GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

มุมมองของคนเขียนบันทึกกับการมีรถ 2 คันในชีวิต (2)

รถยนต์ถึงแม้ไม่มีจิตใจ มันก็ยังรู้จักกลับมาหาเจ้าของ

    เล่าเรื่องค้างไว้....มาต่อนะครับ พอได้รับจดหมายในห้องประชุม (ผศ.ดร.คงศักดิ์ พร้อมเทพ เอามาให้ผมเพราะผมเคยย้ายทะเบียนบ้านมาเข้าที่บ้านอาจารย์ ตำรวจหาข้อมูลจากบริษัทนิสสัน และทราบว่าผมเป็นคนซื้อรถไปเป็นมือหนี่งและแจ้งที่อยู่ที่บ้านอาจารย์คงศักดิ์) ผมอ่านแล้วจึงเอาจดหมายให้ รศ.ปรียานันท์อ่าน อาจารย์บอกว่า มัน(รถ) จะเหลือซากให้ใช้การได้หรือเปล่า ผมจึงว่า "ต้องลองไปดู" เมื่อผมไปดูรถ ปรากฏว่าใช่รถของผม มีสภาพพอใช้การได้ แต่ยังรับรถไม่ได้ ต้องไปทำบันทึกมอบอำนาจจากสถานีตำรวจพิษณุโลก เจ้าของคดี ให้ผมมารับรถแทน เลยต้องกลับมาทำเรื่อง และได้รับความร่วมือที่ดี

    ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเดิมบางนางบวช ผู้กำกับให้การต้อนรับที่ดี แต่สารวัตรบอกว่า ต้องให้สินน้ำใจนายดาบบ้างในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้อย่างดี เพราะจดหมายที่มาถึงผมฉบับนี้เป็นฉบับที่ 3 แล้ว (เมื่อไปรับรถ ได้ให้สินน้ำใจนายดาบไป 500 บาท)  และได้เล่าว่ารถคันนี้พบที่ทุ่งนา แล้วมีคนมาแจ้งตำรวจ ตำรวจจึงไปลากรถมา (จ้างรถไปลาก ค่าลาก 2,000 บาท)

      รถจอดอยู่ที่สถานีตำรวจ 6 เดือน จนถึงวันที่ผมไปรับรถ พอรับรถ รถยางแบน และรถสตาร์ทไม่ติด ติดต่อร้านที่เคยลาก มาลากไปอู่ที่อยู่ใกล้สถานีตำรวจ พอหยอดน้ำมันก็สตาร์ทติด ก็ต้องมาซ่อม สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือยางรถ 4 ล้อ และกระทะล้อ (เปลี่ยนภายหลัง) หมดเงินไปรวมหมื่นกว่าบาท ผมได้ถามร้านที่ไปลากรถว่า ทำไมค่าลากรถจากที่พบรถ ถึงสถานีตำรวจถึงได้แพงนัก อู่รถลากบอกว่า ต้องบวกค่าที่ต้องให้ตำรวจด้วย ส่วนจะให้เท่าไหร่นั้นบอกไม่ได้ เป็นเรื่องของอู่กับตำรวจ 

      คดีลักรถ ก็ปิดคดีไป โดยจับขโมยไม่ได้ ผมคิดเอาเองว่า ขโมยลักรถไปขายต่อให้วัยรุ่นแต่งรถซึ่ง พอถึงยุคน้ำมันแพง จ่ายค่าน้ำมันไม่ไหว ประกอบกับเจ้าหน้าที่กดดัน จึงต้องนำรถไปจอดทิ้งไว้ในท่งนาอยู่ 3 วัน ชาวบ้านเห็นผิดสังเกต จึงมาแจ้งตำรวจ ตำรวจเรียกอู่ที่เคยใช้บริการมาลากรถไปไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อติดตามหาเจ้าทุกข์ต่อไป เมื่อเจ้าทุกข์มารับรถไปแล้ว จึงปิดคดี

     สมุดทะเบียนรถยังอยู่กับผม รถหายแจ้งความกับสถานีตำรวจแล้ว นึกเอาเองว่าหน่วยราชการจะมีการประสานงานกัน คือตำรวจแจ้งข้อมูลให้ขนส่งจังหวัด (เคยเป็นหน่วยงานเดียวกัน คือ กองทะเบียนตำรวจ)

     พอได้รถคืนมาแล้วต้องไปต่อทะเบียนเสียค่าธรรมเนียม นึกเอาเองว่าคงจะเสียในปีถัดไปเลย แต่ฝ่ายทะเบียนแจ้งว่า คุณไม่ได้มาแจ้งไม่ใช้รถหรือไม่ได้มาแจ้งรถหาย ดังนั้นต้องเสียภาษีย้อนหลัง 2 ปี เสียค่าปรับ และเสียภาษีปีใหม่อีก รวมทั้งสิ้น 3 ปี (39,40,41) ไม่มีทางช่วยอะไรได้เพราะหลักปฏิบัติเป็นเช่นนั้น

      กฎหมายที่ควรรู้ รถหายหรือรถไม่ได้ใช้ ต้องแจ้งกับขนส่งหวัดเพื่อบันทึกประวัติไว้ในสมุดทะเบียนรถ

     ตอนผมขับรถกลับ จากอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มาจังหวัดพิษณุโลก ผมนึกทบทวนเหตุการณ์ดู แล้วสรุปว่า "รถยนต์ถึงแม้ไม่มีจิตใจ มันก็ยังรู้จักกลับมาหาเจ้าของ" แต่สุดท้ายเราอาจจะพบสัจธรรมว่า "ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง" เพราะถ้าร่างกายเป็นของเราแล้วเราต้องสั่งได้ว่า "จงอย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้" จริงไหมครับ อีกอย่างหนึ่ง "โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 5622
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

อ่านแล้วได้ข้อคิดค่ะ...ไม่มีอะไรเป็นของเราแม้แต่ตัวเราเอง..จริงๆค่ะ