การประเมินด้านจิตวิญญาณ

ช่วงนี้ในหอผู้ป่วยเรามีผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่ไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด หรือโรคกระจายเข้าสู่ระยะสุดท้าย เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 คน 

 

เมื่อต้นเดือน มีคุณป้าคนหนึ่งเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังผ่าตัด แล้วรักษาโดยการรับประทานยาเคมีบำบัด ระยะหนึ่ง ต่อมาโรคกระจายไปปอดและกระดูก ทำให้คุณป้าหายใจไม่อิ่ม และปวดกระดูกมาก ประเมินความปวดได้ 10  ต้องให้ยามอร์ฟินชนิดฉีด และยาชนิดกินด้วย ญาติบอกว่า รพ ใกล้บ้านให้ยาฉีดมาด้วย 8 amp  

 

เมื่อแพทย์เจ้าของไข้รับไว้รักษา แต่สภาพผู้ป่วยไม่สามารถให้ยาเคมีบำบัดได้ จึงวางแผนการรักษาแบบประคับประคอง จึงได้ขอคำปรึกษาหน่วย palliative care เพื่อมาดูแลและควบคุมอาการปวดให้กับผู้ป่วย รวมทั้งเตรียมความพร้อมที่จะกลับไปอยู่ที่บ้าน 

 

ดิฉันในฐานะพยาบาลประจำหอผู้ป่วย  ได้ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับประทานอาหาร และยาแก้ปวดตามแผนการรักษา จัดท่าให้สุขสบายไม่ให้มีแผลกดทับ  ให้อ๊อกซิเจนตามแผนการรักษา เตรียมความพร้อมผู้ป่วยและญาติเพื่อกลับไปอยู่ที่บ้านในวาระสุดท้ายที่จะมาถึง

 

จากการสังเกตคุณป้าผู้ป่วย ถึงแม้จะอยู่ในภาวะเจ็บปวดมาก

แต่คุณป้ายังดูสงบ ไม่เคยร้องครวญครางจากเจ็บปวด 

 

ระหว่าง..นี้เราเข้าไปประเมินความต้องการด้านจิตวิญญาณ

 

เนื่องจาก...คุณป้านับถือศาสนาคริสต์ คุณป้าจึงไม่เคยกลัว ความตาย คิดว่าเราได้ดูแลตัวเองมาถึงที่สุดแล้ว

ดังนั้นการกลับไปอยู่กับพระเจ้า เป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว การกลับไปสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีอะไรต้องกังวล

แต่ยังมีความต้องการอยู่ในที่สงบ เพื่อค้นหาเป้าหมายของชีวิต ความศรัทธาในศาสนา ทำให้ชีวิตสงบสุข

ความต้องการนำสิ่งศักดิ์สิทธิไว้ใกล้ตัว ไม่ต้องการ เพราะพระเจ้าอยู่ในใจของเราอยู่แล้ว  

สำหรับการอ่านคัมภีร์ ญาติก็อ่านให้ฟังที่บ้านได้

นอกจากนี้จากการประเมินความต้องการให้ช่วยชีวิตถ้ามีอาการแย่ลง ผู้ป่วยและญาติไม่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยก็บอกลูกสาวที่มาเฝ้าว่า ก็แล้วแต่ลูก  

และได้บอกลูกว่า ต้องการกลับไปอยู่ที่บ้านกับลูกหลานเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง 

 

เป็นประสบการณ์ของดิฉันที่ได้พบผู้ป่วยนับถือศาสนาอื่น  ที่เข้าถึงวาระสุดท้ายอย่างสงบ น่าสนใจค่ะ

ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้ดูแลผู้ป่วยที่นับถือศาสนาคริสต์เพียง 1 case 

อุบล จ๋วงพานิช

22 กุมภาพันธ์ 2557