Hong Kong Disneyland
วันที่ 2 ของ Hong Kong วันนี้เราจะไป Disney land กันค่ะ ส่วนตั๋วเข้าก็ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว 3 คน (ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1) รวมค่าส่งอีก 150 เป็น 4870 บาท เด็กก็ตื่นเต้นเพราะเป็นโปรแกรมที่เค้ารอคอย ตื่นแต่เช้าก็ทำการ check out โรงแรม Ah Chan แล้วก็ไป check in ที่ Hong Kong Budget Hostel ซึ่งอยู่ที่ตึกเดียวกันแต่อยู่ชั้น 7 เราก็ขนกระเป๋าลงไปที่ชั้น 7 กัน ไปถึงห้องที่ check in ปรากฏว่ายังเช้าไป เวลา check in ของที่นี่ก็คือตอนบ่าย ถึงก่อน 5 ทุ่ม เค้าถึงจะทำ check in ให้ ก็เลยฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วก็ออกไปเที่ยวกัน ก็เลยยังไม่เห็นสภาพห้องที่จะต้องพักต่ออีก 2 คืน
เริ่มเดินทางกันละค่ะ ด้วย MRT เหมือนเดิม
บนขบวนรถที่ไป Disneyland ขนาดที่จับ ยังเป็นหู Mickey mouse เลย น่ารักจัง
เด็กคนนี้ก็ไป Disneyland
เดินทางไปถึง Disneyland ก็ยังเช้าอยู่เลย แต่คนก็เริ่มทยอยมากันแล้ว
เราก็ไปยืนรอเป็นกลุ่มแรกๆ ที่รอเข้าประตู ตั๋วก็ซื้อมาได้ตั๋วจริงเรียบร้อยแล้ว จากที่อ่านมาเค้าบอกว่า ที่นี่จะไม่อนุญาตให้เรานำอาหารเข้าไปรับประทาน เราก็พกน้ำไปกันคนละขวด และก็ขนมปังนิดหน่อย คือไม่ให้น่าเกลียดว่างั้นเถอะ แล้วก็จริงๆ ด้วย ก่อนเข้าก็จะมีการตรวจกระเป๋า เค้าให้เอาออกเลยนะคะ เห็นมีคนไทยกลุ่มนึงถูกให้เอาน้ำอัดลมออกจากกระเป๋ากันหลายกระป๋องเลยทีเดียวเชียว
ตั๋วเข้าชม Disney ค่ะ อย่าเพิ่งทิ้งนะคะ จะต้องใช้เวลาที่เราจะไปแลก Fast pass
จากด่านเข้าประตูก็มารออีกที่ด่านหน้าปราสาท เพราะเค้าเปิดจริง 10 โมงค่ะ
แต่พวกเราเข้ากันได้ก่อนก็ประมาณ 9 โมง กว่า ต้องรอ 10 โมงแถวๆ หน้าปราสาทอีกที และก็จะมีบางครอบครัวที่เป็นผู้โชคดีได้เข้าไปก่อนและก็ไปตัดริบบิ้นเปิด Disneyland ค่ะ ก้ไม่รู้ว่าเค้าเลือกยังไง เห็นอีกทีก็มีอยู่ข้างในแล้ว คือไม่ใช่อะไรค่ะ อิจฉาเค้าน่ะ
พอ 10 โมงเค้าเปิดก็กรูกันเข้าไปค่ะ พวกเราก็ตามๆ คนอื่นๆ เห็นเค้ากรูไปทางไหนกันก็ตามเข้าไป อ้อ ไปเล่นเครื่องเล่นใหม่นี่เอง
เห็นคนที่อยู่ข้างหน้ามั๊ยคะ เค้าพุ่งมาเล่นเจ้านี่ก่อนเลย พวกเราก็ตามเค้ามาค่ะ ได้เล่นเป็นคันแรกของวันเลย ไม่ต้องรอ
แล้วก็ออกมาถ่ายรูป เก็บบรรยากาศ เพราะยังไม่ค่อยมีคน เช้าเกิ้นนน
สนุกสนานมากมายค่ะที่นี่ มีเทคนิคก็คือเครื่องเล่นอันไหนมี Fast pass ให้ไปเอามาก่อน โดยเค้าจะมีเครื่องให้เอาตั๋วไปสอด แล้วจะได้บัตร Fast pass มา ที่บัตรนี้จะมีการระบุเวลาว่าให้เรากลับมาเล่นกี่โมง คือเราจะได้เล่นตามเวลานั้นๆ ไม่ต้องรอคิวนานค่ะ นี่คือที่เราได้เล่นกันใน 1 วันนี้ค่ะ
- Grizzly Gluch อันนี้เป็นรถไฟเหาะ เปิดใหม่ ก็สนุกดีตามประสารถไฟเหาะค่ะ
