การพัฒนาบุคลากรในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL)ตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ศตวรรษที่21

 

เพ็ญศรี  ใจกล้า และคณะครูระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่3**

ฤทธิ์ไกร ไชยงาม**

 

บทคัดย่อ

การจัดการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้มนุษย์สามารถเผชิญกับความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมได้ จึงต้องพัฒนามนุษย์ให้สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การพัฒนามุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีทักษะการแก้ปัญหามีทักษะด้านเทคโนโลยี ทักษะชีวิตมีคุณธรรม รักความเป็นไทย สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ การพัฒนาดังกล่าวต้องอาศัยวิธีการในการฝึก ดังนั้นครูจึงเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการฝึกให้นักเรียนมีลักษณะนิสัยแห่งการเรียนรู้ สามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลมีกระบวนการทำงาน มีทักษะชีวิต สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้มีคุณธรรมนำความรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข็มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพเสถียรภาพและเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน

การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคามให้มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL: Project Based Learning) ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือการวางแผน (Planning) การปฏิบัติการ (Action) การสังเกตการณ์ (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาได้แก่ การฝึกอบรม การศึกษาดูงานนอกสถานที่และการนิเทศ กลุ่มผู้ร่วมศึกษาได้แก่ ครูโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม จำนวน18 คน นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 285 คน วิทยากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบแบบโครงงาน จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การพัฒนา ได้แก่ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบแบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบสัมภาษณ์การศึกษาดูงานแบบประเมินการเรียนรู้แบบแบบโครงงาน แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้แบบโครงงาน แบบประเมินโครงงานของนักเรียน ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า การฝึกอบรม ทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ทำให้ครูเข้าใจและนำกระบวนการมาปรับใช้ในบริบทของตน และการนิเทศ ส่งผลให้ครูความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้และสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ได้เหมาะสม แต่ยังมีข้อวิตกกังวลในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ไม่แน่ใจในการทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาโครงงานของนักเรียน และยังครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้  สมควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  ต่อไป

โดยสรุป การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 โดยการฝึกอบรม การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และการนิเทศ ยังไม่ส่งผลให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบแบบโครงงาน ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ได้ ควรพัฒนาบุคลากรสามารถแบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต่อไป

 

กระแสโลกาภิวัฒน์ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ที่เจริญรุดหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เกิดเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกันในพริบตาทั้งด้านข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ ด้วยกลไกจากคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ วิทยุโดยเฉพาะความรู้มีบทบาทอย่างสำคัญจนกลายเป็นกระแสควบคุมเศรษฐกิจและสังคมโลกเกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี เกิดกระแสเศรษฐกิจ-สังคมฐานความรู้ เรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มีบทบาทอย่างยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์ บริบทและปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวล้วนมีอิทธิพล ส่งผลต่อการศึกษาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทั้งการศึกษาในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัยที่เน้นในเรื่องของมาตรฐานและคุณภาพ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2551 : 3-4)ภูมิหลัง

จากการประเมินคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษาของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจำนวน 30,010 แห่ง ได้มาตรฐานเพียงร้อยละ 35 เท่านั้น โดยด้านที่ไม่ได้มาตรฐานได้แก่ด้านผู้เรียน ไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ ความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทักษะการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2551 : 11) ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าสถานศึกษาจำนวนมากที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ขาดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้งการคิด วิเคราะห์ ใฝ่เรียนรู้และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง คุณธรรมจริยธรรม(สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2552 : 2) จากเหตุผลดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ได้มาตรฐานในด้านความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ มีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร มีทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ หมายถึงการเรียนรู้ในสถานการณ์จริงสถานการณ์จริงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงต้องเอาผู้เรียนแต่ละคนเป็นตัวตั้ง ครูจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ กิจกรรม และการทำงาน อันนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนครบทุกด้านทั้งร่างกาย ทางจิตหรืออารมณ์ ทางสังคมและทางสติปัญญา ซึ่งรวมถึงพัฒนาการทางจิตวิญญาณด้วยในการเรียนการสอนแบบเอาชีวิตเป็นตัวตั้งนี้ ครูควรเปลี่ยนบทบาทจากการบอกความรู้ เป็นผู้เอื้ออำนวย ให้ความรักความสนใจในชีวิตของนักเรียนแต่ละคน จัดประสบการณ์การเรียนรู้อันหลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน ร่วมเรียนรู้กับนักเรียนในสถานการณ์จริง รู้ศักยภาพที่แตกต่างกันของนักเรียนของนักเรียนแต่ละคนและส่งเสริมให้นักเรียนนำศักยภาพนั้นมาใช้

ภูมิหลัง

     การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนมีความสำคัญ ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่21  มากที่สุดเพราะเป็นการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองสามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลมีกระบวนการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ (กรมวิชาการ. 2544 : ไม่มีเลขหน้า) เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้หรือการค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่ผู้เรียนอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เลือกศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม เป็นการตัดสินใจร่วมกัน จนได้ชิ้นงานที่สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ได้ในชีวิตจริง ใช้เทคนิคหลากหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน ได้แก่กระบวนการกลุ่ม การฝึกคิด การแก้ปัญหา การเน้นกระบวนการ การสอนแบบปริศนาความคิดและการสอนแบบร่วมคิด ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจ อยากรู้อยากเห็นของผู้เรียนเอง โดยใช้กระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เน้นผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง

 เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งเรียนรู้เบื้องต้น ผู้เรียนสามารถสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้ที่ผู้เรียนได้มาไม่จำเป็นต้องตรงกับตำรา แต่ผู้สอนจะสนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้และปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.2550 : 1) การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม(Bloom) ทั้ง 6 ขั้น กล่าวคือ ความรู้ความจำ (Knowledge) ความเข้าใจ (Comprehension)การนำไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ (Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมินค่า(Evaluation) และยังเป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่การวาง แผนการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ผลผลิต และการประเมินผลงาน โดยผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้จักการเรียนรู้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.2550 : 2)

จากรายงานสรุปผลการดำเนินงานผลการใช้ หน่วยบูรณาการ เรื่องวิถีชีวิตพอเพียง โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ด้วยแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ที่มีผลต่อสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมปีการศึกษา2553  พบว่า ครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้   การวางแผนทำงานร่วมกัน มีน้อย เพราะครูต่างมีภาระงานมาก มากจริงๆ    ครูเรายังยึดตนเองเป็นสำคัญมากกว่าผู้เรียน ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม คือ มุ่งจัดการเรียนรู้ให้จบตามเนื้อหาในแบบเรียน ใช้วิธีสอนที่เน้นการบรรยายเป็นหลัก ครูขาดความมั่นใจในการเป็นที่ปรึกษาโครงงาน  (เพ็ญศรี ใจกล้าและคณะ :  2553) สอดคล้องกับรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) พบว่าผลการประเมินมาตรฐานด้านผู้เรียนมาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ อยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ และเสนอแนะให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้ทำโครงงานในทุกกลุ่มสาระและทุกระดับชั้น เพื่อฝึกความคิดอย่างเป็นระบบ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. 2552 : 41-44)

จากการระดมหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าว พบว่า ครูขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมจึงมีความสนใจในการดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน และเพื่อให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยเห็นพ้องร่วมกันน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งให้เกิดภูมิคุ้มกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน  พร้อมทั้งเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมคน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและสังคมไทยให้มีคุณภาพ มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากร และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม(http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=395)

โรงเรียนเชียงยืนจึงมีความตั้งใจในการดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่21 โดยนำมาสอนในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmisและ Mc Taggart มาดำเนินการพัฒนา เพื่อให้บุคลากรสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลต่อผู้เรียน และสอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาตามความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 การพัฒนาบุคลากร

1. ความหมายของการพัฒนาบุคลากร

การพัฒนาเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่พึงปรารถนาหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพความเจริญก้าวหน้า ฉะนั้น การพัฒนาบุคลากรจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของการพัฒนาบุคลากรไว้ ดังนี้

บรรยงค์ โตจินดา (2543 : 192) การพัฒนาบุคลากร หมายถึง การพัฒนาทรัพยากรกับความต้องการของตลาด

1. การเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เพื่อประโยชน์และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

2. การค้นหาวิธีการและเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะสร้างบรรยากาศในการทำงานเพื่อกระตุ้นให้ทรัพยากรมนุษย์ มีความคิดสร้างสรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

