
ข้อนี้น่าจะเป็นปริศนาธรรม เช่นเดียวกัน

ผมไปส่องดูทุกพิมพ์ที่มี จะเป็นเช่นนี้ทั้งหมด แม้แต่พิมพ์ทรงเจดีย์ หรือเกศบัวตูม

ที่น่าจะสะท้อนว่า พระพุทธองค์ท่านยังทรงเป็นห่วงโลก
(หรือ หลักธรรมะที่แฝงอยู่นี้ ก็เพื่อความสงบสุขของสังคมโลก)
ที่มีจุดเชื่อมต่อจากฐานศีล (ชั้นล่าง) ไปยังกรอบกระจก (โลก)
การเชื่อมจุดนี้เอง น่าจะเป็นจุดดึงที่สำคัญ ที่แสดงว่าท่านยังคงทรงเป็นห่วงจุดเชื่อมนี้ และเอนเอียงพระองค์มาตามเส้นนี้เล็กน้อย
ที่ว่านี้เป็นการขยายความ หลักพระพุทธศาสนา เพื่อความสงบสุขของสังคมโลก
ที่เหลือเป็นการเดาล้วนๆ
เพื่อจุดประกายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไปครับ
แตกต่างกันด้านความคิด แต่มิตรภาพยังอยู่ บทวิเคราะห์ทางพุทธศิลป์ของอาจารย์ย่อมก่อให้เกิดปัญญาในบางท่านแต่ก็ก่อให้เกิดอวิชชาในบางคน เพราะความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา ธรรมะคือธรรมชาติ สมมตินะครับสมมติ สมมติว่าเข่าซ้ายจมลงต่ำ อาจารย์จะวิเคราะห์ว่าอย่างไรครับ ช่วยแจ้งแถลงไขให้ผู้ด้อยปัญญาอย่างกระผมทราบด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง อยู่อย่างสงบไม่ก่อความวุ่นวายโชคดีมีพระแท้ทุกท่าน....สวัสดี
ถ้าเสมอก็ปกติครับ แต่ถ้าจมลง น่าจะแปลได้ว่า กำลังพาโลกไปละมั้งครับ
ผมก็เดาละครับ (ถ้ามี) แต่ยังไม่เคยเห็นครับ อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
หากคิดตามหลักทางศิลปะการสร้างโม หรือแบบพิมพ์ ต้นแบบ ท่านอาจขูดพิมพ์เข่าขวาลึกไปนิดหน่อยค่ะ ซึ่งก็อาจเป็นความบังเอิญ... แต่ถ้าคิดตามหลักกลศาสตร์ หนูเดาว่า พระผู้กดพิมพ์ ท่านคงถนัดมือซ้าย...ค่ะ แรงกดของมือที่ถนัด กว่าจะมีแรงกดสูงกว่า..ค่ะ
หนูก็เดาเหมือนกัน...นะคะ
เป็นในทุกพิมพ์ ทุกบล็อก และทุกองค์ คงไม่ใช่ความบังเอิญอย่างที่ว่าครับ
ว่าตามหลักการทางศิลปะ การทำแบบพิมพ์ น่าจะแต่งร่องเข่าขวาลึกไปค่ะ
แต่ถ้าว่าตามหลัก พระท่านที่กดพิมพ์น่าจะถนัดมือซ้ายค่ะ เพราะแรงกดจะมากกว่า...
