สวัสดีค่ะ คุณธิดารัตน์ แก้วสิงห์สุ ที่รัก
ในชีวิตที่ผ่านมามีหลากสิ่งที่ประทับใจและอยากจะจดจำไว้แต่กระนั้นก็ยังมีบางสิ่งที่ไม่อยากจดจำ จนมีความรู้สึกว่าอยากจะให้สิ่งที่ไม่น่าจดจำ
เหล่านั้นเป็นเหมือนสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป ชีวิตคนเรานั้นย่อมมีปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เข้ามามากมาย อยู่ที่ว่าเราจะรับมือและ
แก้ปัญหามันได้อย่างไร
ในช่วงชีวิตที่ผ่านมามีปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายแต่สิ่งที่ทำให้ผ่านพ้นมาได้ถึงทุกวันนี้ก็คือ ความมีสติยั้งคิดไตร่ตรองหาสาเหตุ
ของปัญหาเหล่านั้น เพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาศัยหลักธรรมทางศาสนาและกระบวนการทางวิทยยาศาสตร์ คือเมื่อมีผลเกิดขึ้นก็ต้องหาเหตุแห่งผลนั้น
ในบางครั้งฉันรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง หมดหวัง เหมือนกับเดินหลงทางอยู่ท่ามกลางความมึดมิดเพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่รอบกายเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกเหมืออยู่เพียงลำพังบนโลกใบนี้ แต่ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นก็จะหันกลับไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง ก็จะพบกับความห่วงใย ความคาดหวัง กำลังใจ เป็นเหมือนแรงพลักดันให้ลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง แล้วปล่อยวางความทุกข์ให้เป็นเพียงบทเรียนหนึ่งของชีวิต ไม่เก็บมาใส่ใจจนกลายเป็นการสร้างความกดดันให้กับตนเอง ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่จะทุกข์ใจ แต่คนที่รักเรานั้นก็จะไม่สบายใจไปกับเราด้วย คนที่เรารักและรักเรานั้นก็จะทุกใจไปกับเราด้วย ถึงแม้บางครั้งเราทำสิ่งที่ผิดพลาดไปพวกท่านยังให้อภัยและให้โอกาสเราเสมอแต่
การปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดขึ้นในอดีตและกลับมาอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เป็นการปล่อยวางสิ่งที่ไม่ดี เพื่อให้มีความพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน
เรายย้อนไปแก้ไขอดีตไม่ได้แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ ให้อดีตเป็นบทเรียนของปััจจุบันให้ดี และสร้างก้าวที่มั่นคงสำหรับวันพรุ่งนี้
สวัสดีครับ คุณ ธิดารัตน์ แก้วสิงห์สุ
เป็นเรื่องราวที่ดีมากครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ธิดารัตน์ แก้วสิงห์สุ
สู้ สู้ เพื่อวันข้างหน้านะครับ
สวัสดีค่ะ คุณ สาโรจน์ ตาหน้อย
ขอบคุณสำหรับคำชม
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ ศรายุทธ มาตา
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณมากค่ะ