วันนี้ (3 มีนาคม 2557) ภาระงานของผมตามหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบเริ่มผ่อนคลายลงหลังจากที่งานประเดประดังเข้ามาไล่ ๆ กัน 2 งาน ชนิดหายใจรดต้นคอกันทีเดียว ในสภาวะที่ต้องปั่นงานปริมาณมากและข้อจำกัดของระยะเวลาดำเนินการ ทำให้มีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ เกี่ยวกับงานด้านเอกสารจากความเร่งรีบของการดำเนินการ ทั้ง ๆ ที่ตรวจสอบแล้ว กลับเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจนได้ ดีที่ท่านผู้บริหารตรวจสอบพบและให้ดำเนินการแก้ไขเอกสารเรื่องนั้น ๆ ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง นี่เป็นบทเรียนสำหรับตนเองว่า ต่อไปอย่าไว้ใจว่างานที่ตัวเองพิมพ์ จะถูกต้องทั้งหมด ไม่มีข้อผิดพลาด นั่นคือ หากทำงานแต่ละเรื่องเสร็จ จะต้องตรวจทานในลักษณะที่เป็นคนเป้าหมาย ค่อย ๆ อ่าน เพื่อจับผิด และแก้ไขให้ถูกต้อง ครับ
เสร็จเรื่องงาน วนไปที่ลักษณะสภาพอากาศ ผมคิดว่า บรรยากาศแบบนี้ไม่ค่อยน่าบรรเทิงใจเลย เพราะช่วงเช้าแม้อากาศจะเย็นบ้าง แต่กลางวัน ตอนเย็น กลับร้อนระอุ แถมด้วยสภาพบรรยากาศรอบ ๆ ข้างที่ปกคลุมด้วยควัน หมอก (ที่น่าจะเกิดจากการเผาหญ้า เศษวัชพืชต่าง ๆ) จนทัศนวิสัยในการมองไกลถูกจำกัด มองเห็นสลัว ๆ อากาศไม่ปลอดโปร่ง คล้าย ๆ มีหมอกปกคลุม แต่ก็นั่นแหละครับ แม้จะมีความร้อนระอุของอากาศเกิดขึ้น แต่ธรรมชาติก็ชดเชยด้วยต้นไม้หลากสีสรร เพื่อเพิ่ม - ลดความร้อนของอากาศ
วันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านไป ผมมีโอกาสเดินทางผ่านไปละแวก ต.จอมทอง ต.มะขามสูง อ.เมืองพิษณุโลก พบว่า ผู้ทำนาส่วนใหญ่จะใช้เครื่องสูบน้ำ ดึงน้ำจากคันคลองส่งน้ำของกรมชลประทาน เข้าพื้นที่ปลูกนาข้าวของตนเอง บางแห่งมีน้ำให้สูบก็ดีไป แต่หลาย ๆ แห่ง น้ำไม่มีให้เห็นแล้ว นึก ๆ ไป น่าเป็นห่วงการประกอบอาชีพทำนาของเกษตรกร นะครับ ที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ ไหนจะมีปัญหามาจากผู้คนที่เกี่ยวข้องอีก เฮ้อ ! ชีวิต
...ยังมีนก มีม้า มีทุ่งนาสีเขียว ยังมีความเป็นธรรมชาตินะคะ...
เผชิญกับความไม่แน่นอนทางธรรมชาติพอหาทางแก้ไขได้ แต่เผชิญกับจำนำข้าวแล้วไม่ได้เงินลำบากนัก