ก่อนดูภาพเหล่านี้...ต้อง..รู้จักชื่อคนดัง..คนหนึ่ง..ชื่อ ซิบาลิทส..(ศิลปินชาวเยอรมัน)
ท่องฟ้า..นภาลัย..............................................หากคว่ำฟ้า..พสุธาที่อาศัย........
กรุงเทพ..เมืองฟ้า..อมร...........................................สมเป็นนคร..มหา..ธานี....(เอ๋อ)
กรุงเก่า..เรานี้..เคยดี............................................................เป็นศรีสมัยเมื่อพันปี.......มีอยู่เพียงภาพ..(ปรักพัง)
มองกลับ..ไป..ใน..แกลลอลี่..ชีวิต..วันนี้................(คิดดูดีๆ..เราเห็น..อะไร...อ้ะะ..อิอุอึ)
แก้..คำผิด..ตรงนี้..ไม่ได้ตั้งใจ..มัน..สับสนกันเอง..อ้ะะ...ศิลปิน..ชาวเยอรมัน..ที่แขวนรูป..ของเขา..กลับหัวลง..ชื่อ.."บาซิลิทส".....(เขาดังมาเมื่อ..สี่สิบปีที่แล้ว..เคยทักทายในฐานะ..ผู้..ทำงานใน..มหาวิทยาลัยเดียวกัน..แต่..แตกต่างกันเหมือน..ฟ้ากับดิน..อย่างสิ้นเชิง..."๕๕๕๕"..."ซึ่งคงต้องเดากันเอาเอง..อะไร..คือความแตกต่าง.."....)
Do we called this a "flipped gallery"? After the much talked about "flipped classroom".
But seriously I think the pictures are right but we are upside down and need to re-orientate ourselves to see the world in the right way. What else makes us go downhills when we go forwards?
...upside Down นะคะคุณยายธี
ในมุมมองที่แตกต่าง..ของชีวิต..อาจจะเป็นแค่ภาพในกระจก..อาจจะเห็นบ้างไม่เห็นบ้างแล้วแต่โอกาศและเวลา..และความคิดที่จินตนาการไป.."ค้างคาวหุบปีก..แขวนตัวห้อยหัวลง..ตีนเกี่ยวกิ่งไม้"...มันก็ไม่ผิดธรรมชาติ...เราอาจจะตามไปถามมันว่า..แกเห็นอะไร..เวลากลับหัวลงน่ะ...อ้ะะ..เจ้าค้างคาว...