คิดไปเอง..ค่ะ
ขอเพิ่มความเห็นด้วยคนนะครับ...กรณีที่อาจารย์มีความเห็นว่าพระพุทธองค์มีความเป็นห่วงโลกนั่นคงจริงครับ(ห่วงแบบพระอรหันต์จะไม่เนื่องด้วยอารมณ์อย่างที่พวกเราเป็นห่วงนะครับ)พระพุทธองค์จะตื่นตอนตีสี่ทุกวัน เพื่อเข้าญาณ(นั่งสมาธิ)เพื่อตรวจสอบสภาพจิตเวไนยสัตว์คนไหนมีอินทรีย์แก่กล้าพอที่จะบรรลุธรรม หรือประสบความเดือดร้อนพระองค์จะเสด็จไปโปรดก่อนกับพระอานนท์ผู้ติดตาม ส่วนกรณีพระสมเด็จวัดระฆังประทับนั่งเอียงไปทางขวานั้น ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานศิลปะ และเรียนมาทางนี้ ผมเข้าใจว่าตรงนี้น่าจะเป็นความชาญฉลาดของช่าง(ปฎิมากร)พระสมเด็จเป็นงานปฎิมากรรมนูนต่ำ การออกแบบให้องค์พระนั่งเอียงนิดหนึ่ง เพื่อล้อกับน้ำหนักของแสงไม่ให้ดูเรียบๆแบนๆเหมือนที่เราชอบถ่ายรูปเอียงข้างนั่นแหละครับ ดูจากรูปที่อาจารย์ถ่ายมาก็จะเห็นแสงเงาสวยงามจับใจ...ความเห็นผมก็เป็นดังนี้ ถูกผิดไม่เป็นไรครับ ได้แลกเปลี่ยนความ(เห็น)รู้ แต่ต้องเริ่มจากความเห็นชอบ(สัมมาทิฎฐิ)ก่อนครับ ความเห็นชอบนี่สำคัญพระพุทธองค์จึงวางเป็นข้อแรก ในมรรค ๘ เพราะการเห็นชอบ(เห็นถูก)เป็นตัวเร่งเร้าคุณธรรมให้สิ่งดีๆอื่นๆตามมา แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยการเห็นผิด ก็เหมือนกับการติดกระดุมเม็ดแรกผิดรางแหละครับ อิอิ
ผมยังคิดว่า การเอียงขององค์พระน่าจะมีความหมายเชิงธรรมะ อย่างหนึ่งอย่างใดมากกว่าเป็นแค่ระดับการคิดออกแบบของช่างศิลป์นะครับ
และที่สำคัญก็คือ เป็นอย่างนี้ในทุกพิมพ์ ทุกบล็อกเสียด้วย (สมเด็จบางขุนพรหมก็ยังเป็นครับ)
ถ้าเป็นเพียงการคิดของช่างนั้น น่าจะเป็นไปได้หลากแบบ มีบ้างไม่มีบ้าง ตามอารมณ์ "ศิลปิน" นะครับ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ถ้าอธิบายว่าเป็นการออกแบบของช่าง แล้วทำไมไม่นั่งเอียงซ้ายเล่าครับ เพราะถ้าตีความว่านั่งเอียงขวาเป็นห่วงนั้น ใช้หลักเกณฑ์อะไร สำหรับปุถุชนคนธรรมดาจะนั่งเอียงซ้ายหรือขวาก็ห่วงได้ครับ ในความคิดของผมแลเห็นไปทางการนั่งเอียงขวาเพราะเป็นด้านที่ใช้ปัญญา(เช่นอัครสาวกด้านขวา-เป็นเลิศด้านปัญญา)ในการหลุดพ้นจากวัฏฏะครับ และที่สำคัญในประเด็นนี้สมมติว่าถ้าเข่าจมแล้วเอียงซ้าย จะใช้หลักธรรมข้อไหนมาอธิบายครับ โดยไม่อ้างอิงจากข้อเท็จจริง เพราะเป็นสิ่งสมมติล้วนๆครับ (เพราะถ้าเป็นข้อเท็จจริงในวงการพระเครื่องสรุปง่ายๆว่าเก๊ครับ) สำหรับผมถูกผิดไม่สำคัญเพราะ สำคัญอยู่ที่บรรลุวัตถุประสงค์ในการหาผู้ค้นหาธรรมครับ ถึงจะติดกระดุมเม็ดแรกผิดรางก็ยังดีกว่าไม่ยอมติดเลยนะครับ ฮึ ฮึ ถกเถียงทางธรรม ถ้าใจสงบย่อมก่อเกิดปัญญา ฝากเตือนทุกท่านไว้เรื่องหนึ่ง หยั่งบ่ถึงแม้แต่น้อย แน่แท้จิตคน (ปุถุชนทั่วไปครับ)...จิตสงบธรรมข้อไหนก็เหมือนกัน..สวัสดี
