๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๙ เป็นวันที่ ๓ การสัมมนาการจัดการความรู้การผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ เป็นวันสุดท้ายถึงช่วงการถอดบทเรียน ในบทบาทของคุณอำนวย ก็ต้องใช้สมองหน่อยว่าจะดำเนินการอย่างไรดี ผมเดินทางไปที่ศาลาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บริเวณหลังอาคารที่ว่าการอำเภอพระพรหม ตั้งแต่เช้า เพื่อดูทบทวนการจัดกระบวนการที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องเล่าของคุณกิจ (เกษตรกร) วันแรก ที่แต่ละคนตั้งใจที่จะถ่ายทอดออกมาเพื่อการแลกเปลี่ยน และเป็นความต้องการอย่างสูงของคุณเล่าทั้งหลายที่อยากจะเล่าเพื่อสื่อออกมา
วันที่ ๒ (๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๙)ของการสัมมนาเราเดินทางไปดูงานที่ฟาร์มตัวอย่าง จ.พัทลุง(ลิ้ง) ผมจะเริ่มต้นวันนี้อย่างไรดี เมื่อดูในกระดาษปรุ๊ฟที่ติดอยู่หน้าห้องเรียนแล้ว ก็ทำให้นึกขึ้นมาได้ ผมรีบหยิบกระดาษมาเขียนคร่าว ๆเพื่อดำเนินการในวันนี้เพราะเมื่อแว๊บเข้ามาในสมองถ้าไม่รีบจดไว้เดี๋ยวลืมอีก
สักพักใหญ่ ๆ คุณกิจ ก็เริ่มทยอยมาลงทะเบียน เมื่อถึงเวลาผมก็เริ่มตามกระบวนการที่จดไว้
- ชี้แจงทบทวนอีกครั้ง เรื่องของการจัดการความรู้ เพราะ พี่สุภาพ กับพี่เกรียงไกร ได้เปิดกระบวนการไว้ก่อนจึงจำเป็นต้องสานต่อกลัวคุณกิจงงครับ
- ชี้ให้ดูผลงานการสกัดความรู้ที่ติดไว้ข้างฝาของวันแรก ว่าอะไรออกมาบ้างจากความตั้งใจทั้งคุณกิจและคุณอำนวย คุณลิขิต(ถึงช่วงนี้ผมดีใจครับคุณกิจคงเป็นคน KM แล้ว) เป้าหมาย ภูมิปัญญา/ประสบการณ์ในตัวคน(คุณกิจ)ที่เอามาแลกเปลี่ยน แต่ก็ยังอยู่ไม่เป็นระบบ วันนี้เรามาจัดให้เป็นระบบ เสร็จแล้วเราจะได้เป็นองค์ความรู้ ที่ส่วนหางปลาตามที่เรางงกันอยู่
- ในส่วนของการดูงานที่ไปเห็นกันจริงจังนั้น จำเป็นต้องให้ทุกคนช่วยสกัดความรู้ที่ตัวเองได้เห็น สิ่งเดียวกันผมเชื่อว่าต่างมุมมองของคนหลานคน คงได้อะไรที่แตกกันในทางสร้างสรรค์
- ผมจึงแบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม ตามรายตำบล คือ นาพรุ และช้างซ้าย ผมเป็นทั้งคุณอำนวยและลิขิตเริ่มต้นในกระดาษที่ติดบนบอร์ดของตำบลช้างซ้าย พี่สุภาพ ก็ดำเนินการของตำบลนาพรุ เช่นกัน
- เมื่อตำบลช้างซ้าย เริ่มต้น ผมเห็นตำบลนาพรุ มายืนยิ้มอยู่ข้างหลังทราบว่าขอดูตอนเริ่มต้น


