อยากให้ลองเดินดูเต๊นท์พยาบาลที่มีอยู่หลายแห่งกระจายไปทั่ว ก็จะซาบซึ้งถึงความมีจิตอาสาของบุคลากรสาธารณสุขที่มาจากโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์ต่างๆ

ชวนมาเที่ยวสวนลุม โดย ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์

ชวนมาเที่ยวสวนลุม

ตอนนี้ที่สวนลุมสนุกจริงๆครับ ผมอยากขอเชิญให้เพื่อนๆทุกคนมาดูด้วยตัวเอง เพราะตั้งแต่มวลชนจากเวทีลาดพร้าวและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเดินทางมารวมกันที่นี่ทำให้สวนลุมกลายสภาพ มาเป็นแหล่งชุมนุมของคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน กิจกรรมก็มีทุกชนิดโดยเฉพาะในเวลาเช้าที่ทุกคนเตรียมตัวพร้อม รอสัญญาณจากแกนนำว่าจะเคลื่อนพลไปไหน ซึ่งบ่อยครั้งแกนนำจะปิดเป็นความลับไม่มีการเปิดเผยล่วงหน้า

สวนลุมมีบริเวณกว้างขวางรองรับมวลชนได้มาก จำนวนเต๊นท์มีมากมายเหลือคณานับทั่วบริเวณ แบ่งเป็นกลุ่มๆตามแหล่งที่มา พร้อมป้ายระบุว่ามาจากไหน ซึ่งก็มีมาจากทั่วทุกภาคของประเทศ 

ในเมื่อสวนลุมแปลงสภาพเป็นเมืองก็คาดหมายได้เลยว่าจะมีกิจกรรมต่างๆแบบในเมือง หรืออาจสนุกแบบงานวัดกลายๆ   เช่นมีแผงแบกะดินขายของประจำวันเกือบทุกชนิด  ร้านกาแฟแบบต่างๆ         บริการนวดฝ่าเท้า (ติดป้ายว่า "นวดส้นตีนราคาย่อมเยา")  ดูหมอ  ตลอดจนถึงการละเล่นเล็กๆน้อยๆ

       ที่น่าสนใจก็คือสภาพการอยู่ร่วมกันของผู้ที่เข้ามา"ใช้สวนลุม"ในลักษณะต่างๆ    คนจีนที่ใช้สวนลุมเป็นที่พบปะพูดคุย ออกกำลัง ทานน้ำชา ตลอดจนถึงการเล่นไพ่จีน หรือไพ่นกกระจอก (ไม่เล่นพนัน) ทุกเช้า ก็ยังคงทำกิจกรรมอย่างปกติที่โต๊ะติดๆกับเต๊นท์ของผู้ชุมนุม  ที่รำไท๊เก๊กก็ยังคงรำทุกเช้า  พวกที่เข้าไปขี่จักรยาน (อนุญาตเวลาสิบโมงเช้าถึงสามโมงเย็น) หรือไปเดิน/วิ่งออกกำลังก็ยังคงทำภารกิจของตนเอง แม้จะต้องหลบหลีกผู้ชุมนุมบ้าง

       การมีผู้คนเป็นจำนวนมากมาอยู่รวมกันก็ย่อมหนีไม่พ้นกฏของเอนโทรปี้ (entropy) ที่ว่าในระบบใดๆก็ตาม ความไม่มีระเบียบจะค่อยๆเข้าครอบงำ แม้ว่าจะจัดระบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว เช่น จัดให้อยู่กันเป็นกลุ่มๆตามแหล่งที่มา ติดป้ายชื่อ "หมู่บ้าน" และลงทะเบียนผู้เข้ามาอยู่ทุกคน 

       แกนนำของผู้ชุมนุมก็เข้าใจกฏของธรรมชาตินี้เป็นอย่างดี จึงต้องจัดให้กลับเข้ามาอยู่ ในระเบียบเป็นระยะๆ  วันก่อนก็มีกิจกรรม "วันทำความสะอาด" โดยพวกแกนนำลงมือเอง  คุณ ถาวร เสนเนียม ก็ประกาศซ้ำๆว่าถ้าเราอยากปฏิรูปประเทศไทยก็จะต้องปฏิรูปตัวเองก่อนโดยทำบ้านให้สะอาด  ในขณะเดียวกัน แกนนำต่างก็วนเวียนกันไปเยี่ยมเยียนพูดคุยกับผู้คนตามหมู่บ้านต่างๆ ตลอดจนถึงการปาฐกถา เวทีย่อยๆตลอดทั้งวัน

ผมอยากแนะนำว่า ถ้าพวกเราจะไปเยี่ยมดูผู้ชุมนุมในสวนลุมก็ลองดูแบบนักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการจัดการทางด้านโลจิสติคสำหรับผู้คนเป็นหมื่นที่อยู่กันตั้งแต่หน้าเวทีที่สี่แยกลุมพินี เรื่อยไปจนถึงบริเวณต่างๆในบริเวณสวนลุมพินีที่กว้างขวาง และผู้คนพวกนี้จะต้องอยู่ร่วม (symbiosis) กับคนอื่นๆที่เข้ามาใช้เนื้อที่ในสวนลุมโดยไม่กระทบกระทั่งกัน  

สวนปาล์มกลายเป็นหมู่บ้าน

 ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องกิน เรื่องถ่าย  กทม. ห้ามไม่ให้ทำอาหารหรือตั้งครัวในบริเวณสวนลุม อันเป็นสวนสาธารณะ ฉะนั้นทุกคนก็จะต้องไปรับอาหารทุกมื้อจากโรงครัวที่ส่วนมากตั้งอยู่บริเวณ ด้านหน้านอกประตูใหญ่   กลุ่มคนจีนรวมตัวกันมาตั้งโต๊ะบริการอาหารเช้า (จำได้ว่าวันแรกนำไข่ดาว น้ำเต้าฮู่มาบริการ แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะไม่ถูกปากผู้ชุมนุมซึ่งอยากกินน้ำพริก/ข้าวแกงมากกว่า !  ตอนนี้เลยเปลี่ยนเป็นขนมจีนน้ำยาแทน) และยังรวมกันเก็บเงินมาให้ทิปเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม. เพราะตอนนี้งานล้นจริงๆ

ห้องส้วม ห้องน้ำในสวนลุมมีไม่พอ  กทม. จึงต้องนำรถส้วมเคลื่อนที่มาให้บริการ ส่วนรถน้ำ รถดูดส้วม  และรถเก็บขยะหลายคันก็วิ่งบริการทั้งวันจนทำให้รัฐบาลออกมาขู่ฟอดๆว่าจะปลดผู้ว่า กทม.  เพราะไปบริการผู้ชุมนุม

 

ลองมาเที่ยวดูนะครับ มาศึกษาในเรื่องที่พวกเราไม่เคยได้รู้มาก่อน น่าสนใจจริงๆ

 

ยอด

9 ก.พ. 57

ป้ายหน้าหมู่บ้าน

 

บริเวณเต๊นท์ของการ์ดมิดชิด อยู่ไกลจากเต๊นท์อื่นๆ 

 

คนจีนตั้งโต๊ะบริการ

 

แกนนำวนกันมาเยี่ยม  ในภาพผู้กำลังพูดคือคุณอิสระ สมชัย

 

ตำส้มตำกลางถนน

 

นักวิ่ง วิ่งผ่านเต๊นท์ที่มีป้ายว่า "นักรบศรีวิชัย"