๓ มกราคม ๒๕๕๗
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหาร และผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๓๐ ธันวาคม. ๒๕๕๖. เมื่อวานออกเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลวัดบางนางบุญ และโรงเรียนวัดชินวราราม ที่กำลังเตรียมการรับเสด็จกันอย่างขมักเขม้น โรงเรียนอนุบาลวัดบางนางบุญจะมีพิธีเปิดอาคารพระราชทานด้วย งานหนักจึงอยู่ที่การตกแต่งอาคาร นิทรรศการประจำห้อง นอกนั้นจะมีแปลงเกษตรทั้งปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่และเพาะเห็ด ห้องสมุดและห้องสหกรณ์จะเสด็จทรงเยี่ยมเช่นกัน. สำหรับโรงเรียนวัดชินวราราม เตรียมการในหอประชุม โรงอาหาร โรงเพาะเห็ด แปลงผัก ห้องสมุด และอาคารโบราณสำหรับฝึกสอนดนตรี โรงเรียนนี้ติดแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศและบรรยากาศดีเป็นพิเศษ. วันนี้ได้เตรียมข้อมูลเพื่อกราบบังคมทูลถึงงานที่ผ่านมาในโรงเรียนอนุบาลวัดบางนางบุญ ย้อนไปเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมศูนย์พักพิงโรงเรียนวัดบางนางบุญและราษฎรโดยรอบพระตำหนักบ้านสวนปทุม โดยมีผมและนายกฤษฎา กูรมะสุวรรณ ผอ.ร.ร.วัดบางนางบุญ เฝ้ารับเสด็จ ช่วงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ได้รับการประสานจากคุณสาทร วสุธาร ข้าราชการในพระองค์ชำนาญการพิเศษ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระประสงค์ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมและประทานความช่วยเหลือโรงเรียน ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบพระตำหนักสวนปทุม ประมาณ ๓-๕ โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ให้โรงเรียนดังกล่าว เป็นโรงเรียนเครือข่ายที่ให้ความช่วยเหลือราษฎรกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ในอนาคต และนายกษฎา กูรมะสุวรรณ ได้นำเสนอให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนิน โรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๙ โรงเรียน
เมื่อวันที่ ๒-๓ มกราคม ๒๕๕๕ ได้มีหมายกำหนดการเป็นการส่วนพระองค์ ความว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมและประทานความช่วยเหลือโรงเรียน ในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๙ โรงเรียน และเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรบริเวณพระตำหนักบ้านสวนปทุม พระองค์ได้ประทานความช่วยเหลือโรงเรียนหลายด้าน อาทิ หนังสือห้องสมุด โต๊ะเก้าอี้นักเรียน หนังสือเรียน เครื่องแบบนักเรียนชาย-หญิง เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น
ส่วนโรงเรียนอนุบาลวัดบางนางบุญได้รับประทานอาคารอเนกประสงค์ จำนวน ๑ หลัง จำนวนเงิน ๖ ล้านเศษซึ่งในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปทรงเปิดอาคารอเนกประสงค์ “พระราชทาน ๕”
ครั้งนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๕ ในโอกาสนี้ทรงเห็นโรงเรียนมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดไม่มีสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงทรงซื้อที่ดิน ของพลเรือโทสมศักดิ์ ทรัพย์ประเสริฐเนื่อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๓๗ ตารางวา ซึ่งติดกับโรงเรียนในราคา๑๐,๕๐๐,๐๐๐.-บาทแล้วจึงพระราชทานที่ดิน โฉนดเลขที่ ๘๒๙๒๙ เลขที่ที่ดิน ๑๔๒ ต.บางปรอกอ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานีให้แก่ สพฐ. เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี
โรงเรียนอนุบาลปทุมธานีได้ดำเนินการพัฒนาที่ดินพระราชทานจนเกิดสำเร็จผล ดังนี้