ถ้าอธิบายว่าเป็นการออกแบบของช่าง แล้วทำไมไม่นั่งเอียงซ้ายเล่าครับ เพราะถ้าตีความว่านั่งเอียงขวาเป็นห่วงนั้น ใช้หลักเกณฑ์อะไร สำหรับปุถุชนคนธรรมดาจะนั่งเอียงซ้ายหรือขวาก็ห่วงได้ครับ ในความคิดของผมแลเห็นไปทางการนั่งเอียงขวาเพราะเป็นด้านที่ใช้ปัญญา(เช่นอัครสาวกด้านขวา-เป็นเลิศด้านปัญญา)ในการหลุดพ้นจากวัฏฏะครับ และที่สำคัญในประเด็นนี้สมมติว่าถ้าเข่าจมแล้วเอียงซ้าย จะใช้หลักธรรมข้อไหนมาอธิบายครับ โดยไม่อ้างอิงจากข้อเท็จจริง เพราะเป็นสิ่งสมมติล้วนๆครับ (เพราะถ้าเป็นข้อเท็จจริงในวงการพระเครื่องสรุปง่ายๆว่าเก๊ครับ) สำหรับผมถูกผิดไม่สำคัญเพราะ สำคัญอยู่ที่บรรลุวัตถุประสงค์ในการหาผู้ค้นหาธรรมครับ ถึงจะติดกระดุมเม็ดแรกผิดรางก็ยังดีกว่าไม่ยอมติดเลยนะครับ ฮึ ฮึ ถกเถียงทางธรรม ถ้าใจสงบย่อมก่อเกิดปัญญา ฝากเตือนทุกท่านไว้เรื่องหนึ่ง หยั่งบ่ถึงแม้แต่น้อย แน่แท้จิตคน (ปุถุชนทั่วไปครับ)...จิตสงบธรรมข้อไหนก็เหมือนกัน..สวัสดี
ก็แค่คิดดังๆครับ อิอิอิอิอิ
ตอนแรกว่าจะรออาจารย์แสวงตอบ แต่สงสัยว่าถ้าปล่อยไว้นานอาจจะมีคนจินตนาการว่า ท่านอาจเป็นริดสีดวงทวารบ้างก็ได้ ก็คงตอบแทนแบบง่ายๆว่า รูปองค์พระนั้นใช้แทนพระพุทธเจ้าครับ ไม่ใช่แทนตัวสมเด็จโตครับ และถ้าบอกว่าพระพุทธเจ้าเข่าบวมข้างหนึ่ง เราก็คงพบว่าพระพุทธรูปในประเทศอื่นๆก็คงปรากฎลักษณะเดียวกัน แต่ก็ไม่ปรากฎนะครับ ลองจินตนาการใหม่ แล้วโพสมานะครับ ความน่าจะเป็นก็ขึ้นอยู่กับเหตุและผลที่สามารถคัดง้างข้อสันนิฐานที่โพสมาว่ามีโอกาสถูกต้องแค่ไหน......คิด คิด คิด และก็ไตร่ตรองมากๆๆๆๆๆ ก็คงสร้างความชอบธรรมในเหตุและผลครับ การแสดงความคิดเห็นย่อมดีกว่าการไม่ยอมแสดงความคิดเห็น สู้ต่อไปเพราะความเห็นไม่มีถูกหรือผิดทั้งหมดหรอกครับ .......โชคดีมีความสุขทุกท่าน.....สวัสดีในฐานะมวยแทน
ขอบคุณครับ
บางทีผมก็ไม่ค่อยอยากตอบคำถามแบบ เล่นนอกเรื่องนะครับ
และช่วงนี้ผมติดงานทางครอบครัว ไม่ค่อยได้เข้าเนต
ขอบคุณครับที่มาช่วยตอบให้
ผมทราบว่าเป็นภาพของพระพุทธเจ้า เพียงแต่ช่างอาจจะใส่ข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆของสมเด็จท่านเอาไว้ด้วยความศรัทธาครับ อย่างพระพิมพ์อื่น ปางอื่นก็มีเยอะแยะคงไม่ได้หมายความว่า ผู้สร้างพิมพ์ คิดว่าพระพุทธเจ้ามี เข่าบ่วง หรือมีเศียรเหมือนผลมะตูม ใช่ไหมครับ อิอิ ถึงตอนนี้ผมยังคิดว่าข้อสันนิษฐานของผมยังดูเข้าท่าอยู่นะครับ และก็ไม่ได้เล่นนอกเรื่องด้วย ดูพิลึกๆหน่อย แต่เป็นเหตุเป็นผล ที่เป็นไปได้มากทีเดียว ....เสียแต่ ความเห็นโดนตัดทิ้งไปแล้ว ไม่ทราบเพราะอะไร(นึกไม่ออกจริงๆ) อิอิ
