ความจริงที่เป็นตัวของฉัน

"ทุกเรื่องราวล้วนมาจากความคิดและจิตใต้สำนึกของผู้หญิงคนนี้"

สวัสดีค่ะดิฉัน ชื่อนางสาวรัตนา อินต๊ะเสน ชื่อเล่นแป้งร่ำ ดิฉันเกิดมาเป็นผู้หญิงร่างเล็ก สูง หน้าตาแจ่มใส ชอบยิ้ม แต่ถ้าวันไหนเกิดเรื่องที่ทำให้ไม่พอใจหรือขัดใจ ฉันจะวินและจะทำหน้าบูดตลอดทั้งวัน และตั้งแต่่จำความได้ฉันมีครอบครัวที่น่ารัก มีปู่ ย่า ตา ยาย มีญาติที่รักฉันมาก เอาใจฉันทุกเรื่อง ฉันเลยเป็นคนเอาแต่ใจตลอดเรื่อยมา ...แต่ฉันก็พยายามแล้วที่จะปรับแต่ด้วยนิสัยที่ทำเป็นประจำมันเลยยากกว่าการกระทำ บางครั้งฉันก็ทำให้ย่าของฉันทุกข์ใจมาหลายครั้งเพราะความเอาแต่ใจนี้แหละ เหตุการณ์มีอยู่ว่า..เมื่อฉันได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย ฉันอยู่ปี 2 ซึ่งเป็นคาบเรียนของวิชาเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ซึ่งวิชานี้ต้องมีกล้องเรียนและใช้ อีกทั้งอาจารย์พูดเกริ่นว่าจะต้องมีงานส่ง ตอนเย็นๆเพื่อนๆก็ได้คุยกันว่าจะไปดูกล้อง ซึ่งตอนนั้น ครอบครัวของฉันรายรับจะเป็นเดือนและรายจ่ายเยอะมาก แค่ส่งเงินให้ทุกข์อาทิตย์ก็มากพออยู่แล้วและเงินก้อนนีี้ที่ย่าจะต้องเก็บไว้ใช้หมุนบริหารการอยู่ของครอบครัว คือวันนั้นมันไม่มีเงินจริงๆฉันก็ขี่รถมอเตอร์ไซต์กลับไปบ้านเลย เพื่อจะไปเอาเงินมาซื้อกล้องให้ได้ ฉันร้องให้ ฉันเร้าย่าฉัน อ้อนว้อนให้เอาเงินมาจนได้ แม่มีเงินหรือไม่มีก็ตาม แต่ด้วยความรักที่ย่ามีให้มากจนล้นใจ ฉันจึงได้กล้องนั้นมาคือกล้อง DSLR Cannon 1100D ราคา 19000 กว่าบาทโดยฉันไปซื้อที่งานคอมซึ่งจัดที่หอประชุมเชียงใหม่ **** เพราะความเอาแต่ใจแท้ๆของฉันทำให้ย่าของฉันและครอบครัวต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อจะนำเงินมาแทนจากที่เสียไปกับการซื้อกล้องนั้นมา #ถ้าฉันคิดไกลอีกนิดและรออีกหน่อย จะต้องไม่เสียเงินเยอะขนาดนี้แค่ไปซื้อกล้องดิจิตอลธรรมดาก็ได้แล้วแต่งจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์นิดหน่อยก็ได้รูปสวยๆส่งอาจารย์ ระยะ2 ปีผ่านมาฉันก็นึกสงสารย่าไม่ได้ และฉันจะเตือนตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้คือ เรียนให้จบ ทำงานมีเงินเยอะ แล้วนำกลับมาคืนย่า และคิดอีกแง่มุมที่ไม่ทำให้เสียดาย คือ กล้องยังมีประโยชน์ใช้ได้หลายงานอยู่ อีกทั้งเอาไว้ถ่ายตอนฉันรับปริญญา

     