๑.ได้รับจัดสรรงบประมาณจาก สพฐ. ในการถมที่และสร้างรั้วเพื่อเตรียมพื้นที่ในการสร้างอาคารเรียน จำนวน๑,๗๑๗,๐๐๐.-บาท การถมที่และสร้างรั้วเสร็จสิ้นเมือกลางเดือนมกราคม ๒๕๕๖
๒.ได้รับจัดสรรงบประมาณจาก อบจ.ปทุมธานี ก่อสร้างอาคารเรียน แบบ คสล.๔ ชั้น ใต้ถุนโล่ง จำนวน ๑๕ ห้องเรียนจำนวน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐.-บาท ซึ่งได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ และขณะนี้ อาคารเรียนอบจ.ได้ก่อสร้างถึงการวางพื้นชั้นที่ ๔
๓.ได้รับการจัดสรรงบประมาณงบลงทุนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จาก สพฐ. จำนวน ๕,๔๐๐,๐๐๐.-บาท ซึ่งเป็นงวดแรก โดยเป็นงบผูกพัน ๒ ปีงบประมาณ ๒๕๕๗-๒๕๕๘ รวมเงินทั้งสิ้น ๓๖,๐๐๐,๐๐๐.-บาท เพื่อก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ๕ ชั้น ใต้ถุนโล่ง จำนวน ๒๘ ห้องเรียนซึ่งขณะนี้ สพป.ปท.๑ แจ้งอนุมัติเงินประจำงวด ให้โรงเรียนเร่งดำเนินการจัดซื้อ/จัดจ้างและก่อหนี้ผูกพัน ตามระเบียบนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ ฯ
และในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเยี่ยมชุมชนชาววัดฉางตลอดจนโรงเรียนวัดฉาง พระองค์ทรงพบว่าโรงเรียนมีอาคารเรียนจำกัดไม่มีสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียน และประสบปัญหาอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับอาคารเรียนหลังเดิเป็นอาคารไม้ซึ่งชำรุดทรุดโทรมอาจเป็นอันตรายแก่นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน จึงทรงกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ยกพื้นสูง ขนาด ๔ ห้องเรียน ใต้ถุนโล่ง ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๓๒ เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม ๕๑๒ ตารางเมตร โดยใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น ๔,๗๗๒,๒๕๘.- บาท โดยกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้ดำเนินการจัดหาแบบก่อสร้าง และประสานให้กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ ๑ มอบหมายให้กองพลพัฒนา ที่ ๑ ดำเนินการก่อสร้าง โดยเริ่มเข้าปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นมา
วันอังคารที่ ๓๑ ธันวาคม. ๒๕๕๖. วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นศิริมงคลชีวิตอีกครั้งหนึ่ง แต่งเครื่องแบบปฏิบัติราชการแขนยาวเดินทางไปรวมพลที่สำนักงานเขตแล้วไปรอรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงเรียรอนุบาลวัดบางนางบุญ ถึงก่อนหมายกำหนดการจึงมีเวลาดูความเรียบร้อยอีกครั้งร่วมกับเลขาธิการ กพฐ. นายอภิชาติ จีระวุฒิ เวลา ๐๙.๓๐ น. เสด็จถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการรับเสด็จ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารพระราชทาน เสด็จเข้าพลับพลาที่ประทับ ทรงพระราชทานของที่ระลึก จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรการแสดงของนักเรียน นิทรรศการ แล้วเสด็จ ทอดพระเนตรแปลงเกษตร ห้องสมุดและห้องสหกรณ์โรงเรียน. เลขานุการในพระองค์แจ้งว่าทรงโปรดให้ผมร่วมโต๊ะเสวยที่ร้านอาหารบ้านเหนือน้ำตอนกลางวัน. จึงต้องอาศัยรถยนต์หลวงของ ดร.สมเกียรติ ชอบผล และกรมวังผู้ใหญ่ ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร เพื่อให้ทันขบวนรถพระที่นั่ง. โปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกเหล่ากาชาด กรมวังผู้ใหญ่ และผมร่วมโต๊ะเสวย และได้รับสั่งถึงการพระราชทานความช่วยเหลือประชาชนด้านการศึกษา และอื่น ๆ ด้วยพระเมตตา. บ่ายเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนวัดชินวราราม พระราชทานความช่วยเหลือโรงเรียนในการสร้างอาคารโรงอาหารให้ใหม่และรับสั่งให้ซ่อมแซมอาคารหลังเก่า.