เนื่องจากบันทึกนี้ ผู้เขียนเพิ่งกลับมาจากการจัดกิจกรรมกระดูกพรุน ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในบันทึกนี้ มาที่โรงเรียนรีบไปดูผักที่ปลูกไว้ ผักโตเร็วมาก เรียกว่าเป็นพลังของชีวิตที่เจริญเติบโตได้ไว ก่อนหน้านั้นผู้เขียนพบว่าหน้าอาคารเรียนมีพื้นที่เล็กๆแบบในภาพ เป็นร่องระหว่างปูนกับอาคาร

 

 

ผู้เขียนลองดายหญ้าและทดสอบดิน ปรากฏว่าดินดีเลยชวนนักเรียนปลูกผักหน้าอาคารเรียนเสียเลย ผักที่ปลูกเป็นต้น กวางตุ้งเนื่องจากถามนักเรียนและแม่ครัวพบว่านักเรียนชอบกินผักชนิดนี้ นอกจากนั้นยังมีผักสวนครัวเช่นกระเพรา ตะไคร้ โหระพา ใบเตย ตะไคร้หอม พยายามปลูกปนๆกันให้แมลงงง

 

 

ในแปลงผักที่นักเรียนปลูกตอนกิจกรรม ปลูกผักวันพ่อเก็บปีใหม่ ก็เริ่มโตมากแล้ว มีคะน้า กวางตุ้งและผักบุ้งที่ผู้เขียนปลูกเพิ่ม คะน้าและกวางตุ้งเป็นผักที่มีแคลเซียมค่อนข้างมากในผักคะน้ามีแคลเซียมถึง 246 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม ผักชนิดนี้ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ (จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข)

 

ผู้เขียนกลับมาที่โรงเรียนบ้านเขานางสางหัวตอนเย็น ลุงบุญรอดเอาอาหารพื้นบ้านมาให้เป็นผัดใบกระเพรากุ้ง เพิ่งเคยกินเป้นครั้งแรกแปลกดี รสชาติอร่อยมาก

 

ผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นกุ้งฝอยที่ลุงบุญรอด อบต.ของตำบลนี้ไปหามาจากคลองๆแถวโรงเรียน ผู้เขียนเลยเอาผักมาแกล้ม มียอดอัญชัน มะเขือพวงยอดมะยม ยอดแคซึ่งถ้าดูจากตารางแคลเซียมข้างบนพบว่า ยอดแคมีแคลเซียม 395 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม ประเทศไทยเราโชคดีที่มีผักหลายชนิดใช้ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

 

 

 

เมื่อตอนที่มีพระพม่ามา ผู้เขียนไปเอาต้นบุษบาริมทางหรือต้นอ่อมแซบซึ่งเป็นยาสมุนไพรแก้โรคหืดและโรคนิ่ว เอามาใส่แก้วกาแฟที่เขาทิ้งแล้ว มาเป็นไม้ประดับรูปทรงเขาสวยมากเหมือนต้นไม้ของญี่ปุ่นที่ใช้ประดับสถานที่ ที่สำคัญคือได้ผักกินได้เป็นไม้ประดับได้ใช้แก้วกาแฟที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้

 

 

 

 

ดอกเจ้าบุษบาริมทางสวยมาก เลยเอามาฝากสมาชิกด้วย ตั้งใจว่าจะทำไว้มากๆเอาไว้แจกสมาชิกที่เข้าร่วมงานปลูกผักกินได้ในบันทึกนี้ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…

 

 

ปล ตอนนี้คุยกับคุณหมอ Sukajan ว่าจะทำโรงเรียนต้นแบบในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ครับ