ตามรอยพระศาสดาในแดนพุทธภูมิ ตอนที่ 5 - (พุทธคยามหามณฑล)

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556

วันที่ 5 ของการจาริกแสวงบุญ (วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556) เราใช้เวลาเต็มวันตั้งแต่เช้าถึงเย็นที่พุทธคยามหามณฑลค่ะ พุทธคยาตั้งอยู่ที่จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย (ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในสมัยพุทธกาล)เป็นพุทธสังเวชนียสถานหนึ่งในสี่ที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา พุทธคยาได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี 2545

คณะเราตื่นแต่เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรมและขึ้นรถไปวัดพุทธคยา (Bodhgaya Temple) หรือ มหาโพธิเจดีย์ ไปถึงวัด 7.00 น. เช้านั้นบรรยากาศโล่ง โปร่ง สบาย คนยังน้อยอยู่ ต่างจากเมื่อคืนนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อวานนี้เรามาถึงช่วงเย็นมากแล้ว วัดปิดเวลา 21.00 น. และคณะเรามีกำหนดที่จะไปทอดผ้าป่าที่วัดไทยพุทธคยาซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันประมาณ 8.00 น. จึงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะสวดมนต์ ทำสมาธิ อย่างที่ตั้งใจไว้ อีกทั้งคืนนั้นมีพุทธศาสนิกชนมากมายจนแน่นขนัด จึงทำได้ไม่เต็มที่นัก 

วันนี้เราจึงมาแต่เช้า เพื่อจะได้มีเวลาได้ชมและปฏิบัติอย่างเต็มที่ ณ หน้าพระแท่นวัชรอาสน์ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และหน้าองค์พระพุทธเมตตา เราได้ถวายผ้าห่มต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทำประทักษิณรอบองค์พระพุทธคยามหาเจดีย์ กราบนมัสการและชมสัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นที่ประทับ 7 แห่ง ๆละ 7 วัน เป็นเวลา 49 วัน เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากการตรัสรู้ ได้ไปชมบ้านนางสุชาดา แม่น้ำเนรัญชรา และไปชมวัดพุทธของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังปิดซ่อมเนื่องจากได้รับความเสียหายจากระเบิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก็พอเพียงที่จะได้ชมและนมัสการพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่และงดงามนั่งเด่นเป็นสง่ากลางแจ้งด้านหน้าของวัด

เรากลับไปเพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมแล้วจึงเดินทางไปขึ้นเขาดงคศิริ เพื่อนมัสการพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา (กิริยาที่ทำได้โดยยาก ได้แก่การบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุธรรมวิเศษ ด้วยวิธีการทรมานตนด้วยวิธีต่างๆ เป็นวิธีของโยคี)ซึ่งประดิษฐานอยู่ในถ้ำดงคสิริซึ่งเป็นถ้ำหินแข็ง มีขนาดประมาณ 9 ตารางเมตร เราเดินขึ้นเขา ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร จนถึงยอดเขา ผู้สูงอายุบางท่านเลือกที่จะนั่งเสลี่ยงเล็ก ๆ ที่มีคนยก 2 คน ระหว่างทางขึ้นเขามีคนขอทานนั่งเรียงรายตลอดทางขึ้นเขา และมีเด็ก ๆ ขอเงินระหว่างทางอย่างไม่ลดละ พยายามจะช่วยดันหลังบ้าง ชวนคุยเพื่อขอเงินตามวิธีของเขาบ้าง แม้จะสงสารเพียงใด พวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้ให้เขา เพราะเราอาจถูกรุม ยื้อแย่ง และสร้างปัญหาให้กับเราได้ เมื่อขึ้นไปเกือบถึงยอดเขา มีที่นั่งพักที่วัดทิเบตสร้างไว้ มีร้านขายน้ำชาเล็ก ๆ ไว้บริการ คงเป็นที่สำหรับรอเพราะหน้าถ้ำนั่งได้ไม่มากนัก พอขึ้นบันไดไปอีกไม่กี่ขั้นก็ถึงหน้าถ้ำ เมื่อพร้อมแล้วท่านเจ้าคุณพระราชวิสุทธิโมลีก็นำสวดมนต์ ภาวนา นั่งสมาธิที่หน้าถ้ำ เสร็จแล้วจึงทยอยเข้าไปนมัสการองค์พระพุทธรูปภายในถ้ำทีละคนสองคน วันนั้นเราค่อนข้างโชคดีที่ไม่ต้องคอยคิวกลุ่มอื่น บางครั้งมีคนมาที่นี่มาก และเข้าคิวเป็นแถวยาวเป็นกิโลเมตร  เรากลับลงมาถึงข้างล่างประมาณ 17.00 น. ได้เวลาพระอาทิตย์อัสดงพอดี ทิวทัศน์ข้างทางงดงาม มองเห็นต้นตาลเป็นทิว

