ข้อมูลศึกษาดูงาน ด่านตรวจแม่จัน(กิ่วทัพยั้ง)

อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

นำเสนอโดย นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ

ช่วยราชการประจำศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุตรดิตถ์

สถานการณ์ยาเสพติด ในพื้นที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอแม่จัน รายงานว่า ปัจจุบันในช่วงต้นปี ๒๕๕๗ มีเหตุการณ์เกิดคดีวิสามัญเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน ๔ ราย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๑ ราย ชาวเขาเผ่า อาข่า (เขยชาวอำเภอแม่สาย) ๑ ราย และกองกำลังต่างชาติ จำนวน ๒ ราย และ สวบ สภ.แม่จัน รายงานว่า ยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน ๑๔ เส้นทาง ตามแนวตะเข็บชายแดนและตามแนวลำแม่น้ำโขง ส่วนใหญ่ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นชาวเผ่าต่างๆ ชนเผ่าม้ง เป็นชนเผ่าที่มีการผลิตมากที่สุด มีการพักยาในพื้นที่อำเภอแม่จัน ชาวอาข่า,มูเซอ ทำหน้าที่รับจ้างเดินยาและขนยา

ด่านตรวจแม่จัน(กิ่วทัพยั้ง) เป็นด่านตรวจบนถนนเส้นทางหลักที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ผ่านความเห็นชอบของ มติ ครม.ที่ ๒/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ โดยมี ฯลฯ จอมพลสฤษษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณ สามแยก อำเภอแม่สาย-อำเภอเชียงแสน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจค้นยาเสพติด ประเภทฝิ่น-เฮโรอิน ซึ่งมีการลักลอบลำเลียงมาจาก ประเทศพม่า และลาว ต่อมาปี ๒๕๐๙ มีคำสั่งให้ย้ายด่านตรวจ โดยตั้งด่านตรวจร่วมกับ จนท.ศุลกากร ที่ด่านศุลกากรแม่จัน บริเวณหน้าโรงพยาบาลแม่จัน ต่อมาปี ๒๕๔๓ ได้มีการก่อสร้างขยายถนนเพิ่มเป็น ๔ ช่องทางจราจร ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าสถานที่ตั้งด่านตรวจมีความคับแคบ ประกอบกับมีรถยนต์ผ่านด่านตรวจจำนวนมาก ทำให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ย้ายสถานที่ ตั้งด่านตรวจมาที่ บริเวณศาลเจ้าพ่อกิ่วทัพยั้ง เป็นการั่วคราว จนกว่าจะหาสถานที่ใหม่ได้ ต่อมา ปี ๒๕๕๑ ได้รับการอนุมัติจากกรมป่าไม้ จำนวน ๑๕๐ ตารางวา ให้ใช้สถานที่ของกรมป่าไม้ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน เพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานที่ทำการด่านตรวจใหม่ และได้รับการอนุมัติจากกรมทางหลวง ใช้พื้นที่ไหล่ทางเพื่อเป็นพื้นที่ตรวจค้นรถ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง ที่ทำการด่านตรวจแม่จัน จาก กต.ตร.สภ.แม่จัน จนแล้วเสร็จ จึงได้ย้ายมาตั้งด่านตรวจ ณ สถานที่ปัจจุบันตั้งแต่เดือน กันยายน ๒๕๕๑ และได้ปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ปัจจุบัน อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล และบริหารจัดการ ของ สภ.แม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย การจัดกำลังประจำด่านฯมีบุคลากรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนผู้ปฏิบัติงานหลักประจำด่านฯ ทั้งสิ้นจำนวน ๔๐ นาย แบ่งออกเป็น ๔ ชุดๆละ ๑๐ นาย/วัน มีนายตำรวจสัญญาบัตรควบคุมการปฏิบัติ ตั้งจุดตรวจ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง แบ่งการตั้งจุดตรวจเป็น ๓ ผลัดๆละ ๘ ชั่วโมง และยังมีการสนธิกำลังบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ได้แก่ ชุด ฉก ทพ ๓๑ จำนวน ๕ นาย ทหารพรานใช้สุนัข จำนวน ๒ นาย สมาชิกตำรวจบ้านหญิง จำนวน ๑ ราย ฯลฯ ผลการจับกุมคดียาเสพติด สภ.แม่จัน ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖-ปัจจุบัน

