หน้าต่างชีวิต
หากวันไหนฝนตกลมแรง
หรือฝุ่นฟุ้งกระจายเข้ามา
หรือลมหนาวเหน็บมาเยือน
เราก็ต้องรีบปิดประตูและหน้าต่าง
ปิดรับสิ่งจากภายนอก...
ที่จะมากระทบต่อตัวเรา
แต่หากวันใด
อากาศสดชื่นแจ่มใส ลมพัดเย็นสบาย
เราก็ควรที่จะเปิดประตูและหน้าต่าง
รับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้ามาสู่บ้านของเรา
หายใจให้เต็มปอด
มองลอดช่องหน้าต่างไปดูโลกกว้างภายนอก
ชีวิตภายในก็เฉกเช่นเดียวกัน
ขอเพียงรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปิด
เมื่อไหร่ควรปิด
ประตูใจ
หากวันไหนฝนตกลมแรง
หรือฝุ่นฟุ้งกระจายเข้ามา
หรือลมหนาวเหน็บมาเยือน
เราก็ต้องรีบปิดประตูและหน้าต่าง
ปิดรับสิ่งจากภายนอก...
ที่จะมากระทบต่อตัวเรา
แต่หากวันใด
อากาศสดชื่นแจ่มใส ลมพัดเย็นสบาย
เราก็ควรที่จะเปิดประตูและหน้าต่าง
รับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้ามาสู่บ้านของเรา
หายใจให้เต็มปอด
มองลอดช่องหน้าต่างไปดูโลกกว้างภายนอก
ชีวิตภายในก็เฉกเช่นเดียวกัน
ขอเพียงรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปิด
เมื่อไหร่ควรปิด
ประตูใจ
ชอบมากค่ะข้อความนี้
สวยงามมากค่ะ
ในทางจิตวิทยา...โดยปกติทั่วไปคนเราจะมีหน้าต่างอยู่ 4 บาน ตามทฤษฎีJohari...บานแรกเป็นหน้าต่างที่เปิดเผย เรารู้ตัวเอง และคนอื่นรู้ว่านี่คือตัวเรา ...บานที่สอง เป็นหน้าต่างที่เราไม่รู้ตัวเอง แต่คนอื่นรู้มองออก มองเห็นเราว่าเป็นคนยังไง? ...บานที่สาม เป็นส่วนที่เรารู้ แต่ปกปิดไม่เปิดเผยให้คนอื่นรู้ ...บานสุดท้าย เป็นบานที่มืดมากเรายังมองไม่เห็นตัวเอง และคนอื่นก็ยังมองไม่เห็นว่าเราเป็นอย่างไร?จนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้น เมื่อเรารู้แต่อาจยังไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็จะเลื่อนมาอยู่บานที่สาม ...แต่ถ้าคนอื่นมองรู้ แต่เรายังไม่รู้ตัวเองก็จะเลื่อนมาอยู่บานที่สอง ...ถ้าเป็นที่รู้ กันโดยทั่ว ปกปิดไม่ได้แล้วก็จะเลื่อนมาอยู่บานแรก...การเปิดหน้าต่างแต่ละบานเจ้าของหน้าต่างจะรู้ว่าเมื่อใด?ควรจะเปิดหน้าต่างบานไหน?ให้กับใครบ้าง?...ความสำคัญของหน้าต่างทั้ง 4 บานอยู่ที่การรู้จักเปิดเผยมีความจริงใจต่อกัน รู้จักการยอมรับข้อดี ข้อเสียของตนเอง และของผู้อื่น ตลอดจนรู้จักการปรับปรุงตัวเอง เพื่อนำไปสู่ความมีสัมพันธภาพที่ดีทั้งภายในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน จนถึงสถาบันทางสังคมอื่นๆนะคะ...