นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
ร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภานิติบัญญัติ โดยภาพรวมแล้วก็ดูดี นโยบายหัวข้อย่อยในห้าด้าน ล้วนมีความสำคัญ แต่เราก็เห็นว่า เนื่องจากรัฐบาลมีเวลาจำกัด จึงควรเน้นบางหัวข้อเป็นพิเศษ
สำหรับนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เราอยากให้เน้นคือ นโยบายหัวข้อ 2 .1 ภาคเศรษฐกิจฐานราก เช่น “หัวข้อ2.1.3 แรงงานซึ่งเป็นรากฐานสำคัญอีกส่วนหนึ่งของภาคเศรษฐกิจฐานราก จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคแรงงาน ภาคเอกชน และภาครัฐ ให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาคุณภาพและฝีมือของแรงงานในระดับต่าง ๆ เพื่อให้สามารถมีผลผลิตและรายได้สูงขึ้นตามมาตรฐานฝีมือแรงงานตลอดจนมีหลักประกันความมั่นคง รวมทั้งสวัสดิการแรงงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม”
ยุครัฐบาลทักษิณนั้น น่าสังเกตว่า มีผลงานด้าน “แรงงาน” น้อย ทั้ง ๆ ที่ในด้านหนึ่งรัฐบาลก็ชูนโยบายขจัดความยากจน แต่กลับมิได้เน้นใส่ใจกับ “ผู้ใช้แรงงาน” เท่าที่ควร
อันที่จริงรัฐบาลเกือบทุกรัฐบาลก็มิได้เอาจริงเอาจังกับการช่วยเหลือ “ผู้ใช้แรงงาน” นัก เพราะนักการเมืองทั้งหมดมาจากชนชั้นกลางและชนชั้นสูง แม้รัฐบาลนี้เองก็ตาม เราก็คงคาดหวังยากเช่นกัน แต่เมื่อรัฐบาล เขียนเป็นนโยบายไว้แล้ว ก็จำเป็นต้องคอยทวงถามและติดตามตรวจสอบ
นโยบายหัวข้อ “2.1.4 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางข้างต้น จะดำเนินควบคู่กันไปกับการดุแลผู้ที่ไม่พร้อม หรือยังไม่สามารถจะปรับตัวได้ โดยการจัดสวัสดิการสงเคราะห์และบริการทางสังคมที่จำเป็นอย่างทั่วถึง และโดยการดูแลโอกาสในการเรียนรู้ การศึกษา ตลอดจนการฝึกอาชีพสำหรับคนเหล่านี้และลูกหลาน นอกจากนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจจะต้องได้รับการดูแลมิให้เกิดกระทบทางผลทางลบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”
จุดสำคัญสำหรับงานภาคเศรษฐกิจฐานรากนั้น อยู่ที่ย่อหน้าสุดท้ายที่ว่า “เพื่อการนี้ จะปรับปรุงบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานภูมิภาค โดยปรับปรุงระบบความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค ท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาสังคมอย่างเหมาะสม”
รูปธรรมของการ “เหมาะสม” คืออย่างไร “ฝ่ายมหาดไทย” จะเข้าใจบทบาทนี้อย่างไร ยังน่าเป็นห่วงอยู่ โดยหลักการแล้ว การดำเนินงานแบบผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการเป็นหลักการที่ดี เพียงแต่ในการนำไปปฏิบัติ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน นับตั้งแต่การไปเรียกชื่อว่า “ผู้ว่า CEO” ก็ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเสียแล้ว การทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคนี้ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเข้าถึงชุมชน เข้าถึงคนมีความสามารถในชุมชน ร่วมมือกับภาคประชาสังคมไม่ใช่ทะเลาะกับ ภาคประชาสังคม การทำงาน “ฐานราก” ให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น แก่นหลักก็คือการปรับปรุงการทำงานของหน่วยราชการในจุดนี้
สยามรัฐ (คอลัมน์บทบรรณาธิการ) 27 ต.ค. 49