วันที่ 4 ธันวาคม 2556
ช่วงเช้าวันนี้ดิฉันไปถึงสถานที่ประชุมสายหน่อยและเข้าฟังการประชุมเรื่อง Diabetes care at the coal face: manpower, multidisciplinary and primary health care ที่ห้อง Plenary 1 ซึ่งมี ศ.พญ.วรรณี นิธิยานันท์ จากประเทศไทย และ S. Sadikot จากอินเดีย ทำหน้าที่ Chair มี 4 เรื่องย่อยคือ
- Global shortages and barriers to care โดย S. Saditkot (India)
- Diabetes care in Taiwan โดย W.H. Sheu
- Diabetes care in Thailand โดย ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจน์วงศ์
- Diabetes care in Russia โดย M. Shestakova
Chair จากซ้าย S. Saditkot ศ.พญ.วรรณี นิธิยานันท์
ขณะที่ไปถึงห้องประชุมการนำเสนอของประเทศไต้หวันกำลังจะจบพอดี
Diabetes Care in Thailand
นำเสนอโดย ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจน์วงศ์
เนื้อหาที่นำเสนอประกอบด้วยจำนวนผู้ที่มี DM, IGT ของไทยและในประเทศแถบเดียวกัน
ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะสุขภาพฯ หรือ NHES 2009 เปรียบเทียบกับครั้งที่ผ่านๆ มา
ความท้าทายในปัจจุบัน เช่น % ของผู้ที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวานยังสูง ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ตามเป้าหมาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยจำนวนมากร่วมมือในการรักษาไม่ดี อาจารย์ชัยชาญได้อธิบายทีละเรื่องและแสดงตัวเลขให้เห็นประกอบด้วย....
อนาคตของ diabetes care
- นโยบายสุขภาพระดับชาติควรส่งเสริมและเน้นความสำคัญของการออกกำลังกายและ healthy diet เพื่อการป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2
- ควรมีการคัดกรองเบาหวานในประชากรที่มีความเสี่ยงสูงอย่างสม่ำเสมอและกว้างขวาง
- ส่งเสริม universal annual screening ของโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานและการได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
- ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและแพทย์เพื่อให้ adherence ในการรักษาดีขึ้น
มีคำถามจากผู้เข้าประชุมถึงความชุกระหว่างพื้นที่ในเมืองและชนบท DRS ถูกใช้อย่างแพร่หลายหรือไม่ ในประเทศไทยมีอาหารขายเกือบ 24 ชั่วโมง รัฐบาลไทยทำอย่างไรกับปัญหานี้ ฯลฯ
Diabetes Care in Russia
จำนวนประชากรทั้งหมด ในเมืองประมาณ 75% ชนบท 25% จำนวนผู้ที่เป็นเบาหวานสูงขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจาการศึกษาทางระบาดวิทยาและจาก population screening พบว่าความชุกของเบาหวานในรัสเซียจริงๆ สูงกว่าที่ registered 3-4 เท่าจึงคาดว่าความชุกจะอยู่ที่ 7-9% หรือมีจำนวนผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่ประมาณ 10-12 คน
มีการใช้ HbA1C คัดกรองในกลุ่มคนประมาณ 26,000 คน มีการคัดกรองโรคแทรกซ้อนเชิงรุกโดยใช้ DIAMOBILE center พบโรคแทรกซ้อนแต่ละอย่างมากน้อยเท่าใด ดูแลรักษาอย่างไร (ใช้เทคนิคและเทคโนโลยีอะไร)
ในรัสเซีย มี Diabetes School มากกว่า 1,100 แห่ง พบว่าในคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 5,451 คน เข้าโรงเรียนเบาหวาน 43% ส่วนเบาหวานชนิดที่ 1 จำนวน 3,607 คน เข้าโรงเรียนเบาหวาน 78%
การเปลี่ยนแปลงในการดูแลรักษาจากปี 2006-2011 พบว่ามีการใช้ OHA มากกว่า 2 ตัวเพิ่มมากขึ้น คุณภาพในแง่ของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจากปี 2003-2011 มีทิศทางดีขึ้นคือมีจำนวนคนที่คุม HbA1c ได้ต่ำกว่า 8% เพิ่มมากขึ้น life expectancy เป็นอย่างไร มี National Guidelines for diabetes care
ปัญหาที่ยังคงมีอยู่แยกเป็น Medical/ Clinical problems และ Organizational problems ดังนี้
Medical/ Clinical problems
- การวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 2 ล่าช้า
- รักษาอย่างเข้มข้นล่าช้า
- มีผลเสียจากการรักษาอย่างเข้มงวดเกิดขึ้น : hypoglycemia, weight gain, CVD risks
- ความร่วมมือในการปฏิบัติตามการรักษาไม่ดี (poor compliance)
- การให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยไม่เพียงพอ
Organizational problems
- ขาดแคลน Endocrinologists
- เวลาต่อ outpatient visits ไม่เพียงพอ
- GPs มีส่วนร่วมน้อย
- พยาบาลมี involvement ในการให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยน้อย
- Low availability ของ HbA1C สำหรับการคัดกรองในชนบทและพื้นที่ที่อยู่ไกลศูนย์กลาง
ปิดท้ายด้วยการเชิญชวนไปเที่ยวรัสเซีย
ผู้เข้าประชุมมีคำถาม เช่น วิธีการที่ใช้ใน national screening การวินิจฉัย neuropathy การใช้ Diabetes (van) mobile ในการคัดกรองและวินิจฉัยโรคแทรกซ้อน เช่น ถ้าพบปัญหาแล้วทำอย่างไร (แนะนำให้ไปรักษา) ออกไปบ่อยแค่ไหน (ขึ้นอยู่กับแต่ละ region) คำตอบต่างๆ ทำให้รู้ว่ารัสเซียขาด endocrinologist กำลังมีการฝึก GP….
ต่อจากนั้นได้เข้าฟังในห้อง Plenary 2 ซึ่งพูดกันเรื่อง Diabetes and cardiovascular disease ยังไม่จบ session และมีจำนวนผู้ฟังมากกว่าในห้อง Plenary 1
วัลลา ตันตโยทัย
บันทึกเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557

