ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกันและกัน

 

ตอนต้นเดือนธันวาคมของทุกๆปี ทางวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ ของท่านพระไพศาล วิสาโล มีโครงการใหญ่คือ กองทัพธรรมยาตรา ที่ออกเดินจาริกไปตามหมู่บ้านต่างๆทุกวัน เป็นเวลา 7วัน เคยมีแผนว่าจะเดินทางไปร่วมเมื่อสามปีที่แล้ว ก็มีเหตุบังเอิญไม่ได้เข้าร่วมบุญ หลังจากนั้นก็หาโอกาสยากเหลือเกิน รวมทั้งอีกงานคือโครงการปลูกป่า เคยรับปากว่าจะไปร่วมก็พลาดเช่นกัน รู้สึกติดค้างหนี้บุญกับวัดป่าแห่งนี้แบบไม่วางใจ

 

แต่ปีนี้ ถึงแม้จะยังไม่ได้เข้าร่วมอีกเหมือนเดิม แต่ก็ยังได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาหนังสือด้านอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม และเป็นไปรณีย์นำกองบุญให้โครงการนี้เหมือนกัน สืบเนื่องมาจากน้องหยุมที่รู้จักกันคราวที่น้องมาค่ายหมอเขียวเมื่อ3ปีที่แล้ว ก็สนิทสนมกันมาตลอด ถึงแม้รู้ว่าน้องหยุมเป็นทีมงานให้โครงการธรรมยาตรา

 

 

แต่ไม่เคยรู้ว่าน้องสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งที่มีการพูดคุยกันออกบ่อย จนมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา น้องหยุมมาค่ายหมอเขียวอีกเพราะถูกพี่สาวผลักดันให้มาซ้ำอีกเพราะน้ำหนักเพิ่มและต้องการล้างพิษ

 

 

จากที่เคยมาๆ หายๆ ไปเป็นพักๆ มาคราวนี้ ก็มาแวะเวียนมาฟังเราบรรยายเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ฐานงานขยะอยู่หลายเช้า แต่ก็ไม่เอะใจคิดว่ามาให้กำลังใจ จนมาวันที่น้องหยุมใกล้จะกลับก็มาคุยว่า สนใจเรื่องนี้ และอยากจะนำแนวทางและเทคนิคในการนำเสนอของเรา พร้อมทั้งห้องสมุดเล็กๆ ไปใช้ที่โครงการธรรมยาตรา เพราะมีเยาวชนไปร่วมเยอะ ฟังน้องหยุมยังไม่ทันจบ ก็รีบจัดแบ่งหนังสือที่อยู่ในค่ายให้น้องไปทันที ประมาณ4-5 เล่ม และสัญญาว่าจะจัดหาหนังสือเพิ่มให้ทันในปีนี้ และจะจัดสรรกองบุญให้ด้วย เพราะมีกองเงินบุญจากน้องยุ่งและน้องเอ๋ที่ทำธุรกิจที่ฮ่องกงพยายามขอร้องแกมบังคับให้รับไปทำกิจการบุญอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่เราก็ไม่สามารถใช้ได้หมดสักที และก็หามาเพิ่มให้อีกเรื่อยๆ กังวลว่าจะเป็นอะไรที่สูญเปล่าไม่เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ จึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ลงตัว ธรรมะจัดสรร เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ทุกอย่างได้เตรียมซื้อเตรียมหาเป็นเวลาก่อนสองสามเดือน คือ หนังสือเกือบ 30เล่ม ซีดีภาพยนตร์ 4-5 เรื่อง และและกองบุญกองแรก 1หมื่นบาทถูกส่งไปยังโครงการธรรมยาตรา ครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อย และหวังว่าเมื่อมีเวลาก็จะจัดหาให้อีก ข้อสำคัญไม่ต้องกังวลในการบริหารจัดการกับกองบุญที่จะหลั่งไหลมาจากฮ่องกงเรื่อยๆ นับว่าโครงการของเรามีแววเริ่มขยายสาขาได้ และได้รับการตอบรับเป็นอันดี ยังไม่รวมกับแฟนคลับต่างๆที่นำสาระที่ได้ไปปฏิบัติด้วยตัวเอง จากวลีเด็ดที่หยอดไปทุกๆวันว่า ศูนย์จะมีค่าต่อเมื่ออยู่หลังเลขหนึ่ง หากไม่เริ่มที่เรา ต่อให้มีศูนย์สักกี่สิบกี่ร้อยตัวก็ไม่มีค่า จากศูนย์ตัวที่หนึ่ง ก็จะเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน ถ้าเราเริ่มที่หนึ่ง คือตัวเราก่อน แต่ถ้าดูจากชื่อฐานงานไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย แถมน่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ แต่สามารถดึงชาวค่ายมาได้ไม่น้อยหน้าฐานอื่นๆ บางคนก็แอบหนีจากฐานอื่นมาฟังก็มี

