มีนักแสดงไม่กี่คนในโลกนี้ที่ประเทศไทยจะตั้งชื่อภาพยนตร์ที่เขาแสดงเป็นคำเดียวแทบทุกเรื่องติดต่อมายาวนานนับสิบปี ได้แก่ อาร์โนล์ ชวาสเน็กเกอร์ “คนเหล็ก”, บรูส วิลลิส “คนอึด” , และ เฉินเหลง “ฟัด” ซึ่งแน่นอนว่าเขาเหล่านั้นคือตำนาน

                ผมดูฟัดของเฉินหลงมานานเท่ากับชีวิตของผม ดูหนังของเขาแทบทุกเรื่อง แต่ละเรื่องในยุคแรก ๆ นั้น เขาเล่นจริง เจ็บจริง แต่ละฉากลงทุนมหาศาล มีฉากตื่นเต้นมากมาย เช่นฉากรถวิ่งลงลุยร้านรวงมาจากยอดเขา ฉากรถเมล์วิ่งลุยเข้าเมือง ฉากระเบิดมากมาย ยิ่งบทต่อสู้ด้วยแล้วนับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง คือไม่เน้นการต่อยหนัก แต่จะเน้นต่อยแล้วต้องสะบัดมือ  เขาสิ่งของรอบกายใช้ต่อสู้ แจกันที่ระวังแตกแต่ก็ต้องแตก ฉากหลบหลีกคู่ต่อสู้แบบพิศดาล และสอดแทรกมุกตลกเสมอ กอปรกับการพากย์เสียงของทีมพันมิตรด้วยแล้ว ยิ่งลงตัวอย่างสุด ๆ และไม่ลืมทิ้งท้ายฉากหลุด ๆ ไว้ท้ายเรื่องให้คนต้องนั่งดูเมื่อหนังจบ ทั้งมวลคือเอกลักษณ์ของเฉินหลงที่คนทั้งโลกรับรู้และชื่นชม

                ปีนี้ 2013 เขาก็ได้ปล่อยภาพยนตร์ตำนานตำรวจฟัดออกมาอีกหนึ่งภาคในชื่อ Police Story 2013 (วิ่งสู้ฟัด 2013) เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในผับแห่งหนึ่ง (เฉินหลง) เดินทางไปหาลูกสาวตามที่นัด แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อลูกค้าทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นต่างถูกจับให้เป็นตัวประกัน รวมถึง เหมียวเมี้ยว (เทียน จิง) ลูกสาวของเขาเอง จรงเหวิน ต้องหยุดเหตุการณ์ครั้งนี้เอาไว้ให้ได้ เพื่อชีวิตของตัวประกันและลูกสาว ซึ่งสถานการณ์บีบคั้นอย่างยิ่ง

                หากใครชอบหนัง Action แบบบู้ระห่ำตามแบบฉบับของเฉินหลงแล้ว ขอบอกเลยว่าอาจผิดหวังเล็กน้อย เพราะหนังไม่ได้เน้นแอ๊คชั้น หนังมีความเครียดและออกจะเป็น Drama เสียด้วยซ้ำ เน้นที่การดำเนินเรื่อง การแก้สถานการณ์ ซึงจะประติดประต่อจากการเล่าเรื่องของตัวประกับ หนังไม่ได้ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง แต่เป็นการดำเนินแบบย้อนกลับไปกลับมา Flashback จนอาจเบื่อบ้างเล็กน้อย แต่สำหรับผมนับว่าใช้ได้ความระห่ำมีน้อยเกินไป เน้นการแก้ไขแบบสุขุมตามอายุของเฉินหลงที่เพิ่มมากขึ้น

                สรุปหากเน้นเอาบทก็นับว่าสนุก แต่อาจผิดหวังจากฉาก Action ครับฃ

                ดูที่ SF เซ็นทรัลรามอินทรา บัตร 160 บาท

                28 ธันวาคม 2556

                วาทิน ศานติ์ สันติ