เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ฉวยโอกาสพาลูกชายไปเรียนรู้ชีวิตนอกห้องเรียน ซึ่งนานๆๆๆ จะมีโอกาสดี ๆ ได้ไปกับเขาสักที  ครั้งนี้ไปกับ “ครอบครัวทัวร์ตะลอน” เป็นครอบครัวที่มีแนวคิดพาลูกไปเล่นเรียนรู้นอกห้องเรียน รู้จักจากการสมัครเข้ากลุ่มใน Facebook  เริ่มต้นจากลูกป่วยบ่อยคุณหมอแนะนำให้พาลูกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อย ๆ ซึ่งช่วยได้ ก็เลยกลายมาเป็นครอบครัวทัวร์ตะลอน (สรุปคร่าว ๆ จากที่อ่านมาเนอะ)  ในปัจจุบันครอบครัวนี้ก็จะมีกิจกรรมดี ๆ มากมายให้กลุ่มพ่อแม่ที่สนใจอยากพาลูกไปเที่ยว เล่น เรียนรู้สนุก ๆ เป็นผู้จัดกิจกรรมพาครอบครัวไปเรียนรู้แลกเปลี่ยนร่วมกัน

 

ส่วนตัวแล้วครอบครัวแม่ดาวนั้นก็ไม่ใช่นักเดินทาง ไม่ใช่นักท่องเที่ยว คือหากสามีพอจะมีเวลา(ซึ่งยากมาก) โอกาส และเงิน  หาก 3 สิ่งนี้ลงตัว ก็จะได้ทัวร์ตะลอนกับเขาบ้าง ซึ่งนาน ๆ จะมีสักครั้ง  และครั้งนี้เป็นอะไรที่ตั้งใจ อยากพาลูกไป เพราะเท่าที่ได้ติดตามอ่าน ดู กิจกรรมของครอบครัวทัวร์ตะลอนก็สนใจอย่างยิ่ง  สิ่งที่ตั้งใจ หลัก ๆ ไม่ใช่อยากพาลูกไปเที่ยว แต่อยากพาลูกไปเรียนรู้  เรียนรู้จากการไปเที่ยวกับครอบครัวอื่น ๆ และไปเรียนรู้กับสถานที่ ๆ ได้ไป อีกทั้งเป็นสถานที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก  ค่าใช้จ่ายก็พอจะจ่ายไหว จึงตัดสินใจสมัครร่วมกิจกรรม  ชื่อ กิจกรรมคือ “วิถีไทยวน”  ที่หอวัฒนธรรมพื้นบ้าน สระบุรี    

 

ก่อนไปก็มีการเตรียมความพร้อมกันก่อน ว่าเราจะเดินทางกันวันไหน ไปที่ไหน คร่าว ๆ ว่าที่ ๆ เราจะไปเป็นอย่างไร และไปกับใครบ้าง  ลูกชายแม่ดาวนั้นโดยพื้นนิสัยเดิมนั้นเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะปรับตัวยาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมกันไปล่วงหน้า  และคุยกันว่า “เราจะไปเที่ยวเรียนรู้ด้วยกันอย่างมีความสุข” และควรปฏิบัติตัวอย่างไรถึงจะมีความสุขร่วมกัน ไม่ใช่สุขเพียงคนเดียว  ประสบการณ์การไปเที่ยวที่ผ่านมาหลายครั้ง เสียเงินแล้ว ยังเสียความสุขที่ควรมีไปด้วย   ดังนั้นจึงต้องมีการวางเป้าหมายการไปด้วยกันไว้ก่อน  ไม่ใช่แค่เพียงกับลูก หมายถึงพวกเราทุกคนในครอบครัว และอย่าลืมเตรียมความพร้อมทางร่างกายด้วยเนอะ แต่รายนี้เวลาจะได้ไปเที่ยวจะตื่นเต้นไม่ค่อยจะนอน และตื่นเช้ามากกว่าปกติฮ่าๆๆๆ

 