สถานทีสำคัญที่ชาวพุทธนิยมมุ่งมาสักการะที่ตำบลพุทธคยา จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย (ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในสมัยพุทธกาล) มีดังนี้

    1พระมหาโพธิเจดีย์ อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยม สูง 170 ฟุต วัดโดยรอบฐานได้ 121.29 เมตร

    2.  พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบศิลปะปาละที่สวยงามมาก มีพระพักตร์อันเปี่ยมไปด้วยความเมตตา  ประดิษฐานอยู่ในพระมหาโพธิเจดีย์ มีตำนานปาฏิหารย์การรอดพ้นจากการถูกทำลายในสมัยพระเจ้าศศางกา กษัตริย์ฮินดู พระพุทธรูปองค์นี้ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก                                          

    3.  พระแท่นวัชรอาสน์ แปลว่าพระแท่นมหาบุรุษใจเพชร สร้างด้วยวัสดุหินทรายเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม กว้าง 4.10 นิ้ว 7.6 นิ้ว หนา 5 นิ้วครึ่ง ประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นพระแท่นจำลองขึ้นทับพระแท่นเดิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ณ จุดนี้      

    4.  ถ้ำดงคสิริ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยาของเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนที่จะทรงตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ                                                                                                                  

     5.  บ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสในถาดทองคำแด่เจ้าชายสิทธัตถะก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงวันเดียว และแม่น้ำเนรัญชรา แม่น้ำที่พระองค์อธิษฐานและลอยถาดทองคำ                                                                                                                                                                                             

     6.  สัตตสถาน คือสถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธองค์ประทับหลังจากการตรัสรู้ แห่งละ 7 วัน ดังนี้

           สัปดาห์ที่ 1 ประทับภายใต้ร่มไม้พระศรีมหาโพธิ์ เสวยวิมุตติสุข

           สัปดาห์ที่ 2 ประทับที่ อนิมิสเจดีย์ และเพ่งมองมาทางพระแท่นวัชรอาสน์ กับต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยมิได้กะพริบตา 

           สัปดาห์ที่ 3 ประทับที่ รัตนจงกรมเจดีย์ โดยนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเดินจงกรม

           สัปดาห์ที่ 4 ประทับที่ รัตนฆรเจดีย์ซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้ว และ      พิจารณาพระอภิธรรม

           สัปดาห์ที่ 5 ประทับใต้ต้น อชปาลนิโครธ (ต้นไทร) ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ

           สัปดาห์ที่ 6 ประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก) ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

           สัปดาห์ที่ 7 ประทับใต้ต้น ราชายตนะ (ต้นเกด) ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข

      7.  วัดพุทธนานาชาติ บริเวณพุทธคยามหามณฑลนี้ เปรียบเสมือนมหาสังฆาราม มีวัดพุทธมากมายทั้งสายมหายานและเถรวาท สายเถรวาท มี วัดไทย พม่า ศรีลังกา วัดสงฆ์อินเดีย วัดโพธิ์คำอัสสัม วัดสงฆ์บังคลาเทศ สายมหายานมี วัดจีน ธิเบต ญี่ปุ่น เวียตนาม เกาหลี ภูฏาน สิกขิม ทุกวัดสร้างด้วยศิลปกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตน สวยงามไปคนละแบบ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบันทึก ตามรอยพระศาสดาในแดนพุทธภูมิ นะคะ