3. การสร้างบรรยากาศขององค์กรให้เป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

4. การเพิ่มอัตราการใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเปลี่ยนค่านิยมให้ถูกต้องในเรื่องของความรับผิดชอบ สร้างจริยธรรมในอาชีพ สร้างความซื่อสัตย์ สร้างวินัยโดยเฉพาะวินัยแห่งตนเอง

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2543 : 621) สรุปว่า การพัฒนาบุคคล หมายถึงกระบวนการวางแผนและดำเนินการให้พนักงานของรัฐปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทัศนคติและสำนึกที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้งานของราชการบรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่วางไว้โดยในขณะเดียวกันตัวข้าราชการก็จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถและความพร้อมที่จะก้าวหน้าขึ้นไปด้วย

สำนักงานปฏิรูปการศึกษา (2544 : 18) สรุปว่า การพัฒนาครูและบุคลากรทาง การศึกษาเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อการบริหารงานบุคคลกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ มีทักษะความเชี่ยวชาญตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานอันจะส่งผลให้งานที่ปฏิบัติบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

สรุปได้ว่า การพัฒนาบุคลากร หมายถึง กระบวนการหรือวิธีการต่าง ๆ ที่ส่งเสริมและปรับปรุงให้บุคคลในหน่วยงาน มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะและทัศนคติในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบได้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง สามารถเรียนรู้ และอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างมีความสุข

2. ทฤษฎีที่เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร

      ธงชัย สันติวงษ์ (2539 : 383-385) ได้กล่าวถึงทฤษฎีแรงจูงใจของ Maslow ไว้ว่าพฤติกรรมของคนจะถูกกำหนดและควบคุมโดยแรงจูงใจต่าง ๆ และแรงจูงใจเหล่านี้ก็ยังมีลักษณะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคนอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารควรจะได้ทราบว่าแรงจูงใจหรือความต้องการ (Motive Wants) ของคนในองค์กรว่ามีรูปแบบอย่างไรบ้างความรู้ในเรื่องดังกล่าวได้รับการศึกษาอย่างถูกต้องจนกระทั่งตั้งทฤษฎีทั่วไป (General Theory) เกี่ยวกับแรงจูงใจคนผู้ตั้งทฤษฎี คือ A. H. Maslow ซึ่งได้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ไว้ดังนี้

1. ทุกคนมีความต้องการ และความต้องการนี้จะมีอยู่ตลอดเวลา และไม่มีวันสิ้นสุด ข้อสมมติฐานดังกล่าวถือเป็นข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งว่า คนทุกคนต่างมีความต้องการและความต้องการนี้จะไม่มีทางสิ้นสุดนับตั้งแต่เกิดจนตาย

2. ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้วก็มิใช่แรงจูงใจสำหรับพฤติกรรมต่อไปอีก ตามความหมายนี้แสดงให้เห็นว่า ความต้องการที่จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมจะต้องเป็นความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ความต้องการใด ๆ ที่ได้รับการตอบสนองเสร็จสิ้นไปแล้วก็จะไม่มีความหมายของบุคคลนั้น และความต้องการลำดับต่อไปที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่านั้นที่จะมีอิทธิพลต่อบุคคลดังกล่าวไว้

3. ความต้องการของคนจะมีลักษณะเป็นลำดับขั้นจากต่ำไปสูงตามลำดับของความสำคัญ ลักษณะดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า ความต้องการต่าง ๆ จะมีลักษณะตามลำดับของความสำ

  1. ขั้นตอนในการพัฒนาบุคลากร

สหชาติ ไชยรา (2547 : 30) ได้อ้างข้อเสนอแนะขั้นตอนในการพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาของเมธี ปิลันธนานนท์ (2549) ว่ามี 5 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1ศึกษาปัญหาและสำรวจความต้องการเพื่อพัฒนา ควรจะมีการศึกษา วิเคราะห์หรือวิจัย เพื่อให้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของหน่วยงาน นอกจากนี้ควรศึกษาให้ครอบคลุมถึงการสำรวจข้อมูลพื้นฐานปัจจุบันของบุคลากร

ขั้นที่ 2การกำหนดจุดมุ่งหมายโดยกำหนดจากปัญหาและความต้องการในการพัฒนาความต้องการในการพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

1. ความต้องการพัฒนาของระบบในส่วนรวม

2. ความต้องการพัฒนาเฉพาะหน่วยงาน

3. ความต้องการพัฒนาของปัจเจกบุคคล

ขั้นที่ 3การวางแผนพัฒนา เป็นขั้นตอนที่ครอบคลุมไปถึงการกำหนดกิจกรรมหรือวิธีการต่าง ๆ ที่ใช้ในการพัฒนา กำหนดผู้รับผิดชอบกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งกำหนดเวลาที่จะดำเนินการโดยใช้การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร และควรพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนงานด้านอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับกำลังคน

ขั้นที่ 4การดำเนินการพัฒนา เป็นขั้นตอนการลงมือปฏิบัติดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ควรจะให้บุคลากรในหน่วยงานได้รับทราบเกี่ยวกับแผนดำเนินงาน เพื่อจะได้เข้าใจและให้ความร่วมมือในการดำเนินการให้บรรลุจุดมุ่งหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ และเป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเฉพาะอย่างเช่น การตัดสินใจเลือกกิจกรรมช่วงเวลาสำหรับกิจกรรม บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เงินที่ใช้จ่าย สิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ

ขั้นที่ 5การประเมินผลกระบวนการพัฒนาบุคลากร เมื่อได้ดำเนินการพัฒนาไปแล้วจำเป็นต้องมีการประเมินผลซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะผลจากการประเมินจะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนต่าง ๆ ในการพัฒนาบุคลากรครั้งต่อไปให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

4. รูปแบบและวิธีการพัฒนาบุคลากรในการศึกษาครั้งนี้ ใช้คำว่า กลยุทธ์ในการพัฒนา ตามแนวคิดของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ ดังนี้

1. การฝึกอบรม (Training Workshop)การฝึกอบรมแม้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบริหารในยุคปัจจุบันก็ตามแต่ขอให้ตระหนักอยู่เสมอว่าการฝึกอบรมมิใช่ยาวิเศษ ที่จะแก้โรคขององค์การได้ทุกชนิด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้การฝึกอบรมในการแก้ปัญหาและพัฒนาให้เหมาะสมเพราะการฝึกอบรมเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณสูงมาก ตลอดจนวิธีการฝึกอบรมจะต้องมีประสิทธิภาพด้วย จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์การ (สมคิด บางโม. 2545 : 12)

2. การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การศึกษาดูงานนอกสถานที่หมายถึง การศึกษาดูงานเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถทำให้บุคลากรได้รับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น และยังส่งผลให้บุคลากรนำความรู้ที่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ตนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

3. การนิเทศ การนิเทศหมายถึงกระบวนการร่วมมือกันของผู้บริหารและคณะครูทุกคนในโรงเรียน ในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน อย่างมีระบบขั้นตอน

 การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

1. ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

การเรียนรู้แบบโครงงาน มีชื่อเรียกอื่นที่มีความหมายเดียวกันหลายชื่อ เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน การเรียนรู้แบบโครงการ การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เป็นต้น มีผู้ให้ความหมายไว้หลายแนวคิด ดังนี้

วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (2549 : 180) กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นระบบซึ่งมุ่งส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ร่วมกันวางแผนเพื่อสร้างองค์ความรู้หรือแก้ปัญหาด้วยการศึกษาค้นคว้า ทดลองตามขั้นตอนและส่วนประกอบของโครงงาน โดยเมื่อปฏิบัติการโครงงานเสร็จแล้วต้องได้องค์ความรู้ใหม  และสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อมได้

     วราภรณ์ ตระกูลสฤษดิ์ (2551 : 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ของแต่ละคนให้ได้รับการพัฒนาได้เต็มขีดความสามารถที่มีอยู่จอย่างแท้จริงทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้เรียนวิธีการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองรวมทั้งปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ อันจะนำไปสู่การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ได้ในที่สุด

      ทิศนา แขมมณี (2551 : 139) การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นหลักคือ การจัดสภาพการณ์ของการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนได้เลือกทำโครงการที่ตนสนใจโดยร่วมกันสำรวจ สังเกต กำหนดเรื่องที่ตนสนใจ วางแผนในการทำโครงการร่วมกัน ศึกษาหาข้อมูลความรู้ที่จำเป็น และลงมือปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้จนได้ข้อค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่แล้วจึงเขียนรายงานและนำเสนอต่อสาธารณชน เก็บข้อมูล แล้วนำผลงานและประสบการณ์ทั้งหมดมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดค้น และสรุปผลการเรียนรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมด

         สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่สนใจ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล วางแผนการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ตลอดจนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง จนเกิดนิสัยรักการเรียนรู้และนำผลการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและการบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอพียงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีความสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบเพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านสังคมสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงมีผู้ให้ความหมายไว้หลายท่าน ดังนี้

       วรนุช อุษณกร (2544 : ไม่มีเลขหน้า) ได้ให้ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงในแง่มุมต่าง ๆ เอาไว้ว่าเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชน เมือง รัฐ ประเทศหรือภูมิภาคหนึ่งในการผลิตสินค้า และบริการทุกชนิด เพื่อเลี้ยงสังคมนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่าง ๆ ที่ตนไม่ได้เป็นเจ้าของ

       สุเมธ ตันติเวชกุล (2543 : 56) เศรษฐกิจพอเพียง คือ การวางรากฐานอันมั่นคงและยั่งยืนของชีวิต

      กรมการศาสนา (2550 : ไม่มีเลขหน้า) ให้ความหมายว่า เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง เศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง (Self Sufficiency) อยู่ได้โดยไม้ต้องเดือดร้อน โดยต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน คือ ตั้งตัวให้มีความพอกิน พอใช้ ไม่ใช่มุ่งหวังแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่เพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นไปตามลำดับต่อไปได้

         สรุปได้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง แนวทางการพัฒนาที่เน้นความสมดุล ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สำนึกในคุณธรรมและการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอที่ต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกระแสโลกาภิวัตน์

การจัดการศึกษาตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     ปรียานุช พิบูลสราวุธ. 2549 : 15 กล่าวว่า การจัดการศึกษาตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถดำเนินการได้ 2 ส่วน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา และส่วนเป็นการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่วนที่เป็นการจัดการเรียนรู้ได้ส่งเสริมให้บูรณาการเข้ากับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยกำหนดขอบเขตของมาตรฐานการเรียนรู้แต่ละช่วงชั้นและแต่ละชั้นปี ดังนี้

ช่วงชั้นที่ 1 เน้นให้เด็กพึ่งตนเอง หรือใช้ชีวิตพอเพียง ระดับบุคคลและครอบครัว เช่น ประถมศึกษาปีที 1 ช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ล้างจานชาม เก็บขยะไปทิ้ง กวาดบ้านจัดหนังสือไปเรียนเอง แบ่งปันสิ่งของให้เพื่อน กินอาหารหมดจาน ประถมศึกษาปีที่ 2 วิเคราะห์รายจ่ายของครอบครัว มีตารางกรอกค่าใช้จ่าย คุณพ่อ-คุณแม่ซื้ออะไรบ้าง เห็นคุณค่าของสิ่งของฝึกนิสัยประหยัด ครอบครัวมีรายได้และรายจ่ายเท่าไร ประถมศึกษาปีที่ 3 สอนให้รู้จักช่วยเหลือครอบครัวอย่างพอเพียง และรู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่น มีส่วนร่วมสร้างครอบครัวพอเพียง

ช่วงชั้นที่ 2 ฝึกให้เด็กรู้จักประยุกต์ใช้หลักความพอเพียงในโรงเรียนสามารถวิเคราะห์วางแผนและจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของตนเองและครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพมีส่วนร่วมในการในการสร้างความพอเพียงระดับโรงเรียนและชุมชนใกล้ตัวโดยเริ่มจากการสำรวจทรัพยากรต่าง ๆ ในโรงเรียนและชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแลบำรุงรักษาทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งด้านวัตถุ สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆมาเป็นข้อมูลในการเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน และเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

ช่างชั้นที่ 3 ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงกับชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน สามารถสำรวจและวิเคราะห์ความพอเพียงในระดับต่าง ๆ และในมิติต่าง ๆทั้งทางวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในชุมชนใกล้ตัว เห็นคุณค่าของการใช้หลักพอเพียงในการจัดการชุมชน และในที่สุดแล้วสามารถนำหลักการพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ความพอเพียงได้ในที่สุด

ช่วงชั้นที่ 4 เตรียมคนให้เป็นคนที่ดีต่อประเทศชาติ สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ ต้องเริ่มเข้าใจความพอเพียง ระดับประเทศและการพัฒนาประเทศภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ เช่น การวิเคราะห์สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ หรือการศึกษาสถานการณ์สิ่งแวดล้อมสภาพปัญหาด้านสังคมเป็นอย่างไร แตกแยกหรือสามัคคี เป็นต้น

การจัดการเรียนการสอน

สถานศึกษาควรจัดการเรียนการสอนตามเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตรอย่างสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตนที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน โดยมีแนวทางดำเนินการ ดังนี้

1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกทักษะ กระบวนการคิด วิเคราะห์การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การแก้ปัญหา ฯลฯ ที่เริ่มจากชีวิตประจำวัน และเชื่อมโยงสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก

2. จัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นรูปแบบของการจัดทำโครงการ โครงงานและอื่น ๆ ทั้งการศึกษารายบุคคลและเป็นกลุ่ม

3. วัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

1. ความรู้ (Knowledge)

2. ทักษะกระบวนการ (Process)

3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

ขั้นตอนการดำเนินการตามแนวทางการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปจัดการศึกษาในสถานศึกษา

1. ขั้นตอนในการดำเนินงาน

การดำเนินการตามแนวทางการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปจัดการศึกษาในสถานศึกษา มีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้

1.1 กำหนดนโยบายการจัดการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นนโยบายสำคัญของสถานศึกษา

1.2 พัฒนาความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากร ทั้งผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษา และส่งเสริมให้ปฏิบัติตนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1.3 ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ

1.4 ทบทวน หรือปรับปรุงโครงสร้างและพัฒนาการบริหารจัดการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1.5 จัดทำ ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมโครงการ กิจกรรม และปรับแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของสถานศึกษา

1.6 ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา

1.7 จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของสถานศึกษา

1.8 เสริมสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้

1.9 จัดระบบนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ

1.10 ให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในขั้นตอนสำคัญทุกขั้นตอน

 ทักษะศตวรรษที่21

ทักษะแห่งอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ฝึกฝนให้เกิดในตนเองเพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมซึ่งเปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ผ่านมาได้อย่างมีความสุขหนังสือ 21st Century Skillsโดย Bernie Trilling & Charles Fade

 

แผนภาพแสดงกรอบความคิดของการศึกษาเพื่ออนาคต

(ดัดแปลงจาก The Partnership for 21st Century Skills:Framework for 21st Century Learning ในหนังสือของBallanca & Brandt) ครูจะต้องมีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้    ให้นักเรียนมีทักษะ 4 ด้าน ได้แก่

1) ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learningand Innovation Skills) ประกอบด้วย ทักษะด้าน

การคิดเชิงวิพากษ์และแก้ปัญหา (Critical Thinking & Problem Solving)

ทักษะด้านการสื่อสาร (Communication)

ทักษะการสร้างความร่วมมือ(Collaboration)

ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativityand Innovation)

2) ทักษะชีวิตและการประกอบอาชีพ (Life andCareer Skills)ประกอบด้วย ทักษะด้าน

ความสามารถในการยืดหยุ่นและปรับตัว (Flexibility and Adaptability)

มีเป้าหมายของชีวิตและความมุ่งมั่น (Initiative and Self-direction)

 เข้าใจสังคมและยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม (Social and Cross-Cultural Skills)

มีศักยภาพ การผลิตและยอมรับการตรวจสอบ (Productivity andAccountability)

มีความเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบ (Leadership and Responsibility)

 3) ทักษะด้านข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารและเทคโนโลยี(Information, Media and Technology Skills) คือ มีความรู้ด้านข้อมูลข่าวสาร ด้านสื่อ และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

4) มีความรู้ในวิชาหลักและความรู้เฉพาะสำหรับอนาคต (Core Subjects and 21st CenturyThemes)ความรู้วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศศิลปะ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์รัฐและความเป็นพลเมืองมีความรู้เฉพาะสำหรับอนาคตได้แก่

1) ความรู้เรื่องความเป็นไปของโลก (Global Awareness)

2) ความรู้ทางด้านการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจและการประกอบการ (Financial, Economic, Business, andEntrepreneurial Literacy)