                    ๑.ยาบ้า จำนวน ๘๐๗ ราย ๘๔๖ คน ของกลางยาบ้า ๓,๔๙๙,๖๖๐ เม็ด

                     ๒.ไอซ์ จำนวน ๕ ราย ๗ คน ของกลางไอซ์ ๑๓,๒๗.๓๒ กรัม

                     ๓.เฮโรอีน จำนวน ๗๕ ราย ๘๑ คน ของกลางเฮโรอีน ๑๙,๖๔๒.๔๖ กรัม

                   ๔.ฝิ่น จำนวน ๒๔ ราย ๒๔ คน ของกลาง ฝิ่น ๑๖๓.๐๑ กรัม

                   ๕.จับผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด ๑๕ ราย ๑๕ คน

                   รวมผู้ต้องหา จำนวน ๘๒๒ ราย ๘๖๑ คน

ด้านเครื่องมือ/เครื่องใช้ มีการติดตั้งกล้อง “License Plate ” ซึ่งสามารถประมวลผลรถที่ต้องสงสัย ที่เป็นผู้ค้ายาเสพติด หรือรถที่ถูกโจรกรรม โดยทำการประมวลผลจากการอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ทุกคันที่ขับผ่านด่าน เชื่อมโยงการระหว่างด่านตรวจทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบรถยนต์ที่วิ่งสัญจรไปมาบนท้องถนนได้ทั่วประเทศ (ศูนย์ข้อมูลของ ตำรวจ)แต่ยังมีข้อจำกัดอ่านได้เพียงข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์และหมายเลข “อารบิค” เท่านั้น (เลข”ไทย”ยังอ่านและแปรผลไม่ได้)และที่จอภาพที่ศูนย์ควบคุมจะปรากฏรูปภาพรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมป้ายทะเบียนรถยนต์ทุกครั้ง และจะมีการประมวลผลที่ส่วนกลาง มีประโยชน์ในการใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับรถยนต์เป้าหมาย เมื่อขับขี่รถยนต์ผ่านด่านตรวจจะเกิดมีสัญญานหรือเสียงดังเตือน   เป็นต้น มีหลุมตรวจค้นรถยนต์ (ค้นใต้ท้องรถยนต์) แนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในปัจจุบันที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดที่บริเวณด่านตรวจได้ เทคนิคสำคัญก็คือ จะต้องอาศัยงานการข่าวที่มีประสิทธิภาพ และประสบการณ์ทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ มีการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายให้มีความต่อเนื่องและชัดเจน โดยเฉพาะปัจจุบันการจับกุมผู้กระทำผิดเป็นผู้หญิงมีจำนวนมากขึ้น การปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นผู้หญิงจึงจำเป็นต้องใช้บุคคลากรที่เป็นผู้หญิง แต่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมีน้อย ทางด่านฯจึงปรับแผนปฏิบัติงานด้วยวิธีการใช้อาสาสมัครหญิงมาทำหน้าที่ มีชื่อเรียกว่า “ตำรวจบ้านหญิง” เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ประจำด่าน ซึ่งมีผลการปฏิบัติล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดคดียาเสพติดที่เป็นผู้หญิงซุกซ่อนยาบ้าโดยใส่ถุงยางอานามัยบรรจุยาบ้า เป็นแค๊ปซูล จำนวน ๑,๐๐๐ เม็ด สอดใส่ทางช่องคลอด ส่วนใหญ่การลำเลียงยาเสพติดจะใช้เส้นทางถนนสายรอง

เทคนิคการสังเกต

-หากพบบุคคล/หรือยานพาหะนะ สัญจรไปมาที่ต้องสงสัย ให้เรียกจอดรถพร้อมซักถามดูพฤติกรรมและปฏิกิริยาอาการ ซึ่งผู้ปฏิบัติจะต้องใช้ประสบการณ์และความรู้สึก หากต้องสงสัยทำการตรวจค้น

-ตรวจค้นใต้ท้องรถยนต์ สังเกตที่หัวน็อต   ใหม่, เปื้อน,หรือเปื้อนไม่เท่ากัน

-ตัวถังน้ำมันรถยนต์มีการประกอบดัดแปลงหรือไม่

-กล่องนม,ม่ามา(ยาไอซ์ จะซุกซ่อนในกล่องนม และถังน้ำมันรถยนต์ ส่งลำเลียงลงภาคใต้)