- Mystic point เป็นแบบนั่งรถเข้าไป ชมความสวยงาม ตื่นตาตื่นใจของจุดต่างๆ อันนี้ก็ชอบค่ะ เหมือนกับโชว์ความมหัศจรรย์ต่างๆ เช่น ไปดูภาพสาวสาย แป๊ปเดียวกลายเป็นเมดูซ่า มีงูเต็มหัวเลย เป็นต้น
- Toy story ไปเล่น Sling dog spin เพราะดูจะเมาหัวดี
- Jungle river Cruise เป็นการล่องเรือไปตามแม่น้ำ และก็เจอสัตว์ต่างๆ จำลองทั้งนั้น
- Rafts and Tarzan’s Tree house เป็นการล่องแพข้ามฟากไปชมบ้านทาร์ซานที่อยู่บนต้นไม้ ก็ไปดูซะหน่อย
- Festival of Lion King นี่ก็เป็นโชว์ Highlight ที่เค้าแนะนำให้ต้องมาดูค่ะ เป็นโชว์
- Mickey’s Phillrar Magic เป็นการฉายหนัง 4 มิติ อันนี้ก็สนุกดีค่ะ มิติที่ 4 ก็คือ กลิ่นนั่นเอง
- Mad Hatter Tea cups อันนี้เมาหัวมาก คือมันเป็นถ้วยชา เข้าไปนั่งข้างในมันจะหมุนรอบตัวเอง และหมุนไปเรื่อยๆ บนเวทีนั่น ลงมานี่จะยืนไม่อยู่เลยทีเดียว
- It’s a small world เป็นนั่งรถเวียนเข้าไปชมประเทศต่างๆ ในโลก น่ารักดีค่ะ เหมาะกับเด็กผู้หญิงมากมาก
- ดูพาเหรด Disney on Parade
- Golden Mickey อันนี้ก็เป็น Highlight อีกอันนึงที่คิดว่าจะต้องดูให้ได้ คิวยาวมาก ต้องมารอคิวแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ เป็นโชว์ค่ะ มีร้องเพลง การแสดงจากการ์ตูนต่างๆ ของ Disney เพลงน่ะร้องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตอนพูดโต้ตอบกันนี่สิ ภาษาจีนค่ะ ก็แปลกๆ มิกกี้เมาส์ พูดจีน...
- Buzz lightyear Astro Biasters อันนี้เป็นยิงปืน เค้าจะให้ยิงไปที่ตัว Z แล้วจะมีแต้มให้ด้วยถ้ายิงถูก ก็สนุกดีค่ะ เป็นแบบนั่งรถ แล้วเข้าไปยิง ได้มา 7 หมื่นกว่าแต้ม
- The Many Adventures of Winnie the Pooh อันนี้เป็นแบบเด็กๆ แบบว่านั่งไหน้ำผึ้งเข้าไปเที่ยวในโลกของป่า 100 เอเคอร์ ก็ธรรมดาๆ แต่ก็สนุกดีค่ะ
- Stitch Encounter อันนี้เข้าไปแล้วคิดแต่ว่า “ตูเข้ามาทำไมฟระ” คือถ้าใครเคยเล่น Sim simi มันเหมือนกันเลยค่ะ แบบว่าเจ้าตัว Stitch ก็จะพูดตอบโต้กับคนที่เข้ามา แต่ดันพูดเป็นภาษาจีน ไม่รู้เรื่องเยยยย
- Orbitron เป็นเครื่องเล่นให้ขับเครื่องบินวนไปรอบๆ แต่ให้บังคับขึ้นลงได้ ก็ไม่มีอะไรค่ะ
Mystic Manor
อันนี้ไม่ได้เล่นค่ะ อยู่แถวๆ Toy Story Land เพราะคงหวาดเสียวอ่ะ
Toy Story Land
แวะเล่นตามข้างทาง
Jungle river Cruise
เราก็นั่งเรือชมแม่น้ำไป สองฟากฝั่งก็จะมีเรื่องราว จะมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือเล่าเรื่องไปด้วยค่ะ (ภาษาอังกฤษ) นี่ฮิปโปโป
Tarzan’s Tree house ข้ามแพไปชมบ้านทาร์ซานค่ะ สร้างไว้บนต้นไม้ ดูและถ่ายรูปอย่างเดียว
Festival of Lion King โชว์อลังการตระการตาอยู่ค่ะ มีร้องเพลง เต้น ตามเนื้อเรื่อง ที่นี่ทำขวดน้ำสีชมพูตกไว้ค่ะ กว่าจะรู้ตัวก็ตั้งนาน กลับมาถามเจ้าหน้าที่ ปรากฎว่า เค้าเก็บไว้ให้ค่ะ ดีใจมากเลย...
Stitch Encounter นี่ก็ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเข้าก็ได้ค่ะ ภาษาจีนล้วนๆ จะหัวเราะกะเค้าก็ไม่กล้า มันเหมือนไม่จริงใจ ไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าฟังภาษาจีนออกก็น่าจะสนุกนะคะ เห็นคนอื่นเค้าหัวเราะกัน พูดโต้ตอบกะเจ้าตัวนี้
Disney on Parade สวยงามอลังการมากเลยค่ะ มีประมาณ 2-3 รอบ ไม่รู้กี่โมงมั่ง ฟังเค้าประกาศก็ได้ค่ะ ถ้าเราอยู่แถวๆ นั้น พอเค้าประกาศก็ไปนั่งจองสถานที่ได้เลยค่ะ นั่งขัดสมาธิกะพื้นรอดูแถวหน้าเลย
เล่นอยู่นั่นทั้งวันเลยค่ะ อย่างที่บอกแหละ เล่นไป 10 กว่าอย่าง ทำได้ไงเนี่ย รูปที่เอาลงนี่ก็พอเป็นน้ำจิ้มนะคะ ยังมีที่ไม่ได้เล่นอีกมากมาย ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ ให้ไปเลยค่ะ 1 วันเต็ม
ออกมารอดู Disney in star fireworks ซึ่งจะแสดงตอน 3 ทุ่ม และเลือกซื้อของที่ระลึกแถวๆ โซน Main Street USA ได้เจ้าตัวนี้มาค่ะ เป็นงาน Handmade
ของที่ระลึกมาจาก Disneyland เป็น ตัว Mickey mouse ที่เป็น Crystal ตัวนี้แหละค่ะ ราคาก็ 4387.77 บาทไทย และก็แถมตัวเล็กทิกเกอร์มาอีกตัว 410.12 บาทค่ะ ส่วนอาหารเรากินกันในนี้ 2 มื้อ แต่มื้อกลางวันเนื่องจากต้องรีบก็เลยกินพวก hotdog ง่ายๆ ส่วนมื้อเย็นก็ไปกินกันที่สวนอาหาร ค่าอาหารนี่น่าดูเชียวค่ะ ข้าวหน้าเป็ด จานละ 83 HKD
ดูพลุกันไปครึ่งเดียวก็คิดได้ว่า พอจบการแสดงจะต้องมีมวลมหาประชาชนพากันออกมาขึ้นรถไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ก็เลยออกมากันก่อน และอีกอย่าง ต้องกลับมา check in ที่โรงแรมก่อน 5 ทุ่ม ก็เลยออกมากันค่ะ ขากลับเจอคนไทย พูดคุยกันถึงเรื่อง count down ว่าคนจะเยอะมาก ก็เริ่มคิดแล้วล่ะว่า จะไป count down ดีมั๊ยน้า
กลับมาถึง check in ที่โรงแรมประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ที่ Hong Kong Budget Hostel ได้ห้อง 3 เตียงที่เล็กสุดๆ ไม่มีหน้าต่าง อีกต่างหาก คือเล็กกว่าที่ Ah Chan อีกค่ะ แต่อาจเป็นเพราะว่าเรา Check in ช้า ห้องดีๆ ก็เลยถูก Occupy ไปก่อน แบบว่าอึ้งกิมกี่เล็กน้อยตอนเห็นสภาพห้อง ของที่นี่ห้องพักจะอยู่ที่เดียวกัน Lobby ที่เราไป check in เลยค่ะ และก็ที่นี่เค้าไม่รับธนบัตรใบละ 1000 HKD ด้วยนะคะ ต้องเตรียมไปให้พอดีค่ะ ที่นี่จะมีผ้าเช็ดตัวให้ น้ำร้อน น้ำดื่มให้เป็นเหยือก หมดก็ออกมาเอา และก็สามารถไปขอยืม Adaptor ได้จากเจ้าของ ชื่อว่าคุณแจ็คกี้ เค้าพูดภาษาอังกฤษดีมากๆ เลย password Wifi ก็ต้องไปขอเองที่เจ้าของ ไม่มีติดประกาศไว้ให้ดูเหมือนที่ Ah Chan บรรยากาศแตกต่างกันมาก ถ้าจะให้แนะนำก็คงไม่แนะนำที่นี่ แต่ก็นั่นแหละ จองมาแล้วเปลี่ยนก็ไม่ได้ด้วย ก็เลยต้องอดทนอยู่กันไปแค่ 2 วันเอง คิดแบบนี้ แล้วก็อาบน้ำนอนกันด้วยความเหนื่อยอ่อน
-สวัสดีครับ..
-ตามมาเที่ยวเมืองนอก...
-น่าไปมาก ๆ ครับ..
-ชมภาพแล้วเหมือนได้ไปด้วยตัวเอง..
-ขอบคุณภาพสวยๆ นะครับ