำรถต้องทำหน้าเป็น รปภ. ด้วยตลอดการเดินทาง เมื่อใดจะมีด่านตำรวจก็จะต้องแจ้ง พร้อมการดับไฟส่องสว่างที่ด้านล่าง กลุ่มพวกนักคิดเลขทั้งหลายต้องรีบเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่มิดชิด....
เมื่อได้เวลาประมาณ ๖.๐๐ น. รถก็เคลื่อนไปจอดที่ร้านอาหารอิ่มท้อง ๒ (อาหารมื้อที่ ๑) เพื่อให้สมาชิกทุกท่านได้ลงจากรถ เพื่อรับคูปองอาหารเช้า เพื่อไปรับอาหารเช้าจากทางร้าน ที่ตามแจ้ง ประกอบด้วย ข้างราดแกง กับข้าว ๒ อย่าง หรือ ข้าวขาหมู + ขนม + กาแฟ + ไมโล เมื่อพวกเราจำนวนเกือบ ๓๐๐ คน ลงมาจากรถโค้ช ๖ คันที่มาถึงพร้อม ๆ กัน รับคูปองเข้าไปในร้าน พบว่า ทางร้านมีสถานที่ที่สำหรับการตักอาหารให้เพียงจุดเดียว คน ๓๐๐ คนต้องเดินมาเข้าคิวเรียงแถวเดียว เพื่อสั่งอาหาร ข้าวราดแกง กับข้าว ๒ อย่าง หรือ ข้าวขาหมู เมื่อตอนตัวเองเดินเข้าร้านมาก็เห็นคิวยาวเป็น ร้อยคนแล้ว ได้รับการร้อง (ตะโกน) บอกโดยไกด์ว่า มาทานกาแฟ ขนม และ ไมโล ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของร้านก่อน แล้วค่อยไปทานข้าวก็ได้...หลาย ๆ คน รวมทั้งผมเอง จึงตัดสินใจปฏิบัติตามคำแนะนำ ดื่มกาแฟร้อนกับขนมคุกกี้ไป ๒ ชิ้นแล้ว คิวรอการตักอาหารก็ยังไม่ลดสั้นลง นั่งรออยู่อีกสัก ๒๐ นาที คิวก็ยังไม่สั้นลงแถมดูเหมือนจะเริ่มยาวขึ้นอีกด้วย....พบว่ามีรถทัวร์มาเพิ่มอีก ๒ คัน...จึงต้องยอมลุกไปยืนเข้าคิวที่ยาวงอไปงอมาอยู่ภายในร้าน...ระหว่างยืนในคิว ก็มองดูท่านที่ได้อาหารมานั่งรับประทานแล้วมีอะไรบ้าง เมื่อไปถึงจะได้สั่งได้ทันทีไม่ต้องไปตัดสินใจอีกที....ที่คิดไว้อย่างหนึ่งตามที่เห็นก็คือ ไข่ดาว และ อีกอย่างค่อยตัดสินเมื่อถึงเวลา..ที่เป็นอาหารที่ไม่เผ็ด...แต่มื่อถึงคิวจริง ๆ ปรากฏว่าไม่มีไข่ดาวเหลือแล้ว ข้าวขาหมูก็ไม่เหลือ มีกับข้าวอยู่ ๓-๔ อย่าง จำได้ว่ามี ไก่ผัดกระเพรา ผัดดอกไม้กวาด ฟักทองผัดใส่ไข่ กับ ผัดหัวไชโป้วใส่ไข่ ... ตัดสินใจเลือก เห็นฟักทองผัดใส่ไข่เพิ่งทำออกมาไม่นาน จึงตัดสินใจเลือกกับผัดหัวไชโป้ว นำมาหาโต๊ะนั่ง.....ตักฟักทองผัดใส่ไข่กับข้าวร้อน ๆ ใส่ปากเป็นคำแรก....พระเจ้าช่วย....รสเค็มจัดจนต้องคายออกมาคืน เปลี่ยนมาตักผัดหัวไชโป้งใส่ไข่เป็นคำที่สอง......ให้ผลเหมือนเดิม คือรสเค็มจัด จนกลืนไม่ลง......เลยต้องวางทิ้งไว้ที่โต๊ะ.....เดินไปที่เขาตั้งกาแฟ และ ไมโล กับขนมคุ๊กกี้ (ชนิดที่เขาขายกันแบบใส่ปิ๊บขาย)เพื่อกินไมโล ๑ แก้ว เพราะกินกาแฟไปแล้ว ๑ แก้ว.....นี่คืออาหารมื้อแรกที่ได้รับบริการในการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้......ใจเสียไปมากทีเดียวว่า จะรอดไหม ? ในการมาครั้งนี้ ยังโชคดีที่หลังจากออกเดินทางจากร้านอาหาร ตอนประมาณ ๘.๓๐ น. รถก็ไปแวะจอดเติมน้ำมันที่ปั้ม ปตท. ใกล้ ๆ ซึ่งมีร้าน ๗๑๑ และ บูธขายอาหารหลายอย่างอยู่ในบริเวณปั้ม.....เห็นมีหลาย ๆ คน ตรงเข้า ๗๑๑ ผมเลยตัดสินใจไปบูธอาหารข้าง ๆ หาอาหารเช้าแบบง่ายและรวดเร็วใส่ท้อง.....เป็นประสบการณ์ ที่ได้เรียนรู้....และในเวลาต่อมาก็ได้ยินอีกหลาย ๆ คนพูดยืนยันเรื่อง อาหารที่ร้านอาหารอิ่มท้อง ๒ นี้ รสเค็มจัดมาก....ได้ยินบางคนพูดตลกว่า...มันเป็นจังซี่...เพราะแถวนี้มันใกล้ทะเล....อิอิ
เราเดินทางมาถึงสถานที่ดูงานแห่งแรกคือ คือเทศบาลตำบลเขตอุดมศักดิ์ ประมาณ ๑๐.๑๐ น. เข้าไปรวมกันที่ห้องประชุมใหญ่...รับชมวีดิโอแนะนำเทศบาล และ เล่าเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเขตอุดมศักดิ์ จะขึ้นไปกล่าวต้อนรับ และ ตอบข้อซักถาม....จบแล้วเป็นการแนะนำผู้บริหารของ เทศบาลตำบลสุรนารี ที่รวมเดินทางไปในครั้งนี้ และ สุดท้ายเป็นการ กล่าวขอบคุณ โดย ประธานชมรมผู้สูงอายุ ตำบลสุรนารี....ก่อนที่คณะของเราจะเดินทางต่อไป
เราเดินทางถึง ห้องอาหารม้าน้ำ (ตามที่แจ้งไว้ในรายการของบริษัททัวร์ แต่ที่ป้ายหน้าอาคาร เขียนว่า ห้องปลาดาว) ที่อาคารรับรอง สวัสดิการสัตหีบ ในเวลาใกล้ เที่ยง พอดี เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน แบบบุพเฟ่ย์ (เป็นมื้อที่ ๒) การจัดการดีขึ้นกว่ามื้อแรก เพราะมีการเตรียมอาหารไว้ ๒ ชุด และ สามารถเข้าคิวตักอาหารได้ ๔ แถว กลุ่มไกด์ประจำรถ ซึ่งมีคันละ ๒ คน รวม ๑๒ คน ส่วนหนึ่งมาช่วยตักต้มจืดใส่ถ้วยให้ กับตักของหวานใส่ถ้วยให้....อีกส่วนหนึ่งคอยบอกให้ไปนั่งรับประทานที่โต๊ะ ด้านในห้องที่ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว
สิ่งที่ผมรู้สึกไม่ค่อยจะดีในการจัดการของของไกด์บางคน ในครั้งนี้ก็คือ การตะโกนบอกให้พวกเรา...สมาชิกชมรมผู้สูงอายุ...ว่า...ขอให้ตักอาหารไปเท่าที่จะรับประทานหมด อย่าตักอาหารไปเผื่อกัน ถ้ายังไม่อิ่มสามารถมาตักเพิ่มได้ทีหลัง.....เรื่องการตะโกนบอกเช่นนี้ ทางไกด์บริษัทเขาอาจจะมีเหตุผลของเขา ที่เกิดจากประสบการณ์ที่เขาพบมา....แต่ในความรู้สึกของ สว. อย่างผมถือว่าไม่สุภาพ เพราะเป็นการมาตะโกนบอกโวกเวก ต่อหน้าคนต่างถิ่น (คนของร้านอาหารและเจ้าของสถานที่) .... เป็นการดูถูกว่า สว. ทั้งหลายไม่รู้จักมารยาทในการรับประทานอาหารแบบบุเฟ่ย์ ที่ดี.....ต้องคอยตะโกนกำกับไว้ ที่จริงควรจะใช้วิธีบอกกล่าวกันตั้งแต่ก่อนจะลงจากรถ จะดีกว่า...ซึ่ง ไกด์ประจำรถคันที่ ๕ ที่กลุ่ม ยางใหญ่พัฒนา นั่ง ก็ได้บอกกล่าวไว้แล้ว....อาจเป็นได้ว่า รถคันอื่น ๆ ก็อาจจะบอกเช่นเดียวกัน แต่ด้วยประสบการณ์ของพวกเขา อาจจะเคบพบว่า ถึงบอกก่อนลงจากรถแล้วก็จะยังไม่ได้ผล ต้องมาตะโกนกำกับอีกทีที่โต๊ะอาหาร จึงจะได้ผลก็เป็นได้.....ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่ามื้อแรก....

