คำว่า "ศรัทธา" ใช่จะกล่าวกันได้ง่ายๆ ..ผมเชื่อเช่นนั้น.. เพราะต้องมีสายสัมพันธ์ และอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นร่วมกัน จึงจะกล่าวคำว่า "ศรัทธา" ได้อย่างภาคภูมิ

 

"ปลุกใจ ปลุกกาย ปลุกฝัน

สานสร้างสรรค์วันสว่างกระจ่างใส

ด้วยรายยิ้มมิตรภาพอาบสายใย

โอบฟ้าไกลด้วยใจรักและศรัทธา"

 

 

๑.ความพยายาม

 

  อากาศที่แสนจะเหน็บหนาว เช้ามืดวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๗

 

บรรยากาศเช่นนี้แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่จะอยากลุกจากที่นอนอันอบอุ่น

ออกไปเผชิญโลกนอกห้องนอนอย่างแน่แท้

ถ้าเป็นวันหยุดคงต้องตื่นสายจนตืนขึ้นมาได้รับประทานข้าวมื้อเย็นเลยแน่นอน...

แต่ทันใดนั้นเสียงหนึ่งที่มีอานุภาพมากดังสนั่นหวั่นไหว

สามารถทำให้ผมลืมตาขึ้นมาได้ หลายต่อหลายครั้ง

ผมจึงจัดการมันด้วยเสียงลมหายใจและปลายนิ้วสัมผัส

...นาฬิกาปลุกจึงหยุดเสียง....

แล้วผมก็นอนต่อ.....หลับอย่างสบายใจ...

 

 "พี่ต้นๆ  รถไฟจะออกแล้วนะ  รีบขึ้นมา เดี๋ยวไม่ทันพิธีเปิด"

 

ผมจึงรีบก้าวเท้าขึ้นประตูทันที...

 

สักครู่ สะดุ้งตื่นขึ้นมา..

"อ้าว! เราฝันไปหรือนี่"

นึกขึ้นมาได้เราต้องไปค่ายกิจกรรม แหงนมองดูนาฬิกา เวลา ๐๕.๔๐

แต่กำหนดการนัดรวมตัวขึ้นรถ เวลา ๐๖.๐๐ น. เจ้านาฬิกาเป็นห่วงผมแท้ๆ

แต่ผมใช้อำนาจส่วนตัวสั่งหยุดมันไปหลายครั้ง เลยทีเดียว

  ตื่นขึ้นมาเช้านี้ ผมเหาะ...เลยทีเดียว เชื่อหรือไม่ว่าไม่เพียงกี่นาที พลังวิเศษได้นำผมมาทันขึ้นรถเวลา ๐๖.๐๐ น. พร้อมกับเสื้อกันหนาวตัวหนาขนาดใหญ่..ย่ามสีแดงคู่ใจ..กับ.เช้าที่หนาวที่สุด

 

๒.รวมพล

 

เวลา ๐๖.๑๙ น. มาถึงจุดรวมพล หน้าอาคาร ๖ คณะมนุษย์ศาสตร์ฯ

 

มองดูท้องฟ้า เมฆหนากำลังถุกกลืนกินจากแสงอาทิตย์ ผ้าหนาที่ปกคลุมห่มกายหลายคนคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผมไม่แตกต่างกันอย่างแน่นอน คือ หนาวมาก  ผมจึงรีบเข้าไปรายงานตัวต่อท่านอาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์สมปอง มูลมณี อาจารย์สินทรัพย์ ยืนยาว และพี่เบียร์ ประธานค่ายฯ ในครั้งนี้..สวัสดีครับ..และพี่เมย์ผู้มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรม ที่มาพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่..

 

ถึงแม้อากาศจะเหน็บหนาว แต่ทุกคนก็มาอย่างพร้อมเพรียงกัน พี่ๆ ปี ๓ อัธยาศัยดี เป็นกันเอง

อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ถูกเตรียมไว้อย่างครบครัน  

แต่..ผมยังไม่รู้เลยว่า วันนี้จะไปออกค่ายที่ไหน ได้ยินข่าวว่ารับสมัครผู้ร่วมออกค่ายกิจกรรมผมก็มาเลย หันไปถามน้องตาม..หนุ่มหมอแคนประจำเอกภาษาไทยที่กำลังยืนจีบสาวอยู่..จึงรู้ว่า วันนี้ไปออกค่ายที่ โรงเรียนเทศบาล ๑(สุรินทร์วิทยาคม) อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์จังหวัดใกล้เคียงซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์มากนัก

เมื่อคนและสิ่งของถูกบรรจุบนรถสองแถวทุกอย่างเรียบร้อย

สักครู่รถจึงออกเดินทางมุ่งหน้าตรงไปยังจังหวัดสุรินทร์ กับอีกหลายสิบชีวิตที่พรั่งพร้อมด้วยความมุ่งมั่น

ตั้งใจ ดุจกระแสสายธารที่หลั่งไหลริน ความอุดมสมบูรณ์ไปยังพื้นที่ปลายทาง แต่ในที่นี้คือกระแสธารน้ำใจ ที่จะไปมอบมิตรภาพไมตรี ความรู้ สานสัมพันธ์อันดีกับดรุณวัยที่รอคอยรอยยิ้มด้วยความหวัง

แม้ว่าเช้านี้จะหายใจออกมาเป็นไอหนาว แต่ก็อบอุ่นด้วยพลังความดีที่งามสุดแสน

เคลียคลอกับเสียงแคนเสียงกลอง เสียงลำ ของครูสมปอง สุดสนุกสนานไปตลอดเส้นทาง.....