3) ความรู้เรื่องความเป็นพลเมือง (Civic Literacy)

4) ความรู้เรื่องสุขภาพ (Health Literacy)

5) ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy)

        จากแผนภาพกรอบความคิด จะสามารถทำให้มีเกิดทักษะแห่งอนาคตได้ ต้องมีระบบการศึกษาที่ดี ต้องมีสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ (LearningEnvironment) ที่ดี  มีการพัฒนาครู (Professional Development)    มีหลักสูตรและการสอน (Curriculum and Instruction) มีมาตรฐานและมีการวัดผล ประเมินผล (Standard and Assessments)

 วัตถุประสงค์

การพัฒนาบุคลากรในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL)ตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21

 วิธีการศึกษา

1. ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

   1.1 กลุ่มเป้าหมาย (Target Group) คือ ครูผู้สอนระดับชั้น ม. 3 จำนวน 18 คน

เป็นกลุ่มบุคคลซึ่งมีความตั้งใจจริงและสมัครใจเข้าร่วมศึกษาครั้งนี้

1.2  กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่

1.2.1 กลุ่มผู้ร่วมศึกษา จำนวน 18 คน

1.2.2 นักเรียนชั้น ม.3 จำนวน 285 คน

1.2.3 วิทยากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน จำนวน 1 คน

1.2.4 ผู้นิเทศ จำนวน 2 คน

   2. กรอบแนวคิดของการศึกษาค้นคว้า

   2.1 ขอบเขตของเนื้อหาในการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

แบบโครงงาน ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ

2.1.1 ครูมีความรู้ความเข้าใจในทักษะในศตวรรษที่21

2.1.2 ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.1.3 ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

   2.2 กรอบในการพัฒนาบุคลากร  คือ

   2.3.1 การฝึกอบรม

   2.3.2 การศึกษาดูงานนอกสถานที่

   2.3.3 การนิเทศ

3. วิธีการศึกษา

การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งนี้ใช้หลักการแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (ActionResearch) ตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart (ประวิต เอราวรรณ์. 2545 : 15) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้

3.1 การวางแผน (Planning)    

3.2 การปฏิบัติตามแผน (Action)

3.3 การสังเกต (Observation) 

3.4 การสะท้อนผลการปฏิบัติการ (Reflection)

  1. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

4.1 แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับทักษะในศตวรรษที่21

4.2 แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

4.3 แบบสัมภาษณ์การศึกษาดูงาน

4.4 แบบประเมินการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

4.5 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้แบบโครงงาน

ในการสร้างแบบประเมินแปลผลของแบบประเมิน โดยใช้เกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 101-102)

           เหมาะสมมากที่สุด ให้คะแนนเป็น 4.50-5.00

           เหมาะสมมาก ให้คะแนนเป็น 3.50-4.49

            เหมาะสมปานกลาง ให้คะแนนเป็น 2.50-3.49

           เหมาะสมน้อย ให้คะแนนเป็น 1.50-2.49

           เหมาะสมน้อยที่สุด ให้คะแนนเป็น 1.00-1.49

การดำเนินการศึกษา

ดำเนินการศึกษาตามขั้นตอนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดังนี้

ขั้นที่ 1  วางแผนการปฏิบัติ (Planning) เริ่มด้วย

    ขั้นตอนที่ 1.1  ศึกษาข้อมูล

    จากสภาพปัญหาปัจจุบันของโรงเรียนเชียงยืนในระดับมัธยมศึกษาปีที่3พบว่า ครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้ การวางแผนทำงานร่วมกัน มีน้อย เพราะครูต่างมีภาระงานมาก  ครูเรายังยึดตนเองเป็นสำคัญมากกว่าผู้เรียน ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม คือ มุ่งจัดการเรียนรู้ให้จบตามเนื้อหาในแบบเรียน ใช้วิธีสอนที่เน้นการบรรยายเป็นหลัก ครูขาดความมั่นใจในการเป็นที่ปรึกษาโครงงาน  จากปัญหาดังกล่าวทำให้ที่ประชุมวิชาการมีมติที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการศึกษา

ขั้นตอนที่ 1.2 เป้าหมายและกลยุทธ์ในการพัฒนา

1.2.1 เป้าหมายในการพัฒนา

1.2.1.1 เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในทักษะศตวรรษที่21

1.2.1.2 เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้

1.2.1.3 เพื่อให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้

1.2.2 กลยุทธ์ในการพัฒนาการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ ดำเนินการดังนี้

1.2.2.1 การฝึกอบรม

1.2.2.2 การศึกษาดูงานนอกสถานที่

1.2.2.3 การนิเทศ

ขั้นตอนที่ 1.3 แผนปฏิบัติการแนวทางการดำเนินการพัฒนาบุคลากรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถกำหนดเป็นแผนวิจัยตามหลักการวิจัย

 

ขั้นที่ 2  ลงมือปฏิบัติตามแผน (Action)  ดำเนินกิจกรรมดังนี้

แผนปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรม

เป้าหมาย

ระยะเวลา

ผู้เกี่ยวข้อง

วิธีการเก็บข้อมูล

เครื่องมือ

แหล่งข้อมูล

1. การฝึกอบรม

ครูมีความรู้ความเข้าใจทักษะในศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

1 ธันวาคม 2554

-ครูโรงเรียน

เชียงยืนพิทยาคม

-วิทยกร 1 คน

ทดสอบ

แบบทดสอบ

  1. ครูจำนวน

18 คน

  1. วิทยากร

จำนวน1 คน

2. การศึกษา

ดูงานนอกสถานที่

ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่โรงเรียนลำปลายมาศนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

17 มกราคม 2555

-ครูโรงเรียน

เชียงยืนฯ

-โรงเรียนลำปลายมาศ

สัมภาษณ์

แบบสัมภาษณ์

  1. ครูจำนวน

18 คน

-โรงเรียนลำปลายมาศ

3. การนิเทศ

ผู้นิเทศให้คำแนะนำช่วยเหลือให้คำ ปรึกษาแก่ครูจนสามารถจัด การเรียนรู้แบบโครงงานในชั้นเรียนได้

1-29  กุมภาพันธ์ 2555 

-ครูโรงเรียน

เชียงยืนพิทยาคม

-ผช.

-นักเรียน

-การประเมิน

-การบันทึก

-แบบประเมิน

-แบบบันทึก

การบันทึก

  1. ครู18 คน

2. เชี่ยวชาญ

4 คน

3. นักเรียน

  1. ผลงานโครงงาน
  2. แผนการจัดการเรียนรู้
  3. ผู้นิเทศ 2 คน

การดำเนินการตามแผนปฎิบัติการ ดังต่อไปนี้

       2.1 ดำเนินการฝึกอบรม กลุ่มครู ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ

คือ วันที่ 1 ธันวาคม 2554 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจในเข้าใจทักษะในศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานสร้างความตระหนักและชี้ให้เห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาทักษะศตวรรษที่21

2.2 ดำเนินการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ที่โรงเรียนลำปลายมาศฯ ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ คือ วันที่ 17 มกราคม 2555 เพื่อให้กลุ่มครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2.3 การนิเทศ โดยกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้รับการนิเทศตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 1-29  กุมภาพันธ์ 2555  เพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าจนสามารถจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในชั้นเรียนได้

3. ขั้นที่3 การสังเกต (Observation) ได้ดำเนินการ ดังนี้

3.1 การฝึกอบรม การฝึกอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  โดยดร.ฤทธิ์ไกร ไชยงาม ผลการฝึกอบรม พบว่า ครูให้ความสนใจและให้ความร่วมมือในการฝึกอบรมเป็นอย่างดี ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนอกจากนี้ยังทำให้มีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากยิ่งขึ้น โดยการประมวลผลจากการสังเกตและการสัมภาษณ์พบว่า

“... ครูเปลี่ยนจากสอนเป็นโค๊ช ....”

 “... เน้นการปฎิบัตินักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม  ....”

“... นักเรียนนำเสนอต่อเพื่อนร่วมชั้น ....”

 “... นักเรียนเกิดทักษะการคิด ....”

“... นักเรียนเกิดทักษะชีวิต ....”

 “... ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ....”

“... ความสามารถด้านการสื่อสาร ....”

“... ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้ความร่วมมือ สนใจปฏิบัติกิจกรรมเป็นอย่างดี

 “... มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากยิ่งขึ้น

จากเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมั่นใจที่จะสอนนักเรียน หลังการฝึกอบรมมีความมั่นใจมากขึ้นและคิดว่าจะนำไปใช้จัดการเรียนรู้กับนักเรียนได้ ...”