-รถยนต์ตู้ป้ายแดง ด้านข้าง ซุกซ่อนในถังน้ำมัน

-รถฉิ่งฉาบทัวร์ จังหวัดราชบุรี สั่งของมาจากเรือนจำเขาบิน

การจัดกำลังพลชุดตรวจค้นประจำด่านตรวจ

ชุดปฏิบัติการต้องมีการแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน อาทิ เรียกตรวจ(ซักถาม) ตรวจค้น ตรวจปัสสาวะ ธุรการ(ด้านเอกสาร/ถ่ายรูป/สื่อสาร/ข้อมูล)และที่สำคัญจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันชุดตรวจค้น(ถือปืนควบคุมอย่างใกล้ชิด)ทุกครั้ง และใช้สุนัขตำรวจ เทคนิคการซักถาม(สัมภาษณ์) หากปรากฏอาการ.๑.หน้าซีดตัวสั่น ๒.อัดอั้น ขนลุก ๓.มือกระตุก เหงื่อไหล ๔.อ้างผู้ใหญ่ใกล้ชิด ๕.บิดเบือนข้อเท็จจริง ๖.นั่งนิ่งหลบตา ๗.ปวดปัสสาวะ ปวดท้อง ๘.คอยจ้องหลบหนี ถือเป็นประเด็นข้อสังเกตและสงสัยไว้ก่อนว่าน่าจะมีการพกพาสิ่งของผิดกฎหมาย (ยาบ้า)

การนำมาใช้เป็นแบบอย่าง/ปรับปรุงใช้ให้เป็นประโยชน์กับจังหวัดอุตรดิตถ์

จากการประเมินผลการศึกษาดูงานที่ด่านตรวจแม่จัน(กิ่วทัพยั้ง) ในภาพรวม มีข้อสังเกตซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญควรที่จะใช้เป็นกลยุทธ์มาตรการและกรอบความคิดหลักในการขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์ ในการดำเนินกิจกรรมตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้น บนถนนทั้งเส้นสายหลัก เส้นสายรอง หรือถนนภายในหมู่บ้าน/ชุมชน ได้แก่ ประเด็นที่นำเสนอว่า”การปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกเหนือจากข้อมูล อุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด้วย “ ซึ่งสามารถกำหนดเป็นแนวทางในการจัดทำแผนงาน/กิจกรรม ที่จะขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ได้ดังนี้

๑.ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทั้งระดับจังหวัด/อำเภอ จะต้องมีบุคลากรที่มีบัตร ปปส. อยู่ร่วมปฏิบัติประจำชุด อย่างน้อย จำนวน ๑ คน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่นายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เคยสั่งการไว้ ในคราวที่มีการประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังยาเสพติดจังหวัดอุตรดิตถ์ครั้งที่ผ่านมา โดยให้ที่ทำการปกครองอำเภอ แจ้งให้ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่ายบริหารงานปกครอง /ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และปลัดอำเภองานป้องกัน ที่รับผิดชอบงานยาเสพติด ยื่นคำร้องขอมีบัตร ปปส. ทุกคน(ยื่นคำร้องที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มงานความมั่นคง)

๒..ให้เน้นการปฏิบัติในรูปแบบของการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดในพื้นที่ให้มีความถี่และเน้นการสุ่มตรวจปัสสาวะบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

๓.ควรจัดประชุมสัมมนาถอดบทเรียนการปฏิบัติหน้าที่จัดระเบียบสังคมให้แก่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ ในระดับอำเภอ ให้มีความรู้และเข้าใจแนวทางปฏิบัติภาคสนามเป็นไปในทิศทางเดียวกัน(เน้นประเด็นการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด)

๔.ให้เน้นการให้ความร่วมมือและสนับสนุนบุคลากรเข้าร่วมปฏิบัติงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ จุดตรวจหลักในพื้นที่(จุดตรวจบ้านไฮฮ้า/จุดตรวจน้ำอ่าง)เมื่อได้รับการร้องขอ ตามความเหมาะสม