อายุเก่าแก่ ๘๐ ปี ผมและทีมงาน สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ได้ทูลเกล้าถวายหมูย่างเมืองตรัง ๑ ตัว จากร้านโกแก่ ส่งมากับเที่ยวบินนกแอร์ ๑๑ โมงวันนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสปีใหม่ขอพระองค์ทรงพระเจริญ. เย็นกลับมาดูข่าวในพระราชสำนัก "เวลา 09.47 น.วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนอนุบาลวัดบางนางบุญ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ทรงเปิดอาคารพระราชทาน 5 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเป็นลำดับที่ 5 ของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริ โดยเป็นอาคารอเนกประสงค์สำหรับส่งเสริมกิจกรรมในโรงเรียน เป็นศูนย์พักพิงหากเกิดภาวะอุทกภัย และใช้จัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนโดยรอบพระตำหนักบ้านสวนปทุม เนื่องจากเมื่อปลายปี 2554 ชุมชนโดยรอบประสบอุทกภัย และใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักพิง โดยเป็นอาคาร 2 ชั้น มี 4 ห้อง สร้างแล้วเสร็จในปี 2555
ในการนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมของโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริฯ มีการพัฒนาตามแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ, ด้านสุขภาพและอนามัยนักเรียน, ด้านเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและกิจกรรมสหกรณ์ร้านค้ารวมถึงด้านการปรับปรุงพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการและกิจกรรมจัดแสดงสื่อการเรียนการสอนของนักเรียน อาทิ การทำไข่เค็มจากดินสอพอง การนำผลิตผลจากการเพาะปลูกพืชผักมาแปรรูปเป็นอาหาร ได้แก่ สลัดผักไฮโดรโปนิกส์ และส้มตำเห็ดทอด โรงเรียนแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2479 เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ปัจจุบันมีนักเรียน 1,057 คน ครู 49 คน
เวลา 13.12 น.เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนวัดชินวราราม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 9 โรงเรียนที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือเมื่อครั้งประสบอุทกภัยในปี 2554 ตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์ของวัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง ตั้งขึ้นเมื่อปี 2468 ปัจจุบันเปิดสอนชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 514 คน ครูและบุคลากร 21 คน นักเรียนส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ผู้ปกครองมารับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียน ในการนี้ มีพระราชดำริให้สร้างอาคารโรงอาหารหลังใหม่ทดแทนหลังเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากประสบอุทกภัยในปี 2554 โดยปรับให้พื้นอาคารสูงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จากนั้น ทรงเยี่ยมกิจกรรมของโรงเรียน อาทิ การส่งเสริมพื้นฐานอาชีพให้แก่นักเรียนโดยวิทยากรในท้องถิ่น เช่น การทำบัวลอยเบญรงค์ และโอ่งผ้าไหม-ไทย รวมทั้ง ทอดพระเนตรศูนย์การเรียนรู้เฉพาะความพิการ ศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก และห้องเรียนคู่ขนานสำหรับเด็กพิเศษ ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 เพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะชีวิตสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นประเภทอื่นๆ ผ่านการเรียนทักษะด้านต่างๆ อาทิ ภาษาและการสื่อสาร, การดำเนินชีวิตประจำวัน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน"
