แม่บอกว่าแม้เฮาบ่าได้มีเงินแสนเงินล้าน แต่ข้าเจ้าก็มีลูก

ใกล้ถึงปีใหม่

       สวัสดีครับพี่ๆ G2K ทุกคนในปีใหม่ใกล้มาถึงแล้วครับ ...หลายคนกลับบ้านไปหาที่บ้านและมีความสุขกัน ตอนนี้ คน กทม. จะบอกว่าวันนี้ตั้งแต่เช้าวันเสาร์มานี้ กทม. ช่างเป็นเมืองแห่งความสุขจริงๆ นั่นก็เพราะเงียบจริงๆครับ ทั้งรถราที่แสนจะเงียบสงบ นึกไปนึกมาก็คงต้องบอกว่า คน กทม. นั้นเท่ากับส่วนหนึ่งเท่านั้นของคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ใน กทม. เมืองนี้ครับ ผมเองก็จะออกเดินทางไปบ้านเกิดเมืองนอน เมืองลำปาง พรุ่งนี้เช่นกันแม่เล่าให้ฟังว่าบ้านเราหนาวแล้ว  บทสนทนาระหว่างแม่ลูกก็เกิดขึ้น

(แม่ผมครับ)

 

แม่ : บ่าน้องลูกจะกลับเมื่อใดลูก

ลูกหมูตัวอ้วน : กลับวันพู๊กครับแม่ ..แม่จะเอาอะหยังก็ครับ

แม่ : แม่ใค่อยากหื้อกลับบ้ายเฮาโวยๆ บ่าเอาหยังลูกปอละ

ลูกหมูตัวอ้วน : ครับแม่ น้องซื้อผ้าไหมตี้แม่คะได้ กลับบ้านเฮาโตย เน้อ สีชมออน ..เอาไปตัดเสื้อหื้อแม่ .

แม่ : แม่จะไปกาดเมื่อเจ้า ซื้อแกงกระด้างป้าคำ มาฮื้อตั๋วก่อนมันหมดโวย และแม่จะต๋ำบ่าถั่วบ่าเขือหือเน้อลูก

ลูกหมูตัวอ้วน : น้องฮักแม่ครับ

แม่ : แม่ก็ฮักบ่าหล้าเน้อลูกกลับบ้านเฮา

 

     ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคสั้นที่คุยกันกับแม่ 2 คน ครอบครัวเรามีกันแค่ 2 คน กับอีก 1 ตัว (เจ้าหญิงปังปอนด์หมาน้อยแต่กินจุเป็นพันธุ์ชิสุ แต่อ้วนเหมือนถังแก๊ชขนาดย่อม นิสัยขี้งอนและเอาแต่ใจที่เดียว) เพราะพ่อผมเสียไปตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ก็ทำอาชีพที่ไม่มีวันหยุดเลยนั่นคือ อาชีพทำความสะอาด หลากหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา 2 คนแม่ลูกทำให้เรายังมีกันและกันตามประสานแม่กับลูกอย่างเหนียวแน่น มาถึงปัจจุบัน " แม่บอกว่าแม้เฮาบ่าได้มีเงินแสนเงินล้าน แต่ข้าเจ้าก็มีลูก" หลายครั้งการทำงานการก้าวเดินชีวิตแม่ผมคอยปรึกษาและพูดคุยด้วยกันตลอด ...บนเส้นทางการเดินของชีวิตการระหว่างทางอาจเหนื่อยล้า แต่บางครั้งพลังจากคนที่สำคัญที่สุดก็คือครอบครัวเรานั่นเอง ..ผมชอบหนังสือ..ที่ผมอ่านและพาลพบและหน้านี้ครับ

     หลายครั้งเราลืมไปเลยจริงๆว่าเวลาที่เรามีความสุขที่สุดนั้นควรคิดถึงใคร ...ปัจจุบันแม่ผมได้พักแล้ว..ก็ผลัดกันตามประสาการดูแลแม่ลูกนะครับ ช่วง 2 ปีมานี้แม่อยากทำงานเลยขายของกิ๋นเมืองนะครับ วันหนึ่งทำ 3-4 อย่างตามประสาแรงแม่จะไหวลองดูภาพตัวอย่างนะครับ

    

     แบบอย่างการสู้ชีวิตของเราคงเป็นยายผม แม้ท่านจะจากเราไปนานมากแต่คำสอนของยายกับเรายังคงอยู่เสมอ..ยายหาบน้ำมาขายตั้งแต่น้ำหาบละสลึงเพื่อขายให้คนในหมู่บ้านที่ค่อนข้างมีฐานะในเมือง (คนเหนือเรียกว่า เวียง) ยายทนและเลี้ยงลูกมาถึง 12 คน และหลานที่ยายเลี้ยงมากที่สุดก็คือผมนั่นเอง ยายเล่าให้ฟัง มีหลายอย่างที่เรียนรู้จากยาย ทั้งในเรื่องนิทานตัดไม้ยายเล่าให้ฟังว่า "สมัยก่อนไขจะตัดเก๊าไม้นี้มันจะไฮ้ ถามว่าตัดข้าหยัง ข้าเจ็บ จะตัดมันต้องบอกมันว่าเอาไปยะหยัง ข้าจะเอาไปแป๋งเฮือน บอกมันดีมันจะยอมฮื้อตัด"  ถ้ามาคิดอีกทีอย่าตัดไม้ทำลายต้นไม่พร่ำเพรื่อ คนโบราณช่างมีวิธีการคิดวิธีการสอยที่แยบคายเสียยิ่งกระไร

 

(ยายผมเองครับ)

 

     ดังนั้นสำหรับผมแม้ต้องเดินทางขึ้นเหนือคนเยอะรถติดอะไรก็ตาม ผมมีเป้าหมายครับ เพราะบ้านและความสุขของผมรอเราอยู่....ขอให้พี่มีความสุขทุกคนครับ

...............................