คุณเต๋าครับ ผมคาดว่าทีมงานลบความเห็นพลาดครับ ช่วงนี้มีผู้ก่อกวนเว็บไซต์โดยเขียนความเห็นในทำนองตำหนิพระพุทธเจ้าและคนนับถือศาสนาพุทธครับ ทีมงานอาจอ่านไม่ละเอียดเลยลบความเห็นคุณเต๋าไปครับ
ผมแนะนำให้คุณเต๋าสมัครสมาชิกและเขียนความเห็นโดยเข้าระบบก่อนนะครับ คราวนี้ไม่น่าจะลบพลาดแน่ครับ
ขอบคุณครับ คุณธวัชชัย ที่แนะนำ
สำหรับสมมติฐานทุกอย่างนั้น คงต้องให้ท่านเจ้าของสมมติฐานค้นคว้าหาหลักฐานมากล่าวอ้าง เพื่อสร้างน้ำหนักในสมมติฐานของท่านครับ วันนี้เป็นข้อสมมติฐานอีกอย่างหนึ่ง เกิดจากชายจีจรที่พาดผ่านเข่าซ้ายครับ ในองค์ที่ติดชัดก็จะเห็นชายจีวรเป็นเส้น ดังนั้นเชิงช่างก็สร้างแบบให้มีมิติ จึงแลดูว่าเข่าด้านซ้ายท่านยกสูงขึ้น ถูกผิดไม่สำคัญหรอกครับ ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ให้ความเห็นครับ ว่ามีเจตนาใด กรรมก็จะติดไปเองครับ ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมครับ ความเห็นต่างไม่ผิดที่ผิดคือการยึดมั่นถือมั่น ความคิดของคนก็เหมือนเทียนครับ ลองให้คน 1000 คนจุดเทียนพร้อมกัน สิ่งที่เหมือนกันคือสุดท้ายก็ดับเหมือนกัน แต่จะดับแตกต่างกัน คือดับในวาระไม่เท่ากัน มันเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับความคิด ภูมิปัญญา ภูมิความรู้ ฯลฯ ลองหาข้อมูลมายืนยัน ถ้าท่านคิดว่าถูกต้อง วิถีพุทธไม่ได้สอนให้ตอบโต้แบบนี้ หากแต่ให้วางเฉย ให้พิจารณา สัตว์โลกย่อมดำเนินไปตามจริตแห่งตน จะให้เหมือนกันทุกคนไม่ได้หรอกครับ อุปมาแบบเดียวกับความคิดเห็นครับ มีเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ กับเฉยๆ และยังไงก็ก็ได้ครับ ธรรมะคือธรรมชาติ ถกเถียงหาถูกผิดเป็นหนทางสู่อจิณตรัยครับ....โชคดีมีความสงบทุกท่าน...สวัสดี
คิดแบบสามัญชนคนธรรมดา ก็นั่งขาขวาทับเข่าซ้าย เมื่อมีจีจรห่มคลุม ก็จะแลดูว่าเข่าซ้ายยกสูงกว่า ...สูงสุดคืนสู่สามัญ ปริศนาก็ไม่ใช่ปริศนาแล้ว .....คิดต่างไปเรื่อยๆ...พัฒนาระบบบความคิดตลอด ความรู้ก็จักหลากหลาย มุมมองก็กว้างไกล ถ้าหัวใจเปิดกว้าง ก็เหมือนทะเลที่รับน้ำ ปัญญาก็จะลุ่มลึก สุดหยั่งคาดได้ อย่าให้อคติปิดบังปัญญา...สวัสดี
คุยกันแบบสนุกนะคร้บ ผมว่าช่างที่แกะและกดพิมพ์นานๆคงเมื่อย และใช้จินตนาการไปด้วยเลยได้สิ่งนี้ที่เห็นนี้นะครับ