ที่อยู่ของพวก Yanomami และการทำงานวิจัยทางมานุษยวิทยาของ Kenneth Good
พวก Yanomami อาศัยอยู่ใน 200-500 หมู่บ้าน ในพื้นที่ประมาณ 96,5000 ตารางกิโลเมตร ในป่า ซึ่งหมู่บ้านนี้อยู่ตลอดพรมแดนของ เวเนซูเอลา-บราซิล
นี่คือภูมิภาคที่นักผจญภัยชางอังกฤษ ชื่อ Sir Walter Raleigh เชื่อว่าเขาได้ค้นพบความรุ่มรวยที่ที่ไม่เคยมีใครพูดถึงเกี่ยวกับเรื่อง El Dorado เขาได้ล่องเรือสองครั้งมาที่แม่น้ำ Orinoco ในปี 1595 และในปี 1616 แต่ว่าในศตวรรษที่ 20 นี้เอง ที่เป็นเผ่า Yanomami ทำความแปลกใจให้แก่จินตนาการของนักวิทยาศาสตร์ นักสื่อสารมวลชน และศิลปินในโลกที่พัฒนาแล้ว
พวก Yanomami เป็นกลุ่มที่มีความแตกต่างกันมาก พวกเขาแตกต่างจากชุมชนที่กลายเป็นตะวันตกที่อาศัยอยู่ใกล้กับโบสถ์ พวกนี้จะไม่มีการติดต่อกันโดยตรงและเป็นปกติกับโลกภายนอก แต่ในบางครั้งก็มีการซื้อขายผลิตภัณฑ์กับชาวบ้านคนอื่นบ้างเหมือนกัน
ชีวิตหมู่บ้านจะมารวมศูนย์อยู่ที่ หรือรอบๆที่ shapono ซึ่ง shapono นี้จะเป็นรูปทรงเป็นรูปไข่หรือเป็นวงกลมทำมาจากไม้ ชีวิตของหมู่บ้านทั้งหมดจะอยู่ภายใต้หลังคาจากของ shapono ทำอาหารให้ครอบครัว นอนหลับในเปล และจะมีที่ให้ประกอบพิธีกรรมในด้านการขายและพวกพ่อมดหมอผี มีที่สำหรับการพูดคุยนินทา และการต่อสู้
ในปี 1968 มีนักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ชื่อว่า Napoleon Chagnon ได้จัดพิมพ์หนังสือชื่อ ยาโนมาโม : คนดุ ขึ้น หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ขายดีมาก Chagnon ได้บรรยายเผ่าว่าเป็นเผ่าที่มีแนวโน้มที่จะก่อเรื่องราว โดยเฉพาะกับผู้หญิง ซึ่งจะนำไปสู่สงครามระหว่างหมู่บ้าน เขาได้ให้ภาพโลกของพวกนี้ว่าเป็นที่ที่มีสงครามอยู่เป็นประจำ เป็นโลกที่แก๊งที่ชอบข่มขืน และเป็นโลกของฆาตกร
อาจเป็นเพราะนักศึกษาที่จบปริญญาของ Chagnon ที่เป็นพ่อของDavid Goodที่ชื่อ Kenneth Good ได้เดินทางเป็นครั้งแรกไปยังอเมซอนในปี 1975เขาเดินทางโดยผ่านแม่น้ำ Orinoco ผ่าน Guajaribo Rapids เช่นเดียวกับลูกชายของเขาทำอีก 36 ปีต่อมา ผู้ที่เป็นพ่อสร้างบ้านเป็นกระท่อมเล็กๆ ไม่ไกลจาก Hasupuweteri นัก
ครั้งแรก Kenneth จะพักที่นั่นประมาณ 15 เดือนเพื่อทำการวิจัยภาคสนาม เพื่อทำการวัดโปรตีนที่ชาวบ้านแต่ละคนบริโภคเข้าไป สิ่งนี้สนับสนุนให้ Chagnon ที่แสดงให้คนวิพากษ์วิจารณ์เห็นว่า สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างหมู่บ้านนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการขาดอาหาร แต่เป็นแรงขับที่จะตอบสนองความสำเร็จในการผลิตลูกให้ได้มากที่สุด
หลังจากผ่านมาได้ 15 เดือน Good พูดภาษาเผ่า Yanomami ได้คล่อง แต่เขาเริ่มกลายมาเป็นไม่พอใจกับการเน้นอันคับแคบของบทสรุปในงานวิจัยของเขา
“การวัดโปรตีนในสัตว์และการคำนวณนั้นยังไม่เพียงพอ” ต่อมา Kenneth Good ก็ได้เขียนว่า “การเก็บอาหารและปริมาณที่กินเข้าไปนั้นต้องถูกอธิบายดัวยบริบททางวัฒนธรรม”
ในการที่จะรู้ถึงบริบทให้ดีขึ้นกว่าเดิมนั้น เขาจึงย้ายไปอยู่ใน shapono ของหมู่บ้าน และสังเกตพิธีกรรมที่ทำในแต่ละวันเท่าที่เขาจะทำได้ เขาได้ไปเที่ยวป่า ล่าสัตว์ และสังเกตพิธีกรรมงานศพ พวก Hasupuweteri ต่างเรียกเขาว่า shori หรือ พี่เขยหรือน้องเขย อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาตั้งคำถามกับภาพของเผ่า Yanomami นั้น Chagnon ก็กำลังวาดภาพในหนังสือของเขา
David Goodนั้นคิดว่า “ฉันคิดว่าเผ่า Yanomani ไม่ได้ดุร้ายหรือป่าเถื่อนอย่างที่ Chagnon กำลังวาดภาพไว้” และ “ฉันคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีแก่นหรือสาระบางอย่างอยู่ในนั้น” เพราะว่าพ่อของฉันกว่าจะออกมาจากป่านั้นก็เป็นระยะเวลา 12 ปี ฉันไม่คิดว่าการดำรงชีพอยู่ถึง 12 ปีกับคนป่า ชอบทำสงคราม และเป็นคนโหดร้ายจะเป็นไปได้อย่างไร
“ดังนั้นเขา (หมายถึง Kenneth) ก็เลยกลายมาคนที่คนอื่นเขารัก และเขาตกหลุมรัก เขาตกหลุมรักกับแม่ของฉัน”
หนังสืออ้างอิง
William Kremer. Return to the rainforest: A son's search for his Amazonian mother