.....อีกเหตุการณ์หนึ่งเพราะความเกียจชังจนทำให้เป็นเรื่อง เมื่อตอนมัธยมศึกษาปีที่ 4 วันนั้นเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ อาจารย์นัดมาสอบที่โรงเรียน ฉันได้ออกบ้านมากับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งปกติฉันไปโรงเรียนสามคน ซึ่งมันลำบากมากที่จะต้องขี่แล้วเอาซ้อน สองคนรวมเป็นสาม บางครั้งฉันและเพื่อนสนิทก็อดพูดไม่ได้ว่าทำไมมีรถแล้วไม่เอารถของตัวเองจะต้องให่ไปรับตลอดเวลาและคนนี้ก็เป็นคนที่ไม่น่ารักเป็นกระแทกจิตใจคนฟังและเป็นคนที่ทำอะไรช้ามาก ไปโรงเรียนก็ต้องรอเขาคนนี้ทุกวันจนทำให้เขาเป็นนิสัย และวันสอบฉันก็เลยไม่ได้ไปรับและเขาก็ไม่ได้โทรมาบอกว่าจะไปกับเราด้วย พอฉันมาถึงโรงเรียนฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนนี้ว่า "อยู่ไหน ฉันตอบไปว่าอยู่โรงเรียนแล้ว เขาตอบกลับมาว่ามึงทำไมไม่มารับกู ฉันก็สวนกลับว่า แล้วทำไมไม่โทรมาบอกว่าจะมาด้วย และฉันก็ยังถามเขาอยู่ว่า เดี่ยวออกไปรับก็ได้ เขาก็สวนกลับมาว่า ไม่ต้อง" เมื่อมาถึงโรงเรียนเขามุ่งหน้ามาให้ฉันและก็ตบฉันเป็นเหตุการณ์ที่จำมาจนถึงทุกวันี้ ฉันก็สวนกลับไป *ใครจะไปยอมให้มันมาทำเราก่อน และไม่นึกเลยว่าทุกวันที่ไปรับจะทำกันได้ลง*และเพื่อนๆก็ช่วยกันแย่งออกจากัน ตั้งแต่วันและอีกหลายๆวันฉันกับเขาก็ไม่ได้พูดด้วยกัน แต่มาวันหนึ่งเป็นสิ่งที่ฉันดีใจ เขาพูดคำขอโทษ และฉันก็พูดขอโทษกลับไป เราก็ได้คุยกันเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้เพราะเราอยู่บ้านเดียวกันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก จนแยกย้ายกันไปเรียนก็ยังคบและพูดคุยติดต่อสื่อสารทางโซเซียลเน็ตเวิร์กอยู่ตลอดเวลา ***สำหรับมิตรภาพไม่ว่าดีหรือชั่วเขาก็คือเพื่อนเรา ถึงแม้เราจะเกียจเขาสักแค่ไหน เขาก็คือเพื่อนเรา เวลามีปัญหาใครช่วยรับฟัง เขาก็คือเพื่อนเราอยู่ดี คำว่าเพื่อนยั้งยืนกว่าสิ่งไหนๆ ถ้าเราอยู่จักให้อภัยแม้ว่าเราจะเกียจเขามากแค่ไหน ^^

...และวันนี้สิ่งที่ฉันพยายามมาตลอดคือการออกฝึกสอน 1 ปีและก็จะจบแล้ว อีกทั้งในวันนี้ก็เป็นเดือนสุดท้ายของการเรียนที่จะต้องออกไปทำความฝันของตัวเองและหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเป็นสิ่งที่ฉันภาคภูมิใจตัวเองมากที่พยามยามมาไม่สูญเปล่า และมุมมองของฉันก็จะต่อใบปริญญาโทคือจะทำงานส่งตัวเองอีกใบ .....และความจริงที่เป็นฉันไหนวันนี้มันถูกบันทึกความจำเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกที่จะต้องปรับปรุงสิ่งที่ไม่ดีเพื่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ถ้าเรามามองโลกสวยและแง่ดี มันก็สวยไปหมด สุดท้ายนี้ฉันก็อยากฝากกับตัวเองและเพื่อนๆว่า "บินให้ถึงก็พอ ไม่ต้องบินสูงแข่งกว่าใคร" 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เปิดใจไปกับ รัตนา อินต๊ะเสน



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

561506

เขียน

13 Feb 2014 @ 09:39
()

แก้ไข

13 Feb 2014 @ 10:09
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 4, อ่าน: คลิก