 “... การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเราเข้าใจบทบาทหน้าที่ของครูที่ปรึกษา ก็สามารถจัดการเรียนรู้ได้ ...”

 “... การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีความสำคัญต่อการพัฒนากระบวนการคิดของนักเรียน การทำงานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นครูควรจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบ่อยๆเพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จัดคิดและรู้จักการทำงานร่วมกัน ...”

 “... การฝึกอบรมในครั้งนี้ช่วยทำให้เข้าใจการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากขึ้น และเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดีขึ้น ...”

 จากการทดสอบความรู้ความเข้าใจทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีผลการทดสอบพบว่าครูทุกคนได้คะแนนมากกว่า80%

3.2 การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนวิทย์ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ก่อนที่จะไปศึกษาดูงานได้สัมภาษณ์คุณครูในประเด็น คุณครูจะได้อะไรจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ พบว่า

“... อยากได้กระบวนการเรียนการสอนแบบโครงงาน ...,.. ทำอย่างไรเด็กจะมีส่วนร่วมในการคิด ...,.. ครูมีเทคนิคอย่างไรให้เด็กมีความคิดในการทำโครงงาน ..,.. ความสำเร็จของลำปลายมาศ ...,... ระบบการบริหาร ..,.. ผลิตครูให้เป็นนักถามได้อย่างไร ..,... เทคนิคการตั้งคำถาม... เทคนิคการสร้างคนให้เป็นคนดี ..,โรงเรียนไม่มีดาว ทำอย่างไร ..,.. วินัยเชิงบวกทำอย่างไร ...”

วิธีการสอน เทคนิคการบูรณาการ ...,... อยากทราบเทคนิคการคิด ..,กรอบการคิดเกี่ยวกับหลักสูตร อยากดูการวัดผล ประเมินผล ...,วิธีการให้เด็กเป็นคนดี ไม่เน้นการสร้างองค์ความรู้แต่เน้นสอนกระบวนการที่ได้มาซึ่งความรู้ อย่างไร ...”

หลังจากศึกษาดูงานได้สัมภาษณ์คุณครูในประเด็น

     1. มีความรู้ความเข้าใจการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจสู่ศตวรรษที่21 พบว่า

“...การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้เองได้ และเรียนรู้ด้วยการปฎิบัติจะทำให้นักเรียนได้ความรู้...”

 “...เข้าใจรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทำงานเป็นทีม ความสามัคคีในหมู่คณะ ได้แนวคิดนำมาปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ แบบโครงงานทุกกลุ่มสาระ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...”

“... การจัดการเรียนรู้สามารถบูรณาการได้ทุกวิชา ทำให้มีแนวทางในการจุดประกายผู้เรียนให้ใช้โครงงานใน การเรียนรู้ สามารถนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้ได้นำรูปแบบหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไปบูรณาการหรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตนเองโดยเน้นตามสภาพจริง ...”

“...การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้เองได้นักเรียนสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเอง และเรียนรู้ด้วยการปฎิบัติจะทำให้นักเรียนได้ความรู้...”

     2. โรงเรียนลำปลายมาศมีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานอย่างไร พบว่า

“...สอนตามสภาพจริง...”

“...ครูใช้เทคนิคการตั้งคำถาม...”

“...ครอบครัวเขามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้...”

“..ใช้การชง เชื่อม ใช้  ในการจัดการเรียนการสอน....”

“...ครูทำงานเป็นทีม...”

“...ผู้บริหารเป็นใจ...”

     3. นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างไร พบว่า

“...ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการทุกรายวิชา...”

“...ปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนพึ่งพิงธรรมชาติ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด.”

“...นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบจิตศึกษาและโครงงานมาใช้ในเรื่องการประชุมผู้ปกครอง มีการจัดกิจกรรมต่างๆและการเรียนการสอนแบบบูรณาการ...”

“...เปลี่ยนแปลงรายวิชาและเทคนิคการสอนโดยผู้เรียนลงมือปฏิบัติ แสดงความคิด ระดมสมองให้มากที่สุด...”

“...นักเรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน ครูเป็นผู้คอยกำกับดูแล...”

     4. สิ่งที่ช่วยให้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนลำปลายมาศประสบผลสำเร็จ พบว่า

“..ความสามัคคีในหมู่คณะ ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ผู้ปกครอง..”

“...ความรับผิดชอบของครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้...”

“...ครูมีความรู้ความสามารถในเนื้อหารายวิชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง...”

“...นักเรียนเกิดทักษะจากการปฏิบัติจริงและใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น...”

“...ผู้บริหาร ครู นักเรียนและผู้ปกครองต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานอย่างต่อเนื่อง...”

3.3 การนิเทศ โดยใช้วิธีประเมินจากแบบประเมิน

การนิเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าจนสามารถจัด การเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชั้นเรียนได้ตามกำหนดการในระหว่างระหว่างวันที่ 1-29  กุมภาพันธ์ 2555  นั้นได้ให้คณะครูประเมินจากแบบประเมินการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

ผลประเมินการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมพบว่า

รายการประเมิน

เฉลี่ย

 

แปลค่า

. ด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู

การนำเข้าสู่บทเรียน

1.1 การนำเข้าสู่บทเรียน……………………..…...…………..…...………..

3.5

2.69

มาก

1.2 จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนได้เหมาะสม…………………..…...……..…...……..

4

2.95

มาก

1.3 บอกจุดประสงค์และแนวทางการเรียนรู้………………..…...………...…

5

3.21

มาก

2 การดำเนินกิจกรรม

2.1 เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและแสดง

ความคิดเห็น…

3.5

3.57

มาก

2.2 กระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิด........…..…...…………..…........................

3.1

3.35

มาก

2.3 ตรวจความเข้าใจของนักเรียนระหว่างการสอนรวมทั้งเปิดโอกาส

ให้นักเรียนซักถาม………………..…………..…...……………………...…...

4

2.90

มาก

2.4 ใช้คำพูดหรือท่าทางให้กำลังใจแก่นักเรียน……………..…...………...….

3.5

2.69

มาก

2.5 ใช้สื่อการเรียนรู้ได้เหมาะสม……………………..…...……….………….

3.5

3.25

มาก

2.6 การควบคุมชั้นเรียน…………………………..…....…...…………..…...

4.25

2.69

มาก

2.7 เวลาที่ใช้มีความเหมาะสม……………………………..………..…...…...

3.5

2.95

มาก

3 การสรุป

3.1 นักเรียนสรุปความรู้ได้จากการเรียนรู้……………………..…...………....

3.75

3.21

มาก

3.2 ใช้คำถามเชื่อมโยงการคิด เพื่อให้นักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้

3.25

3.57

มาก

3.3 นักเรียนสรุปสาระการเรียนรู้ได้ถูกต้องชัดเจน……………..…………..…...

3.5

3.35

มาก

4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

4.1 ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้……………….…...…………..…...……

4

2.90

มาก

4.2 นักเรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน…………………..…...……...…………

4

2.69

มาก

4.3 แจ้งผลการประเมินให้นักเรียนทราบทันที………………..…...…..…...…

3.5

3.25

มาก

 

 

ต่อ

รายการประเมิน

เฉลี่ย

SD

แปลค่า

. ด้านพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน

ความพร้อมก่อนเรียน

5.1 นักเรียนมีความตั้งใจและพร้อมที่จะเรียน……………….…………..…..

4

2.00

มาก

5.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียนครบ……………………………………....

4

1.75

มาก

5.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียนครบ…………………………...

4

1.55

มาก

6 ความร่วมมือในการเรียน

6.1 นักเรียนกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม……………………..…

4

2.69

มาก

6.2 นักเรียนสนใจกิจกรรมการเรียน……………………………………..…….

4

2.95

มาก

6.3 นักเรียนมีการปรึกษาหารือกัน………………………………….……

4

3.21

มาก

6.4 นักเรียนสนุกกับการร่วมกิจกรรม……………………………………..….

4.5

3.57

มาก

6.5 นักเรียนปฏิบัติตามข้อตกลงขณะเรียน……………………………….…

4

3.35

มาก

6.6 นักเรียนมีความรับผิดชอบ……………………………………….………

4

2.90

มาก

6.7 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมทันเวลา…………………………………….…….

