สัปดาห์นี้ ย่า - ฟ้าคราม ได้อยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดเช่นเคย
พ่อเพรียงไปสอบ โดยแม่อ้อมไปเป็นเพื่อน ย่าเลยอาสาเลี้ยง
เจ้าฟ้าครามอยู่ที่บ้าน...ช่วงนี้ หนูมีพัฒนาการที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
เก่งขึ้นหลาย ๆ อย่าง...ไม่ว่าการคิด การยิ้มเก่ง การพูดเก่ง
พูดได้หลาย ๆ คำ...
ย่าถามหนูทุกครั้งว่าหนูรักใครบ้าง? หนูก็บอกชื่อของทุก ๆ คน
เช่น ตาทวด ปู่เร ย่าบุษ พ่อเพรียง แม่อ้อม ยายติ๋ม ตาจุก...
ลุงภัคร ป้าแก้ว ฯลฯ ใครต่อใครที่หนูนึกชื่อได้ หนูก็เอ่ยชื่อเขา
ทุกคน...ปู่เรแซวฟ้าครามว่า...ตอนนี้หัดเป็น "คุณหมอฟ้าฯ"
โดยปู่เรจะต้องนำยาให้ตาทวดกินในตอนเช้าและตอนเย็น
เจ้าฟ้าครามเห็นเลยรับอาสานำยาไปให้ตาทวด พร้อมกับน้ำดื่ม
ปู่เรเล่าว่า...ตอนนี้ เขาเป็น "หมอฟ้าฯ" ไปแล้ว...
แม้แต่เวลาหนูมาบ้านย่า...ย่าจะกินยา...หนูเห็นหนูก็จะรับอาสา
แกะยาให้แล้วก็บอกย่าว่า..."หนูเป็นหมอฟ้าฯ"...พร้อมกับยิ้มหน้าแป้น
ให้กับย่าได้เห็น...
นั่นคือ...ความฝันที่หนูคิดในตอนที่ยังเป็นเด็ก ๆ...ย่าไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง
แต่ทุก ๆ คน มีความฝัน ก็แล้วแต่ถ้าหนูโตขึ้นจะเป็นอะไร มีอาชีพอะไร
ย่าไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก...คิดแต่ว่า...ทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์นึก
วาดฝันตามที่ตนเองอยากเป็น...แต่การที่จะสร้างฝันให้เป็นได้จริงหรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเองมากกว่า...เพราะว่า "ย่าก็ไม่เคยฝันที่อยากจะ
เป็นโน่นเป็นนี่...แต่พอโตขึ้น อนาคตที่เราได้ทำ มันก็มาหาเราเอง เพียงแต่ว่า
ทำ ณ ปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว"...
อนาคตมันไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการกระทำพร้อมความคิดที่ต้องการ...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
..... น่ารักจุงเบย ค่ะ
น่ารักและเก่งมากค่ะ คุณหมอฟ้าครามน้อย เป็นที่ชื่นใจให้ความสุขต่อคุณปู่คุณย่ามากนะคะ
เป็นคุณย่าคุณหลาน ที่เป็นแบบอย่างของปลูกฝั่งสั่งสมประสบการณ์ที่ดีในวัยเยาว์นะคะ
สำหรับเด็กในอีกมุมของสังคมบ้านเรา...
ขอบคุณค่ะ
+
+
และขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ
มาเยี่ยมชมหลานย่าน่ารักค่ะ
ขอบคุณค่ะ พี่นงนาท