การไปครั้งนี้จะว่าไปแล้วก็ผิดคาด ตอนแรกคาดว่าจะได้ไปเรียนรู้ร่วมกับครอบครัวอื่น ๆ คิดไว้ว่าคงจะมีหลากหลายครอบครัว  เอาเข้าจริงรอบนี้มีหลายครอบครัวติดภาระกิจการสอบ การเรียน ฯลฯ  สรุปไปได้เพียง 5 ครอบครัว ทางผู้จัดกิจกรรมจึงขอพาเด็กผู้ด้อยโอกาสไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ต้องอนุโมทนาบุญกับครอบครัวตะลอนทัวร์จริง ๆ  จึงได้เรียนรู้ไปอีกแบบ ซึ่งดีกว่าที่คิดไว้เนอะ  เมื่อทราบจากทางผู้จัดว่า มีกลุ่มเด็กผู้ด้วยโอกาสไปร่วมกิจกรรมด้วย จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมลูกอีกครั้ง ว่ากลุ่มที่เราจะไปด้วยนั้น มีเด็กกลุ่มนี้ไปด้วย  ด้วยไม่อยากให้เขาไปแล้วสร้างความทุกข์ใจให้กับเด็กกลุ่มผู้ด้อยโอกาสนี้  ตอนแรกยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร ก็หว่านไปก่อนกว้าง ๆ อธิบายคร่าว ๆ ให้ลูกเข้าใจว่า กลุ่มเด็กเหล่านี้เป็นอย่างไร 

 

มีครั้งหนึ่งเคยไปทำบุญกับมูลนิธิหนึ่งที่จ.กาญจนบุรี เป็นเด็กกำพร้า ภาพยังจำติดตาถึงวันนี้  สายตาเด็กน้อยที่เฝ้ามองครอบครัวเรา  เขามองด้วยอาการที่อยากจะมีพ่อแม่แบบนี้บ้าง มีเด็กเขามาพูดคุย แววตา คำพูดเขานั้นทำเอาใจแม่ดาวนั้นเจ็บจี๊ด ๆ เหมือนมีเข็มแหลม ๆ มาแทง  เขาชื่นชมว่าน้องขาวน่ารัก น้องใส่เสื้อผ้าสวยจัง ฯลฯ  สมัยนั้นแม่ดาวก็ยังไม่ได้เข้าถึงธรรมะมากเท่าปัจจุบัน การแต่งตัวของตัวเอง ลูกนั้นก็เรียกว่าจัดไปเยอะ แฟชั่นจัดเต็ม  อธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่า มันจี๊ดที่ใจมาก รู้สึกผิดที่มาที่นี่ คล้ายไปสร้างความทุกข์ให้พวกเขา มากกว่าจะไปให้ความสุข ถึงเราจะนำเงิน สิ่งของไปบริจาค มันก็ไม่อาจทดแทนบางสิ่ง บางสิ่งที่เขาอยากได้ แต่เราก็ให้เขาไม่ได้ ที่นั่น ครั้งนั้นทำให้จำ และตั้งใจไว้ว่าหากต้องไปในสถานที่ประมาณนี้ จะธรรมดาที่สุด และต้องเตรียมความพร้อมลูกและตัวเองก่อนไปด้วย

 

กลับเข้าเรื่อง การเตรียมความพร้อมนั้น แม่ดาวจะชัดเจนให้เขาเห็นภาพว่า เขาควรทำตัวอย่างไร เช่น ไม่ควรนำของเล่นไปเล่นที่จัดกิจกรรม ไม่เล่นเกมส์ในโทรศัพท์  ไม่อ้อนพ่อแม่เกินเหตุ   เหล่านี้อาจฟังคล้ายประโยคคำสั่งเนอะ แต่แท้จริงแล้ว แม่ดาวจะชวนลูกคิด ชวนคุยด้วย ให้นึกถึงใจเขาใจเรา  เช่น เวลาไปโรงเรียน หรือไปเล่นบ้านคนอื่นเห็นเพื่อนมีของเล่นที่ลูกไม่มี ลูกอยากได้บ้าง ลูกรู้สึกอย่างไร เป็นทุกข์หรือสุขใจ  หากลูกทุกข์ใจลูกร้องอยากได้ ลูกคิดว่าของเล่นนั้นพ่อแม่น่าจะพอซื้อหามาให้ได้ ลูกคิดว่าลูกมีโอกาสจะได้ของสิ่งนั้นไหม  ซึ่งคำตอบคือ มีโอกาส    ที่ลูกมีโอกาสเพราะลูกมีพ่อแม่และพ่อแม่พอจะมีเงินที่จะสามารถซื้อให้ได้ ลูกก็อาจจะเป็นทุกข์ในระดับนึง เพราะต้องมาลุ้นอีกทีว่าขอแล้วจะได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่มีเงินต้องมีโอกาสพิเศษที่จะซื้อด้วย  แต่หากลูกไม่มีโอกาส ไม่มีพ่อแม่ หรือพ่อแม่ไม่สามารถซื้อให้ได้ ลูกจะรู้สึกอย่างไร  การอ้อนก็เช่นกัน อาจทำให้เด็ก ๆ เหล่านั้นรู้สึกทุกข์ใจได้  อยากมีอยากได้ แต่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้แบบนั้น ชวนคุยกันประมาณนี้ ก่อนที่จะไป  คำว่า “ไม่” อาจเหมือนคำสั่ง แต่อันที่จริงเป็นข้อตกลงกันที่ทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างเราจึงสรุปออกมาเป็นข้อตกลงเช่นนั้น