4

2.69

มาก

7 ความกล้าในการแสดงออก

7.1 นักเรียนกล้าพูดและปฏิบัติกิจกรรม…………………………….…………

4.5

3.25

มาก

7.2 นักเรียนมั่นใจในการแสดงออก…………………………………………..

4.5

2.90

มาก

7.3 นักเรียนโต้แย้งกับเพื่อนและครูอย่างมีเหตุผล…………………………….

4

2.69

มาก

รวมเฉลี่ย

3.91

0.495

มาก

 

พบว่า การจัดการเรียนรู้ของครูมีค่าเฉลี่ยของระดับความเหมาะสมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย= 3.81

 

 ผลประเมินความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมพบว่า

รายการประเมิน

เฉลี่ย

SD

แปลค่า

ก. ด้านรูปแบบการจัดการเรียนรู้

  1. เป็นการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนได้มีโอกาสอยู่ในสถานการณ์จริง……

3.67

2.87

มาก

2.นักเรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง……

4.30

3.54

มาก

  1. เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ ลงมือปฏิบัติจริงและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่มด้วยตนเอง……………………………

4.46

2.64

มาก

  1. นักเรียนกล้าคิด กล้าทำและกล้าพูดมากขึ้น……

4.50

4.90

มาก

  1. นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน……

4.44

3.87

มาก

  1. ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม…

4.30

4.20

มาก

  1. นักเรียนได้เห็นความสอดคล้องของเนื้อหากับชีวิต

4.15

4.64

มาก

ข. ด้านความรู้ที่ได้รับ

8.นักเรียนได้ฝึกทักษะการเรียนรู้และมีความรู้กว้างขวางขึ้นนักเรียน

4.50

4.90

มาก

  1. ได้รับความรู้ใหม่ๆ อย่างหลากหลายในการเรียนรู้แบบโครงงาน…

4.50

4.90

มาก

  1. นักเรียนได้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม และค้นพบความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุขจากการเรียนรู้แบบโครงงาน...

4.15

2.87

มาก

  1. นักเรียนได้รับความรู้ในการเป็นผู้นำ ผู้ตาม และมีเหตุผลมากขึ้น......

4.33

3.20

มาก

  1. นักเรียนได้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม และมีความสามัคคี….

4.33

3.64

มาก

  1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และเข้าใจสภาพปัญหาสังคมมากขึ้น…

4.20

4.90

มาก

  1. นักเรียนได้รู้จักวิธีการค้นหาความรู้อย่างหลากหลาย…….

4.11

2.69

มาก

ค. ด้านบรรยากาศในการเรียน

  1. นักเรียนกระตือรือร้นสนใจกับสิ่งที่เรียนทุกครั้ง…………

4.11

2.95

มาก

  1. นักเรียนมีอิสระในการทำงานและการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

4.50

3.21

มาก

  1. นักเรียนมีความสามัคคี และช่วยเหลือซึ่งกัน เมื่อเพื่อนมีปัญหา

4.10

3.57

มาก

  1. นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ในงานที่ได้รับมอบหมาย

4,67

3.35

มาก

  1. นักเรียนมีความสบายใจที่ได้คิดและทำงานอย่างอิสระ….

4.45

2.90

มาก

  1. สภาพแหล่งเรียนรู้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน………...

3.95

2.69

มาก

เฉลี่ยรวม

4.22

3.25

มาก

พบว่าความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย4.22

 

หลังการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ได้ทำการประเมินโครงงานของนักเรียนเพื่อประเมินผลจากการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 โดยใช้แบบประเมินโครงงานของนักเรียน ซึ่งเป็นแบบประเมินแบบตรวจสอบรายการ ดังนี้

ผลการประเมิน โครงงานนักเรียนตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21

รายการประเมิน

เฉลี่ย

SD

แปลค่า

  1. เรื่องของโครงงานน่าสนใจและสามารถนำมาเป็นแนวทางใช้แก้ปัญหา

ที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

4.00

2.21

มาก

  1. การกำหนดปัญหาและสมมติฐานได้สอดคล้องกัน

4.00

2.69

มาก

3. มีการศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงครอบคลุมทุกประเด็นที่ศึกษา

4.17

2.95

มาก

4 .ออกแบบการทำงาน/การทดลอง/ตรวจสอบได้สอดคล้องกับปัญหา

และสมมติฐาน

4.00

3.21

มาก

5. เลือกเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานได้เหมาะสม

3.95

3.57

มาก

  1. ปฏิบัติการทำโครงงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

4.44

3.35

มาก

  1. เก็บข้อมูลได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาและถูกต้อง

4.17

2.90

มาก

  1. จัดกระทำข้อมูล แปรความหมายข้อมูลได้ถูกต้องและสรุปผลสอดคล้อง

กับข้อมูล

4.15

2.69

มาก

9. เขียนรายงานโครงงานได้ถูกต้องตามรูปแบบของรายงาน

3.77

3.25

มาก

10. นำเสนอโครงงานแสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ทำ

4.45

2.37

มาก

เฉลี่ย

4.11

0.44

มาก

 

พบว่า ผลการประเมินโครงงานของนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ของนักเรียน มีผลงานอยู่ในระดับผลการปฏิบัติมาก

มีค่าเฉลี่ย 4.11  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงงานของนักเรียนมีคุณภาพอยู่ในระดับดี

4. ขั้นสะท้อนการปฏิบัติงาน (Reflection)

การพัฒนาบุคลากรในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ได้สะท้อนผลตามกรอบการดำเนินงานดังนี้

การฝึกอบรม การฝึกอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  พบว่าครูมีความรู้ความเข้าใจทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การศึกษาดูงานนอกสถานที่ เพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนวิทย์ นำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 พบว่า

การประเมินโครงงานของนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ของนักเรียน มีผลงานอยู่ในระดับผลการปฏิบัติมากมีค่าเฉลี่ย 4.11  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงงานของนักเรียนมีคุณภาพอยู่ในระดับดี

การนิเทศหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 แล้ว พบว่าครูความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้และสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ได้เหมาะสม แต่ยังมีข้อวิตกกังวลในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ไม่แน่ใจในการทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาโครงงานของนักเรียน และยังครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้  สมควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  ต่อไป

 สรุป

การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคามให้มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL: Project Based Learning) ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า การฝึกอบรม ทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจทักษะศตวรรษที่21และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ทำให้ครูเข้าใจและนำกระบวนการมาปรับใช้ในบริบทของตน และการนิเทศ ส่งผลให้ครูความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้และสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ได้เหมาะสม แต่ยังมีข้อวิตกกังวลในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ไม่แน่ใจในการทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาโครงงานของนักเรียน และยังครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้  สมควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  ต่อไป

โดยสรุป การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 โดยการฝึกอบรม การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และการนิเทศ ยังไม่ส่งผลให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบแบบโครงงาน ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ได้ ควรพัฒนาบุคลากรสามารถแบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต่อไป

 อภิปรายผลการศึกษา

การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  โดยใช้การวิจัยปฏิบัติการด้วยกลยุทธ์ในการพัฒนา ได้แก่ การฝึกอบรม การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การนิเทศ ทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ได้ในระดับหนึ่ง จากการวิเคราะห์ผลการประเมินในรูปแบบต่าง ๆพบว่า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ให้ความร่วมมือในการทำงานทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นวางแผนการปฏิบัติ การสังเกตและการสะท้อนผล มุ่งปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานด้านผู้เรียน มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม รักความเป็นไทย มีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ

จากการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  โดยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา ได้แก่ การฝึกอบรม การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การนิเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเนื่องมาจาก

1. มีการใช้กลยุทธ์การฝึกอบรม ซึ่งเป็นกระบวนการดำเนินการให้ความรู้ ความเข้าใจ

แก่บุคลากรครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและฝึกปฏิบัติจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  โดยเฉพาะ ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัด การเรียนรู้แบบโครงงานมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการฝึกอบรมเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2. มีการใช้กลยุทธ์การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ซึ่งเป็นกระบวนการนำผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าไปศึกษาดูงานโรงเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ประสบความสำเร็จเป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practices) ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้รับ

ประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  เรียนรู้เทคนิควิธีการในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานให้ประสบผลสำเร็จ เป็นผลมาจากการศึกษาดูงานโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จเป็นแบบอบ่างที่ดี ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ายังไม่มีความรู้ความเข้าใจและความชำนาญในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  ทำให้เกิดความสนใจและตั้งใจที่จะศึกษาดูงาน จนทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้รับประสบการณ์และเทคนิคในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากขึ้น ผู้ศึกษาค้นคว้าไก้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสังเกต

 3. มีการใช้กลยุทธ์การนิเทศ ซึ่งเป็นกระบวนการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ตลอดจนการนำข้อบกพร่อง จากการเรียนรู้มาพัฒนา ปรับปรุง การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าสามารถจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชั้นเรียนได้ในระดับหนึ่ง ทำให้นักเรียนสามารถปฏิบัติโครงงานได้สำเร็จ และมีคุณภาพอยู่ในระดับดี

โดยสรุป การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21 สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้เหมาะสม แต่ยังมีข้อวิตกกังวลในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ไม่แน่ใจในการทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาโครงงานของนักเรียน และยังครูขาดทักษะการตั้งคำถาม การเชื่อมโยงองค์ความรู้  สมควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ศตวรรษที่21  ต่อไป

 ข้อเสนอแนะ

1. ครูควรพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานและทักษะในศตวรรษที่21เป็นอย่างดี

2. โรงเรียนโดยผู้บริหารควรมีการติดตามให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ในทุกขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และในการเป็นที่ปรึกษาโครงงาน

  1. โรงเรียนโดยผู้บริหารควรให้การสนับสนุนทุนแก่นักเรียนที่ทำโครงงาน เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาค้นคว้าในกรณีที่ใช้งบประมาณในการทำโครงงานมาก ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักเรียนให้เกิดความพากเพียรพยายามทำงานได้สำเร็จ และควรให้กำลังใจแก่ครูที่ปรึกษาโครงงานเมื่อพบอุปสรรคและปัญหาในการทำงาน

4. โรงเรียนโดยผู้บริหารควรพัฒนาบุคลากรควรทำอย่างต่อเนื่อง ครบทุกคน ทุกระดับชั้น และให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยใช้กลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ

5. โรงเรียนโดยผู้บริหารควรมีกระบวนการการนิเทศที่เข้มแข็ง

  1. ใช้การวิจัยเป็นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งสู่ทักษะศตวรรษที่21

 

 

 

บรรณานุกรม

 กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2551.

ประวิต เอราวรรณ์. การวิจัยปฏิบัติการ. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้าวิชาการ, 2545.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. การสอนคิดด้วยโครงงานการเรียนรู้แบบบูรณาการ.  กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2553.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และคณะ.การสอนคิดด้วยโครงงาน:การเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2551.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์และพเยาว์ ยินดีสุข 2551  ทักษะ5C เพื่อพัฒนาหน่วยการเรียนรู้และ  การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์  มหาวิทยาลัย. 2551.

สำนักศึกษาทั่วไป. ก้าวแรกของLLENมหาสารคามโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อ หนุนเสริมการพัฒนาการการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษา จังหวัดมหาสารคาม. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2553.

 

  แบบสัมภาษณ์การศึกษาดูงาน

การจัดการเรียนรู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน(PBL)ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียน............................................. อำเภอ........................... จังหวัด ...................................

 คำชี้แจง แบบบันทึกการสัมภาษณ์ฉบับนี้ใช้สำหรับผู้ศึกษาใช้สัมภาษณ์ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า

หลังการศึกษาดูงานการจัดการเรียนรู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน(PBL)ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพอเพียง

ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์......................................................ชื่อผู้สัมภาษณ์..................................................................

วัน เดือน ปี ที่สัมภาษณ์........................................สถานที่ใช้สัมภาษณ์..........................................

รายการสัมภาษณ์

1. การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ช่วยให้ท่านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในประเด็นใดบ้าง

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

2. โรงเรียนที่ศึกษาดูงานมีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานอย่างไรบ้าง

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

3. ท่านคิดว่าควรนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนที่ศึกษาดูงานไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ อย่างไรบ้าง

…............................................................................................................................................................................................................................................................................

4. สิ่งใดที่ช่วยให้การจัดการเรียนรู้แบบแบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียน

ที่ศึกษาดูงานประสบความสำเร็จ

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

5. ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาดูงาน

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................ผู้ให้สัมภาษณ์ลงชื่อ ....................................................ผู้สัมภาษณ์

แบบบันทึกการนิเทศการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

ผู้นิเทศ........................................................ผู้รับการนิเทศ......................................................

สถานที่ที่นิเทศ.................................................วัน เดือน ปี ที่นิเทศ..............................................

รายการ

1. การเตรียมตัวก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน/แผนการจัดการเรียนรู้/สื่อ

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

2. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

3. บรรยากาศ/สิ่งอำนวยความสะดวก/แหล่งเรียนรู้

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

4. การมีส่วนร่วมของนักเรียน

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

5. การวัดผลและประเมินผล

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

6. การนำเสนอผลงานนักเรียน

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

7. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

8. อื่นๆ

….....................................................................................................................................

.......................................................................................................................................

(ลงชื่อ)..............................................................ผู้นิเทศ

 

แบบบันทึกการนิเทศการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

ผู้นิเทศ........................................................ผู้รับการนิเทศ......................................................

สถานที่ที่นิเทศ.....................................................วัน เดือน ปี ที่นิเทศ..............................................

รายการ

………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………….

 

(ลงชื่อ)..............................................................ผู้นิเทศ

(นายสมบัติ เอื้อกิจ)

 

 

 

 

 

 

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

……………………………………………………………….

คำชี้แจง 1. แบบประเมินฉบับนี้ ใช้ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ของผู้ร่วมศึกษาในการจัดการจัด

              การเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2. โปรดอ่านแบบประเมินแต่ละข้อ พิจารณาระดับการปฏิบัติในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามข้อความนั้นมากน้อยเพียงใด ทำเครื่องหมาย ลงใน ทางขวามือซึ่งมีความหมาย 5 ระดับ ดังนี้

5 หมายถึง ดีมากที่สุด4 หมายถึง ดีมาก3 หมายถึง ปานกลาง2 หมายถึง น้อย1 หมายถึง น้อยที่สุด

รายการประเมิน

ระดับการปฏิบัติ

5

4

3

2

1

1 มีองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ครบ

 

 

 

 

 

2 การกำหนดเวลา เหมาะสมกับจุดประสงค์ และกิจกรรมการเรียนรู้

 

 

 

 

 

3 สาระสำคัญ แสดงความคิดรวบยอดของเนื้อหาสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

 

 

4 จุดประสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุม ด้านพุทธพิสัยทักษะพิสัย จิตพิสัย

 

 

 

 

 

5 เนื้อหาถูกต้องตามหลักวิชา เพียงพอในการสร้างความรู้ใหม่หรือพฤติกรรมหรือทักษะที่ต้องการ

 

 

 

 

 

6 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ความต้องการ ความสามารถและวัยของผู้เรียน

 

 

 

 

 

7 กิจกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการคิด

 

 

 

 

 

8 สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับกิจกรรม ความสนใจความสามารถและวัยของผู้เรียน ผู้เรียนมีโอกาสร่วมผลิตสื่อการเรียนรู้

 

 

 

 

 

9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับพฤติกรรมที่กำหนดในจุดประสงค์ สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชา

 

 

 

 

 

10 ใช้วิธีวัดและประเมินผลหลายวิธี เกณฑ์การประเมินสอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้เรียน

 

 

 

 

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

..................................................ผู้รับการประเมิน .....................................................ผู้ประเมิน

(................................................) (...................................................)

แบบประเมินการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

……………………………………………………………….

คำชี้แจง 1. แบบประเมินฉบับนี้ ใช้ประเมินการจัดการเรียนรู้ของผู้ร่วมศึกษาในการจัดการจัดการเรียนรู้แบบ

                ใช้ปัญหาเป็นฐานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2. โปรดอ่านแบบประเมินแต่ละข้อ พิจารณาระดับการปฏิบัติในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามข้อความนั้นมากน้อยเพียงใด ทำเครื่องหมาย ลงใน ทางขวามือซึ่งมีความหมาย 5 ระดับ ดังนี้

5 หมายถึง ดีมากที่สุด4 หมายถึง ดีมาก3 หมายถึง ปานกลาง2 หมายถึง น้อย1 หมายถึง น้อยที่สุด

รายการประเมิน

ระดับการปฏิบัติ

5

4

3

2

1

. ด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู

การนำเข้าสู่บทเรียน

1.1 การนำเข้าสู่บทเรียน……………………………..…...…………..…...………..

1.2 จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนได้เหมาะสม…………………..…...…………..…...……..

