ตามรอยพระศาสดาในแดนพุทธภูมิ ตอนที่ 6 - (พุทธคยา ราชคฤห์)

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556

วันที่ 6 ของการจาริกแสวงบุญ หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ Royal Residency Hotel เรานั่งรถมุ่งสู่นครราชคฤห์ แคว้นมคธ (Magadha) ปัจจุบันคือแคว้นพิหาร (Bihar) ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลา ประมาณ 2-3 ชั่วโมง กิจกรรมที่ทำในวันนั้นประกอบด้วย

1.  ทอดผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัดนวมินทร์ธัมมิราช ซึ่งกำลังก่อสร้างวัด และพระพุทธรูป ประมาณการที่จะแล้วเสร็จปี 2558 ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี

2.  ทอดผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัดไทยสิริราชคฤห์

3. ชมรอยเกวียนโบราณอายุนับพันปี เนื่องจากกรุงราชคฤห์ในครั้งพุทธกาล คือศูนย์กลางของความเจริญ ทั้งด้าน ศาสนา การค้า ศิลปะ วัฒนธรรม ร่องรอยของอารยธรรมเมื่อครั้งนั้นยังคงมีหลักฐานปรากฏอยู่ กษัตริย์ผู้ครองนครคือพระเจ้าพิมพิสาร กรุงราชคฤห์ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เบ็ญจคีรีนคร คือเป็นนครที่โอบล้อมด้วยขุนเขา 5 ลูก มีทางเข้าออกเมืองเพียง 2 ทาง ดังนั้น กองคาราวานเกวียน ที่ขนสินค้ามาขาย จึงเข้าออกเพียง2 ทาง และในแต่ละวันมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 เล่ม และมีมากถึงหลายพันเล่มเกวียนในบางวัน เกวียนทุกเล่มที่ขนสินค้าจากราชคฤห์ไปขายต่างเมือง ขากลับก็จะบรรทุกสินค้าจากเมืองอื่นเข้ามาขายในนครราชคฤห์ด้วย เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ ร้อยปี จึงเกิดร่องรอยอมตะของทางเกวียนบนหินแดงที่แข็งแกร่ง เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์มาก บางพื้นที่ก็มองเห็นร่องเกวียนมีหลายคู่

4.  ทอดผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัดไทยนาลันทา กลับไปโรงแรม Hokke Rajgir Hotel เพื่อรับประทานอาหารกลางวันและเก็บกระเป๋าเดินทาง

5.   เดินทางโดยรถบัสไปมหาวิทยาลัยนาลันทา แล้วเดินทางต่อด้วยรถม้าไปนมัสการพระพุทธรูปองค์ดำ ซึ่งอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และอยู่ในสภาพที่เกือบจะสมบูรณ์มากที่สุด เชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์ดำมีความศักดิ์สิทธิ์มาก รอดพ้นจากการทำลายล้างของกองทัพมุสลิมเติรกส์ที่มารุกรานและเผาไหม้มหาวิทยาลัยนาลันทาอย่างวอดวายได้อย่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปองค์ดำท่านมีอานุภาพด้านการรักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ชาวฮินดูอินเดียมักเอาน้ำมันมาทาพระพุทธรูปแล้วลูบน้ำมันไปทาตัวผู้ป่วย ผู้ป่วยจะหายจากการเจ็บป่วยได้ ในแต่ละวันจึงมีคนมาอธิษฐานขอพรจำนวนมาก

6.  ชมมหาวิทยาลัยนาลันทาเก่า (Old Nalanda University) เป็น มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก มีพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยโบราณและมีชื่อเสียงโด่งดังมาก จึงเป็นแหล่งสำคัญในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุด  สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 มีนักศึกษากว่า 10,000 คน มีคณาจารย์ประมาณ 1,500 คน นักศึกษาทุกคนเรียนฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

มหาวิทยาลัยนาลันทา ได้ล่มสลายลงในปี ค.ศ.1199 โดยกองทัพมุสลิมเติร์กส์ได้ยกมารุกราน และรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยถูกสังหาร และถูกโอบล้อมเผาทั้งเป็นเกือบหมดสิ้น มหาวิทยาลัยนาลันทาจึงพินาศย่อยยับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในปี ค.ศ.1860 รัฐบาลอังกฤษโดยนายพล อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้มาสำรวจและค้นพบซากของมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงกองดินสูง ๆอยู่ในป่าเท่านั้น ปัจจุบันด้านหน้าของมหาวิทยาลัยนาลันทามีพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่เก็บรวมรวมโบราณวัตถุที่ขุดพบในมหาวิทยาลัยนาลันทา

วันนี้คณะผู้แสวงบุญได้ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัด ถึง 3 วัด ได้นมัสการพระพุทธรูปองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้ชมสถานที่โบราณทางประวัติศาสตร์ จึงมีความสุขใจเป็นอย่างมาก ขออนุโมทนาบุญร่วมกับทุกท่านค่ะ

 ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