วันพุธที่ ๑ มกราคม. ๒๕๕๗. สาย ๆ ไปเดินเล่นตลาดน้ำคลองมะยม เขตตลิ่งชัน. คนค่อนข้างแน่น สินค้าที่ตั้งใจไปซื้อไม่มาขาย คือ เห็ดคั่วกลิ้ง จึงมาเดินดูของที่ห้างเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า ซื้อหนังสือเพื่อนเดินทาง ฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ มาเล่มหนึ่ง เพื่ออ่านระลึกความหลังจากเนื้อหาที่นำเสนอในฉบับนี้ เป็นการนำเที่ยวบัลแกเรีย ไต้หวัน ฮอกไกโด นอกนั้นยังมีเนื้อหาที่อยากไปเที่ยวแต่ยังไม่มีโอกาส คือ ศรีลังกา เสียมเรียบ และจางเจียเจี้ย การได้ไปสัมผัสกับของจริงมาแล้ว เมื่อมาอ่านข้อเขียนอีกครั้งทำให้ความทรงจำกลับมาแบบพรั่งพรู เป็นความสุขที่เป็นสัญลักษณ์ของคนสูงวัย. และมีบางเรื่องที่เรามองแบบผ่านไปไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร การได้อ่านข้อเขียนของผู้รู้ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างบัลแกเรีย เราออกเสียงบัลฝรั่งงง เขาจะออกเสียงว่าบุลแกเรีย เคยเดินทางไปประเทศนี้ผ่านเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี นั่งรถผ่านไร่ทานตะวันและป่าเขาถึง ๗ ชั่วโมง เมืองท่องเที่ยวริมทะเลดำ burgas ช่างเงียบ สงบ และสะอาด คนจิตใจใสซื่อมากๆ มีความปลอดภัยในการเดินทาง มีน้ำใจและไม่ขี้โกงเลย อาหารการกินก็ไม่แพง ไต้หวันประดุจสิงคโปร์แต่มีธรรมชาติ สะอาดร่มเย็น ตลาดกลางคืนเหมือนหัวหิน หัวเมืองชายทะเลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา ทั้งสดและแห้ง ส่วนฮอกไกโด หน้าหนาวเต็มไปด้วยหิมะเหมือนขั้วโลก ยาวร้อนดอกไม้สวยงามคนละบรรยากาศ. ที่ไม่เคยไปแต่อยากไปคือศรีลังกา ด้วยเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเหมือนเรา ที่เที่ยวที่กินมีมาก แต่หาคนไปเที่ยวยากเพราะชื่อเสียงไม่ดัง
วันพฤหัสบดีที่ ๒. มกราคม. ๒๕๕๗. วันทำการวันแรกของปี ๒๕๕๗ ถึงสำนักงานมีผู้บริหารและครูมาสวัสดีปีใหม่ ๕- ๖ โรงเรียน จากนั้นชวนท่านรองฯและคณะ ไปสวัสดีปีใหม่ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนเดินทางไปอวยพรวันเกิดให้นายชาญ. พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่บ้านป่างิ้ว เที่ยงแวะทานข้าวที่ร้านเป็ดพะโล้คลองน้ำอ้อม. บ่ายไปแวะดูสถานที่โรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาส เพื่อจัดงานวันครูปีนี้ จากที่เคยจัดที่โรงแรมมาหลายปี ปีนี้โรงแรมเต็มหมด ประกอบกับ อบจ.ปทุมธานีจะจัดโต๊ะจีนให้ จะไปจัดที่โรงแรม ไหนเขาก็บังคับให้สั่งอาหารจากเขา ดูทุลักทุเล หลังดูสถานที่ใต้หลังคาโค้งคำนวณแล้วเพียงพอกับจำนวนครูของเรา รายละเอียดจะนัดประธานเครือข่ายคุยกันในวันจันทร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๗ กลับสำนักงานทำงานแฟ้มสลับการรับแขกจนเย็น
