เด็กข้างวัด (๑๘) ประเพณีรับน้องลูกช้าง

Panda
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ประเพณีต่าง ๆ เพื่อการรับน้อง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ หลาย ๆ อย่างยังคงมีการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ที่สร้างความภูมิใจให้กับลูกช้างทุกคน

การได้เป็นลูกช้างรุ่นแรก ทำให้มีโอกาสได้ช่วยกันสร้างสรรค์ประเพณีต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อการรับน้อง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ หลาย ๆ อย่างยังคงมีการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ที่สร้างความภูมิใจให้กับพวกเรา เช่น

๑. ประเพณีรับน้องรถไฟ เป็นกิจกรรมหนึ่งของการรับน้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นประเพณีประจำปีอย่างหนึ่ง ที่จัดขึ้นโดยรุ่นพี่ของแต่ละคณะ จะมาต้อนรับนักศึกษาใหม่(ที่สอบเข้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ และอาศัยอยู่ใน กทม หรือพื้นที่ นอกเขตภาคเหนือ) โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมนี้กันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงโดยปกติ จะเหมารถไฟ ชั้น 3 ทั้งขบวน(ทั้งหมดหลายขบวน) โดยแบ่งตู้รถไฟ กันตามคณะและจำนวนของ รุ่นพี่และรุ่นน้อง ในคณะนั้นๆ โดยรุ่นพี่ ของแต่ละคณะ ก็จะเตรียมกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ มีการสอนร้องเพลงประจำแต่ละคณะ มาให้รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมบนรถไฟ เกือบตลอดทั้งคืน ที่รถไฟ วิ่งมุ่งหน้าไปยัง เชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติ เมื่อไปถึงเชียงใหม่แล้ว รุ่นพี่จะพาน้องใหม่ ไปไหว้พระ ที่ศาลาธรรม เป็นเหมือนการรับขวัญ น้องที่มาใหม่จากแดนไกล หลังจากนั้น รุ่นพี่ก็จะพาน้องใหม่ เข้าไปพักตามหอพักนักศึกษา(หอใน) ที่น้องใหม่จองไว้ ตั้งแต่วันที่มาปฐมนิเทศ

กิจกรรมรับน้องรถไฟเป็นกิจกรรมครั้งแรกๆ ที่รุ่นน้องและรุ่นพี่ได้พบเจอกัน และร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาราว 15 ชั่วโมง และยังมีเพื่อนฝูงและผู้ปกครองมาส่งรุ่นน้อง ทำให้บรรยากาศที่สถานีหัวลำโพงในวันนั้นจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แสดงความยินดีการได้เริ่มต้นการเป็นนักศึกษา นักศึกษาจะได้แจกบัตรคล้องคอ (หรือติดเสื้อ) เขียนชื่อเล่นแต่ละคนเอาไว้ รุ่นน้องนั้น มักจะถูกเรียกว่า "ลูกช้าง" เพราะ ช้างเป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org )

ปัจจุบันสามารถรับชมบรรยากาศได้จากทางอินเทอร์เน็ตเช่น ในปี ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ที่นี่ http://youtu.be/sKpJIdcJhmo เป็นต้น

อีกประเพณีหนึ่งที่สืบทอดมาจนครบ ๕๐ ปีในปีนี้แล้วก็คือ

๒. ประเพณีรับน้องขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตามภาพและเสียงได้จากสื่อออนไลน์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เช่นเดียวกัน (http://youtu.be/F4OsGV86u4w ) ขอนำภาพพวกเราลูกช้างรุ่นแรก ที่เป็นกลุ่มบุกเบิกกิจกรรมอันนี้ขึ้น ที่ถ่ายภาพไว้บนดอยสุเทพ เมื่อเกือบ ๕๐ ปีแล้ว มาเก็บไว้เป็นที่ระลึกไว้ ณ.โอกาสนี้

รับน้องขึ้นดอย เป็นกิจกรรมรับน้องใหม่ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดขึ้นเพื่อให้รุ่นพี่และรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเดินทางร่วมกัน จากศาลาธรรมบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขึ้นไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ ๑๔ กม.

นักศึกษาแต่ละคณะจะแต่งชุดประจำคณะแตกต่างกันไป อาจเป็นชุดพื้นเมืองภาคเหนือ หรือเป็นชุดประจำคณะก็ได้ โดยของที่จะนำขึ้นไปนมัสการพระธาตุก็จะนำมาประกอบในขบวน แต่ละคณะจะ ตั้งคณะต่อๆกัน โดยมีการกำหนดลำดับของคณะ ไม่เหมือนกันในแต่ละปี เมื่อตั้งขบวนดีแล้ว ก็ทยอยเดินขึ้นไปยังดอยสุเทพ โดยหยุดพักนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยที่เชิงดอยสุเทพกันก่อน จากนั้นเริ่มต้นเดินขบวนต่อ ซึ่งความสนุกสนานส่วนหนึ่งของการขึ้นดอย จะอยู่ที่จะมีการแซงกันในบางครั้ง ทำให้ได้เห็นและทักทายเพื่อนๆ คณะอื่นๆ โดยในระหว่างทางจะหยุดพักบริเวณศูนย์ป้องกันไฟป่าหนึ่งครั้ง และหยุดพักอีกครั้งเมื่อถึงบริเวณพระธาตุ

และที่เป็นจุดสำคัญของกิจกรรมนี้ในทุกๆคณะคือ การวิ่งขึ้นโค้งสปีริต ที่ทุกคณะ ไม่ว่าจะเดินขึ้น วิ่งขึ้น หรือนั่งรถขึ้น ก็จะขอมาวิ่งในโค้งนี้ โดยแท้จริงแล้ว โค้งสปีริต ก็คือโค้งขุนกัณฑ์ฯ โค้งสุดท้ายก่อนถึงดอยสุเทพนั่นเอง

นักศึกษาบางคณะที่มีผู้ชายมาก เช่น วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณะเกษตรศาสตร์ นิยมให้วิ่งขึ้นขณะที่คณะอื่นๆ มีทั้งเดินบ้างวิ่งบ้าง เมื่อขึ้นไปถึงพระธาตุดอยสุเทพ ก็จะทยอยเข้าไปนมัสการองค์พระธาตุ แล้วพักผ่อน รับประทานอาหาร มีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกัน จากนั้นจึงเดินทางกลับลงมาบางคณะอาจวิ่งขึ้นแล้วเดินลง บางคณะอาจวิ่งขึ้นและวิ่งลง แล้วแต่รุ่นพี่ในแต่ละคณะจะกำหนด (ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org )

๓. CMU Sport Day

อีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันก็คือ วันแข่งขันกีฬาระหว่างคณะที่รู้จักกันในชื่อ CMU Sport Day ในยุคแรก ๆ ที่มีเพียงไม่กี่คณะ กิจกรรมการเชียร์กีฬาที่ประกอบด้วยการหลีดและแปรอักษรบนอัฐจรรย์ ก็เป็นไปอย่างไม่ซับซ้อนมากนัก ด้วยข้อกำจัดต่าง ๆ ดังภาพของ คณะวิทยาศาสตร์ ที่มีเก็บไว้ทั้ง ๒ ภาพนี้

บรรยากาศ CMU Sport Day ในปัจจุบัน ก็ติดตามจากสื่อออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน เช่น (http://youtu.be/Sr8XVRNH0Ow )

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  Freeland Panda



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ป้าด เก๋า จริงๆ


เก็บภาพงานกิฬา CU Sports Day ในยุคเดียวกันมาฝากค่ะ