 

ไปครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลูกได้เรียนรู้ แต่ตัวแม่ดาวเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับลูกเช่นกัน อาจไม่ได้ฟังการบรรยายอะไรมากนัก เพราะลูกแม่ดาววิ่งวุ่นสนุกสนานตามประสาเด็กผู้ชายที่ไม่ชอบอยู่นิ่งฮ่าๆๆๆๆ ไปเรียนรู้แบบไม่กดดันว่าจะต้องได้รับความรู้แบบครบถ้วน ไปรู้เล่นเพลิน ๆ ประมาณนี้  บอกลูกว่าหากลูกอยากไปแล้วมีความสุข ลูกต้องไปแบบไม่คาดหวัง ไม่ต้องคาดหวังว่าไปแล้วจะสนุก ไปแล้วจะสบาย ไปแล้วจะได้รู้อะไรมากมาย ให้อยู่กับปัจจุบัน เพราะเราไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ให้หาความสุขให้พบในปัจจุบันขณะ ก็มียกตัวอย่างไปบ้างพอให้เข้าใจ  มีหลายครั้งที่ไปแล้วเขาตั้งความหวังไว้ว่ามันจะต้องสนุกมาก แต่พอไปจริง ๆ มันไม่สนุกมากเท่าที่คิด คือก็สนุก แต่ไม่สนุกเท่าที่เขาคิดไว้ ทำให้เกิดอาการเบื่อ เซ็ง ทุกข์เลย  จึงต้องมีการเตือนให้ระวังความคิดไว้ก่อน

 

สรุปผลจากการไปเรียนรู้ชีวิตนอกห้องเรียนครั้งนี้ ลูกชอบและบอกอยากไปอีก ถึงตัวเองจะบอกลูกไว้ว่าอย่าคาดหวัง แต่แม่เองมีแอบตั้งความคาดหวังประเมินลูกล่วงหน้าไว้ว่า เขาอาจไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะด้วยนิสัยทั่ว ๆ ไปของเขาดูจะไม่ชอบแนวเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีพวกนี้ ชอบเทคโนโลยี ชอบความทันสมัย  เอาเข้าจริงกลับชอบใจ ถูกใจขอไปอีก  ครั้งนี้เห็นว่าเขาสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก กล้าที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้ามากขึ้น อาจมีเขินบ้าง รายนี้เวลาเขินจะตีขรีมถามไม่ตอบไม่พูดทำหน้านิ่งคล้ายหยิ่งแต่จริง ๆ เขิน  เคยถามเขาบอกว่า เขาอาย ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร ทำตัวอย่างไร ทุกครั้งเวลาเกิดเรื่องราวผ่านไปก็จะนำมาพูดคุยกัน ปรับใจกันไปเรื่อยๆ  ปิดกิจกรรมวันหยุดด้วยการชื่นชมลูกที่เขาสามารถทำตามข้อตกลงได้เป็นอย่างดี อาจมีงอแงบ้างตอนร้อนจัด เริ่มเหนื่อยและง่วง

 

หากไปเที่ยวกันเองกับครอบครัวก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไร ๆ หลาย  ๆ อย่างแบบนี้เนอะ หากใครมีโอกาสลองดูนะคะ พาลูกไปเที่ยวกับคนหลาย ๆ ครอบครัว ต่างคนต่างที่มา ต่างประสบการณ์ ทำให้ได้พบเรื่องราวหลากหลาย  นี่ก็คิด ๆ ไว้ ปิดเทอมหากมีโอกาสและเงินมากพอจะพาลูกตะลอนทัวร์ไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้พบกันนานและก็มีลูกหลานให้ได้เล่นเรียนรู้ร่วมกันท่าจะดี

 

หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน ส่วนตัวแล้วอยากเชิญชวนให้ได้ไปสัมผัสบรรยากาศกัน เป็นบ้านไม้ไทย ๆ ริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่นเป็นธรรมชาติมาก ๆ เหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปอดีต มีข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ ให้ได้ชม ได้เห็นวิถีชีวิตเก่า ๆ ในแบบที่เราอาจไม่คุ้นเคย  หากเราไปก็เที่ยวชมก็เท่ากับเป็นการช่วยกันอนุรักษ์สืบทอดสิ่งดี ๆ เหล่านี้เอาไว้    

 

ขอบคุณสามี ขอบคุณครอบครัวทัวร์ตะลอน ขอบคุณโอกาสทั้งหลายที่ทำให้ได้พาลูกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน