การวางแผนชีวิตไว้ให้กับลูก - หลาน

      เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันได้เข้าไปในสวนสักทอง (หลังบ้าน) ในตอนเย็น ๆ...ซึ่งพ่อบ้านได้บอกว่า...จะไปรดน้ำมะพร้าวที่ปลูกใหม่ไว้ที่ปลายสวนประมาณ ๑๖ ต้น...ซึ่งพ่อบ้านไปก่อนหน้าที่ฉันจะตามไป...ฉันเดินเข้าไปในสวนสักทอง ที่ปลูกไว้นานประมาณเกือบ ๒๖ ปี เท่ากับชีวิตราชการฉันเลย...มีบางต้นที่ตายเพราะถูกน้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๔๘ พ่อบ้านก็ตัดเอาไปเก็บไว้ เป็นสีเหลืองทองทั้งนั้น...ส่วนที่ปลูกทดแทน พ่อบ้านก็นำต้นยางนามาปลูก เมื่อฉันได้เห็นต้นยางนา ตอนนี้มันโตขึ้นมาก ๆ ฉันมองดูรอบ ๆ สวนสักทอง...ใจก็นึกและบอกกับพ่อบ้านว่า...ถ้า "ฟ้าคราม" โตขึ้นเป็นสาว...มีทุนจ้างค่าแรงประมาณ หนึ่งล้านบาท ฟ้าฯ จะได้บ้านหลังงาม ๆ เป็นไม้สักทองทั้งหลังเลยนะ...พ่อบ้านยังบอกว่า..."ทำไว้ให้กับพวกลูก ๆ หลาน ๆ นั่นแหล่ะ"...

       เหตุที่ฉันพูดแบบนั้น ก็เพราะทั้งพี่ภัคร น้องเพรียง ตอนนี้ก็มีกันคนละหลังแล้ว เหลือแต่เจ้าฟ้าครามเท่านั้น กว่าจะได้ตัดต้นสักทอง อีกเท่าอายุเจ้าฟ้าครามครบ ๒๐ ปี ต้นสักก็คงโตขึ้นอีกเท่าหนึ่งของปัจจุบัน แทนที่จะได้หลังเดียวก็กลับกลายเป็น ๒ หลัง...

       นี่คือ...ความคิดของปู่เร ของเจ้าฟ้าคราม ที่พยายามทำทุกอย่างที่ตนเองมีลมหายใจอยู่ ไม่ได้ทำเพื่อตนเองแต่ทำเพื่อลูก ๆ หลาน ๆ...พ่อบ้านเล่าให้ฉันฟังว่า...ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า...มีที่ดินเยอะนะ...อ้าว!!! ทำไม? พูดแบบนั้นล่ะ...ทุกคนมีเหมือนกัน แต่ตอนนี้ของเขาไม่มีแล้ว เพราะขายที่ดินเพื่อส่งลูกเรียนไง...แต่ครอบครัวของฉันไม่ขายไง...จึงมีที่ดินเหลืออยู่...พ้นจากการเกษียณก็กลับบ้านเรา ทำนา ทำไร่ ทำสวนได้อีกไง...หรือคิดอะไรอยู่...

       ฉันถามปู่เรของเจ้าฟ้าครามว่า...ปลูกมะพร้าวไว้ที่ปลายสวนสัก ฯ อีกเหรอ...ปู่เร พยักหน้ารับ...บอกฉันว่า...ถ้าฉันเกษียณแล้วก็กลับมาดูมันด้วย มาช่วยทำต่อจากพ่อบ้าน...ทำ ๆ ไว้ ในตอนที่มีแรงอยู่...และตอนนี้ก็จะไปปลูกมะพร้าวที่คันนาตามคันคลองอีก ประมาณ ๕๐ กว่าต้น...นี่คือ "ความคิดของปู่เร" ที่แต่ไหน แต่ไร ก็มีวิสัยทัศน์ที่มองไกลเสมอเพื่อปูให้เป็นฐานกับลูก - หลาน

       ฉันบอกว่า...คนที่ได้ดี ก็คือ "เจ้าฟ้าคราม" ไง ลุงภัคร - น้องเพรียง เขาก็มีกันหมดแล้ว...ปู่เรบอกฉันว่า...ทำไว้เถอะ ไม่เสียหลายหรอก...พ่อเพรียงของเจ้าฟ้าคราม บอกฉันว่า...ตระกูลพ่อเรนี่ "ขี้เหนียว" กันทุกคนเลยนะแม่ เหมือนกันทั้งตระกูล ทำโน่น ทำนี่ คนที่ได้ดีก็คือ หลาน ๆ...ฉันก็ได้แต่ "อมยิ้ม" เพราะเป็นจริงอย่างที่พ่อเพรียงของเจ้าฟ้าครามพูดเสียด้วยสิ!!!...

        "เป็นความคิดที่แต่ละคนที่เป็น พ่อ - แม่ คิดไม่เหมือนกันในแต่ละครอบครัว"

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ :):)

บุษยมาศ  แสงเงิน

๒๑ มกราคม ๒๕๕๗