1.3 บอกจุดประสงค์และแนวทางการเรียนรู้………………..…...…………..…...…

 

 

..…..

..…..

..…..

 

 

..…..

..…..

..…..

 

 

..…..

..…..

..…..

 

 

..…..

..…..

..…..

 

 

..…..

..…..

..…..

2 การดำเนินกิจกรรม

2.1 เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและแสดงความคิดเห็น…

2.2 กระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิด......... …………..…...…………..…........................

2.3 ตรวจความเข้าใจของนักเรียนระหว่างการสอนรวมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม………………….…………..…...…………..…...……………………...…...

2.4 ใช้คำพูดหรือท่าทางให้กำลังใจแก่นักเรียน……………..…...…………..…...….

2.5 ใช้สื่อการเรียนรู้ได้เหมาะสม……………………..…...…………..…...………….

2.6 การควบคุมชั้นเรียน…………………………..…...…………..…...…………..…...

2.7 เวลาที่ใช้มีความเหมาะสม……………………………..…...…………..…...…...

 

 

..…..

..…..

..…..…..

..…..

..…..

…….

……

 

 

..…..

..…..

..…..…..

..…..

..…..

…….

……

 

 

..…..

..…..

..…..…..

..…..

..…..

…….

……

 

 

..…..

..…..

..…..…..

..…..

..…..

…….

……

 

 

..…..

..…..

..…..…..

..…..

..…..

…….

……

3 การสรุป

3.1 นักเรียนสรุปความรู้ได้จากการเรียนรู้……………………..…...…………..…....

3.2 ใช้คำถามเชื่อมโยงการคิด เพื่อให้นักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้……………..

3.3 นักเรียนสรุปสาระการเรียนรู้ได้ถูกต้องชัดเจน……………..…...…………..…...

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

4.1 ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้………………………..…...…………..…...……

4.2 นักเรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน…………………..…...…………..…...………….

4.3 แจ้งผลการประเมินให้นักเรียนทราบทันที………………..…...…………..…...……

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

. ด้านพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน

ความพร้อมก่อนเรียน

5.1 นักเรียนมีความตั้งใจและพร้อมที่จะเรียน………………..…...…………..…...…

5.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียนครบ……………………………………....

 

..…..

..….

 

..…..

..….

 

..…..

..…...

 

..…..

..….

 

..…..

..…..

6 ความร่วมมือในการเรียน

6.1 นักเรียนกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม……………………………..…...

6.2 นักเรียนสนใจกิจกรรมการเรียน……………………………………..…….

6.3 นักเรียนมีการปรึกษาหารือกัน……………………………………….……

6.4 นักเรียนสนุกกับการร่วมกิจกรรม……………………………………..…..

6.5 นักเรียนปฏิบัติตามข้อตกลงขณะเรียน……………………………….…..

6.6 นักเรียนมีความรับผิดชอบ……………………………………….………..

6.7 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมทันเวลา…………………………………….…….

 

..…..

..…..

..….. ..…..

..….. ..…..

..…..

 

..…..

..…..

..….. ..…..

..….. ..…..

..…

 

..…..

..…..

..….. ..…..

..….. ..…..

..…..

 

..…..

..…..

..….. ..…..

..….. ..…..

..…

 

..…..

..…..

..….. ..…..

..….. ..…..

..…..

7 ความกล้าในการแสดงออก

7.1 นักเรียนกล้าพูดและปฏิบัติกิจกรรม…………………………….…………

7.2 นักเรียนมั่นใจในการแสดงออก…………………………………………..

7.3 นักเรียนโต้แย้งกับเพื่อนและครูอย่างมีเหตุผล…………………………….

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

..…..

..…..

..…..

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………

..................................................ผู้รับการประเมิน .....................................................ผู้ประเมิน

(................................................) (...................................................)

………/……………../………. ………/……………../……….

 

 

 

 

แบบประเมินความพึงพอใจในจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม

รายการประเมิน

ระดับความพึงพอใจ

5

4

3

2

1

ก. ด้านรูปแบบการจัดการเรียนรู้

1เป็นการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนได้มีโอกาสอยู่ในสถานการณ์จริง……

 

 

 

 

 

2เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง……

 

 

 

 

 

3เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ ลงมือปฏิบัติจริงและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่มด้วยตนเอง…………………………………

 

 

 

 

 

4เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนกล้าคิด กล้าทำ และกล้าพูดมากขึ้น……

 

 

 

 

 

5เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน……………………

 

 

 

 

 

6เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม…

 

 

 

 

 

7เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนได้เห็นความสอดคล้องของเนื้อหากับชีวิตในโรงเรียนและชุมชน……

 

 

 

 

 

ข. ด้านความรู้ที่ได้รับ

8นักเรียนได้ฝึกทักษะการเรียนรู้และมีความรู้กว้างขวางขึ้นนักเรียนได้รับความรู้ใหม่ๆ อย่างหลากหลายในการเรียนรู้แบบโครงงาน……………………………

 

 

 

 

 

9นักเรียนได้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม และค้นพบความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุขจากการเรียนรู้แบบโครงงาน...

 

 

 

 

 

10นักเรียนได้รับความรู้ในการเป็นผู้นำ ผู้ตาม และมีเหตุผลมากขึ้น......................

 

 

 

 

 

11นักเรียนได้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม และมีความสามัคคี….

 

 

 

 

 

12นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และเข้าใจสภาพปัญหาสังคมมากขึ้น…

 

 

 

 

 

13นักเรียนได้รู้จักวิธีการค้นหาความรู้อย่างหลากหลาย…….

 

 

 

 

 

ค. ด้านบรรยากาศในการเรียน

14นักเรียนกระตือรือร้นสนใจกับสิ่งที่เรียนทุกครั้ง…………

 

 

 

 

 

15นักเรียนมีอิสระในการทำงาน และการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่………

 

 

 

 

 

16นักเรียนมีความสามัคคี และช่วยเหลือซึ่งกันและกันทุกครั้ง เมื่อเพื่อนมีปัญหา

 

 

 

 

 

17นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ในงานที่ได้รับมอบหมาย………

 

 

 

 

 

18นักเรียนมีความสบายใจที่ได้คิดและทำงานอย่างอิสระ….

 

 

 

 

 

19สภาพแหล่งเรียนรู้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน………...

 

 

 

 

 

 

แบบประเมินโครงงานของนักเรียน

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

……………………………………………………………….

คำชี้แจง 1. แบบประเมินฉบับนี้ ใช้ประเมินการจัดการเรียนรู้ของผู้ร่วมศึกษาในการจัดการจัดการเรียนรู้แบบ

                ใช้ปัญหาเป็นฐานตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2. โปรดอ่านแบบประเมินแต่ละข้อ พิจารณาระดับการปฏิบัติในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามข้อความนั้นมากน้อยเพียงใด ทำเครื่องหมาย ลงใน ทางขวามือซึ่งมีความหมาย 5 ระดับ ดังนี้

5 หมายถึง ดีมากที่สุด4 หมายถึง ดีมาก3 หมายถึง ปานกลาง2 หมายถึง น้อย1 หมายถึง น้อยที่สุด

รายการประเมิน

ระดับการปฏิบัติ

5

4

3

2

1

1 เรื่องของโครงงานน่าสนใจและสามารถนำมาเป็นแนวทางใช้แก้ปัญหาที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

2 การกำหนดปัญหาและสมมติฐานได้สอดคล้องกัน

 

 

 

 

 

3 มีการศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงครอบคลุมทุกประเด็นที่ศึกษา

 

 

 

 

 

4 ออกแบบการทำงาน/การทดลอง/ตรวจสอบได้สอดคล้องกับปัญหาและสมมติฐาน

 

 

 

 

 

5 เลือกเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานได้เหมาะสม

 

 

 

 

 

6 ปฏิบัติการทำโครงงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

 

 

 

 

 

7 เก็บข้อมูลได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาและถูกต้อง

 

 

 

 

 

8 จัดกระทำข้อมูล แปรความหมายข้อมูลได้ถูกต้องและสรุปผลสอดคล้องกับข้อมูล

 

 

 

 

 

9 เขียนรายงานโครงงานได้ถูกต้องตามรูปแบบของรายงาน

 

 

 

 

 

10 นำเสนอโครงงานแสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ทำ

 

 

 

 

 

เฉลี่ย

 

 

 

 

 

 

(ลงชื่อ).............................................................ผู้ประเมิน

(.............................................................)