หากเราพูดถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ที่มีค่อนข้างมากในปัจจุบันหากท่านไม่ได้ศึกษากฎหมายโดยตรง อาจคิดว่าลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์มีความหมายเช่นเดียวกันแต่ในความเป็นจริงแล้วความผิดทั้งสองฐานนั้นมีความแตกต่างกันในสาระสำคัญตามข้อกฎหมายกันอยู่
ความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 334 บัญญัติว่า ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกพันบาท
เรามาพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 334 ดังนี้
- ผู้ใด
- เอาไปทรัพย์สินผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม
- ไปโดยทุจริต
หากอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น คือการที่เราถูกแย่งการครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ จากเจ้าของทรัพย์โดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของทรัพย์ อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ (ใช้แต่เฉพาะกับสังหาริมทรัพย์เท่านั้น)
ตัวอย่าง
นายสมหวัง ได้เข้าไปในบ้านของนายสมศักดิ์ ในขณะที่นายสมศักดิ์ไม่อยู่ได้แอบเอานาฬิกา และสร้อยคอทองคำไป ซึ่งเป็นการเอาไปในขณะที่ความครอบครอง (ความเป็นเจ้าของ) ยังเป็นของนายสมศักดิ์อยู่จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ในส่วนความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 352 บัญญัติว่า ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เรามาพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 352 ดังนี้
- ผู้ใด
- ครอบครองทรัพย์สินซึ่งเป็นผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย
- เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สาม
- โดยทุจริต
หากอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นคือการที่ผู้กระทำความผิดมีสิทธิครอบครอง แต่เบียดบังเป็นของตนเอง (ใช้ได้ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์)
ความผิดในส่วนของการลักทรัพย์เป็นความผิดอันมิอาจยอมความได้
ต่างจากความผิดฐานยักยอกทรัพย์เป็นคดีที่ยอมความได้หากเจ้าทรัพย์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดี
ตัวอย่าง
นายเอกฝากแหวนทองไว้กับนายโทไว้ในช่วงที่นายเอกไม่อยู่ ต่อมานายโทได้นำแหวนทองของนายเอกไปขายเอาเงินไปใช้ส่วนตัวการกระทำของนายโทเป็นการเบียดบังเอาแหวนของนายเอกไปเป็นของตนเองโดยทุจริตจึงเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์
จากรายละเอียดข้างต้นคงทำให้หลายท่านเข้าใจถึงความแตกต่างความลักทรัพย์และยักยอกกันมากขึ้นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ใกล้ตัวที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นความผิดแบบเดียวกัน

คำถาม คุณจตุพล ปวงคำ [email protected]
เราจะมีวิธีไหนที่ทำให้เราแยกข้อกฎหมายระหว่างลักทรัพย์กับยักยอกทรัพย์ได้คับ เพราะผมยังแยกไม่ออกเลยคับ ขออนุญาตถามเพื่อเป็นความรู้หน่อยนะคับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขออนุญาตตอบทางนี้นะคะ
การพิจารณาแยกข้อกฎหมายระหว่างลักทรัพย์กับยักยอกทรัพย์นั้นพิจารณาดังนี้
การลักทรัพย์ คือการที่เราถูกแย่งการครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ จากเจ้าของทรัพย์โดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของทรัพย์ อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ (ใช้แต่เฉพาะกับสังหาริมทรัพย์เท่านั้น) เช่น นาย ม.ได้เห็นกระเป๋าตังค์ ของนาย จ. ว่าอยู่ในร้านอาหาร แล้วนาย ม.ได้ทำการหยิบไปเป็นของตนเองโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือยินยอมจากนายจ.เจ้าของทรัพย์ ซึ่งมีความผิดทางอาญาไม่สามารถยอมความได้
ส่วนการยักยอกทรัพย์ คือ การที่ผู้กระทำความผิดมีสิทธิครอบครอง แต่เบียดบังเป็นของตนเอง (ใช้ได้ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์) เช่น นาย ก.เป็นฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง มีหน้าที่รับชำระเงินที่เข้ามาในบริษัทแต่นาย ก.กับโอนเงินที่มีคนชำระเข้ามาเป็นของตนเอง ซึ่งความผิดในฐานยักยอกทรัพย์นั้นเป็นความคิดที่ยอมความได้