- ผมเริ่มที่ตั้งคำถามว่า ตอนไปถึงเราได้เห็นอะไรบ้าง เสียงก็เริ่มเจี้ยวจ้าว ก็เริ่มดังขึ้น ผมก็คอยจับประเด็นคำบอกโดยใช้เครื่องมือ Mind Map ซึ่งยอมรับครับว่าได้ผลดีมาก คุณกิจชอบครับ ผมเริ่มถอยออกมาให้คนหนุ่มดำเนินการแทนและเดินไปมาระหว่างสองกลุ่ม สักพัก ตำบลนาพรุก็เริ่มเจี้ยวจ้าว เช่นกัน ปล่อยบรรยากาศนี้ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง
- ผมเริ่มประกาศให้ตำบลช้างซ้าย เหลือคนไว้ที่กลุ่ม ๒ คน ส่วนที่เหลือให้ไปที่กลุ่มตำบลนาพรุ และให้กลุ่มนาพรุ ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ในการนี้ได้ทำความเข้าใจให้ทั้งสองกลุ่มรู้ว่า นี้คือ "เพื่อนช่วยเพื่อน" ไม่ใช่การประกวดว่าใครทำได้ดีกว่า ทำเพื่อช่วยเหลือหากเพื่อนตกหล่นเราช่วยต่อเติมให้สมบูรณ์

พี่เกษม ชูสินธ์ ผู้แทนกลุ่มช้างซ้าย
นำเสนอว่าช้างซ้ายไปเห็นอะไรบ้าง
คุณกิจกลุ่มนาพรุ นั่งฟังอย่างตั้งใจ และช่วยเพิ่มเติม โดยในส่วนที่เพิ่มเติมใน Mind Map ให้ใช้ปากกาเขียนสีต่างกัน เพื่อทำความขอบคุณในช่วงท้าย
คุณกิจกลุ่มช้างซ้าย ไปนั่งฟังการนำเสนอของกลุ่มนาพรุด้วยความสนใจและช่วยกันเพิ่มเติม "เพื่อนช่วยเพื่อน" บรรยายกาศแบบเป็นกันเอง เสียงเฮฮา เป็นระยะ ๆ
หลังจากนั้นผมประกาศให้มารวมกันอีกครั้งโดยให้นำ Mind Map มาดูกัน บรรยากาศเริ่มสนุกสนาน และอบอุ่น ความเป็นเพื่อนเริ่มเกิดขึ้น องค์ความรู้ที่มีเริ่มแบ่งปันออกมาชัดเจน ผมเชื่อว่าคน ๒ กลุ่ม หัวใจเป็น KM แล้ว ถึงเวลาเที่ยงทุกคนทานอาหารด้วยความอิ่มเอิบ
ตอน AAR คุณกิจครั้งนี้ ผมได้อะไรหลาย ๆ อย่างและผมเองก็ต้องปรับเป้าหมายของตัวเองในเรื่องการหาพันธมิตร KM แล้วละครับ

บันทึก AAR ต่ออีกครับ
เห็นด้วยกับ อ.ปภังกร อย่างยิ่งเลยครับ ว่า อ.ชาญวิทย์ ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้งานไปอย่างไม่รู้ตัวเลย กลืนกันไปได้ดีมาก แปลงความรู้ทฤษฎีเป็นความรู้ปฏิบัติได้ และดึงความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติสรุปมาเป็นทฤษฎี เยี่ยมมากๆครับ
เรียน อ.ปภังกรครับ
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมให้กำลังใจเสมอ ผมเมื่อมีเวลาก็ไปเยี่ยม อ.ทุกครั้งเมื่อ online ได้อะไรหลาย ๆ อย่างจากท่าน อ.มาเยอะแล้วครับ คงได้แลกเปลี่ยกันต่อไปครับ
เรียน อ.จำนงครับ
ตื่นเช้าเลยนะครับ ยังไงก็ทำไปปรับไป เรียนรู้กันไป อ.ช่วยแลกเปลี่ยนให้เยอะ ๆ จากประสบการณ์ที่เมืองได้ก็ดีนะครับ จะได้เป็นขุมความรู้เรื่องกระบวนการครับ
ขอบคุณมากครับ