วันศุกร์ที่ ๓. มกราคม. ๒๕๕๗. เช้านี้ผู้บริหารและครูมาสวัสดีปีใหม่กันหลายคณะ พวกเราจัดห้องสโมสรเป็นที่จัดกิจกรรมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะเนื่องในโอกาสปีใหม่ ๒๕๕๗ มีการจับของขวัญ อาหารการกินแต่ละกลุ่มจัดกันมา. ผมให้ทีมงานสั่งหมูย่างเมืองตรัง โกแก่ ทางเครื่องบินมาเลี้ยงกันหนึ่งตัว เป็นการเฉลิมฉลองศกใหม่ มีพวกพ้องน้องพี่ที่เกษียณไปแล้วกลับมาเยี่ยมพวกเรา ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง. คงไม่มีพรใดจะประเสริฐไปกว่าพรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้เหล่าพสกนิกรชาวไทยเมื่อคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ความว่า "ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จ สมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนาความปรารถนาของทุกๆ คน คงไม่แตกต่างกันนัก คือต้องการให้ตนเองมีความสุข ความเจริญและให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น ในปีใหม่นี้จึงขอให้ท่านทั้งหลายรักษาสุขภาพกายสุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อให้สามารถปฏิบัติภาระหน้าที่ได้เต็มกำลัง ข้อสำคัญ จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ งานของตนและงานของชาติ จักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง เที่ยงตรง ไม่ติดขัด และบรรลุถึงประโยชน์ เป็นความสุขความเจริญและความสงบร่มเย็น ดังที่ทุกคนตั้งใจปรารถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน"
นายกำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑







สวัสดีปีใหม่ครับท่าน ผอ
ขอบคุณครับ
เรื่อง...มีเพียงฉันที่ไม่ได้กินฟรี
(ภรรยาคุณเลี่ยว ผู้แต่งบรรยายถึงสภาพสังคมจีนยุคใหม่ได้อย่างสุดยอดจริงๆ)
(เรื่องสั้นนี้ได้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่นมากมาย ประจำปี 2006)
วันนี้เพื่อนสมัยเรียนมัธยม นัดสังสรรค์กันที่ภัตตาคารหรูชั้นหนึ่ง ฉันรายได้ไม่มากนัก ตั้งใจจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยง แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนๆได้ ก็เลยต้องไป ส่วนสามียุ่งอยู่กับการสอนลูกชายที่กำลังเตรียมตัวจะขึ้นชั้นมัธยม เพื่ออยากให้ได้เรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง พักนี้สามีต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่ เมื่อไปถึง เพื่อนๆก็เข้ามาทักทายเสียงดัง แย่งกันยื่นนามบัตรให้ฉัน แต่ละคนต่างก็มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้จัดการ ผู้บริหารต่างๆ แม้แต่อาฮุยซึ่งเคยเรียนสอบได้ที่โหล่ ก็ยังได้เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ มองดูอาหารที่เอามาเสริฟ ฉันหูตาลายไปหมด ไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารพวกนี้เลย คำนวณในใจค่าอาหารโต๊ะนี้เท่ากับรายได้ของฉันถึง 3 เดือนทีเดียว อาฮุยตำรวจทำตัวเหมือนเจ้าภาพ ชวนเพื่อนๆให้กินไม่หยุด และรินเหล้าแจกทุกคน คีบอาหารให้คนโน้นคนนี้ ปากก็พูดไม่หยุดว่า "มื้อนี้ผมจัดการเอง ไม่ต้องห่วง" ทุกคนทั้งกินทั้งดื่มอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันกลับ ไม่มีใครแสดงความใจกว้างที่จะเป็นผู้จ่ายค่าอาหาร ในที่สุดอาฮุยก็ควักโทรศัพท์ออกมาแล้วพูดว่า "คืนนี้จับกุมอะไรได้ไหม....เออ ดี ส่งมาพบผมที่ภัตตาคารสักคน ให้มาช่วยจ่ายค่าอาหารหน่อย" พูดจบก็แสดงท่าภาคภูมิใจ เพื่อนๆก็เฮด้วยความสนุกสนาน ต่อมาไม่ถึง 15 นาที ก็มีชายวัยกลางคนเข้ามา พอเห็นยอดเงินก็ตกใจเพราะมีไม่พอจ่าย เขาควักโทรศัพท์ออกมาพูดว่า "คุณ...หรือครับ ผมครูใหญ่นะครับ เรื่องลูกชายของคุณที่ฝากมาเข้าโรงเรียน เป็นอันว่าผมตกลงรับไว้นะครับ แต่พอดีวันนี้ผมเชิญเพื่อนๆมาเลี้ยงอาหาร อยากขอให้คุณมาช่วยจ่ายค่าอาหารหน่อย ผมอยู่ที่ภัตตาคาร..." ประมาณ 20 นาที ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา ทันทีที่เห็นสามีที่ใส่แว่นสายตาหนาเตอะของฉัน คือผู้เดินเข้ามา ฉันเป็นลมล้มฟุบลงทันที
สักวัน ผลเสียของการคอรัปชั่นมันคงวนเข้ามาหาเราแบบนี้