 

แต่ละคนก็ดูกระตือรือร้นด้วยสายตาแวววาวแบบมาค้นหาข้อสงสัย และทวงคำตอบที่เราหยอดคำพูดหลายประโยคในวันแรกในการแนะนำฐานงาน เช่นว่า“ไม่มีขยะบนโลกนี้ มีเพียงทรัพยากรที่วางไว้ผิดที่เท่านั้น” “ทำไมต้องมีฐานงานขยะ ในค่ายสุขภาพแห่งนี้” “ในกระดาษหนึ่งแผ่นมีผืนป่าอยู่ในนั้น ในบ้านหนึ่งหลังอาจมีภูเขาหลายลูกอยู่ในนั้น” “ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเชื่อมโยงกันหมด คน สัตว์ ผืนดิน แม่น้ำ ป่าไม้” และ ”ทำไมการสะสมถึงเป็นบาป”ฯลฯ เริ่มจากการทักทายแอบหยิกแกมหยอกเล็กๆ ทำให้ชาวค่ายบางคนที่เกร็งก็คลายตัวปล่อยยิ้มออกมาได้ จากนั้นชักแม่น้ำทั้งห้า สอดแทรกความรู้อย่างชนิดที่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ตาเริ่มโตขึ้น โตขี้น ด้วยความฉงน และตื่นกลัวอย่างไม่เคยรู้เลยว่ารอบตัวมีแต่พิษภัย เราเข้าใจผิดว่าได้รักษาศีลห้ามาตลอดชีวิต และในขณะที่เราอดไม่ได้ที่เอาหมาข้างถนนทุกตัวที่น่าสงสารมาเลี้ยงดูในบ้าน และหลั่งน้ำตาแทบเป็นสายเลือดกับการตายแมวตัวโปรด แต่กลับบริโภค หมู เป็ด ไก่ เพียงเพราะเราแยกแยะไว้ว่าเป็นอาหาร เราย่ำยีอย่างโหดร้ายกับโลกใบนี้ด้วยการเพลิดเพลินในการไขว้คว้าเสพสุขกับวัตถุอย่างไม่ลืมหูลืมตา ในขณะที่เราต้องใช้งบประมาณมากมายมหาศาลในการรักษาสุขภาพและความเจ็บป่วยอันเนื่องจากการบริโภคที่ล้นเกิน แต่อีกฟากหนึ่งบนโลกเดียวกัน กลับมีแต่ความอดอยาก หิวโหย แม้แต่อาหารขยะหรือมีพิษ ยังไม่สามารถหามาเพื่อประทังชีวิตได้ ฯลฯ แต่ก็ยังอยากรู้อีก และรู้อีก เมื่อเห็นว่ามากไปสมควรแก่ความกลัวก็หักมุมหาทางออกให้ผ่อนคลาย และการจะให้ได้ความร่วมมือ เราต้องให้คนมีความเข้าใจด้วยความรู้ที่ชัดเจน ไม่ใช่ท่องจำแบบนกแก้ว แต่เป็นการสั่งสม การปฏิบัติด้วยตนเองตลอดทั้งชีวิต เช่นการประหยัด การเลี่ยง การลด การรู้จักใช้อย่างประโยชน์สูง ประหยัดสุดและการนำสิ่งของรอบตัวมาใช้ มาดัดแปลง ตกแต่งจนลืมสภาพเดิม รวมทั้งการซ่อมแซมและบำรุงรักษา พร้อมทั้งมีสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ให้ชม ที่ไม่เพียงแต่สวยงามแต่กลับมีประโยชน์กว่า ข้าวของที่เสียเงินที่ซื้อหามาเสียอีก ส่วนเรื่องการรีไซเคิลก็ไม่ได้สนับสนุนได้เต็มปากเพราะเป็นต้นตอของโรงงานเช่นเดียวกับการผลิตวัตถุใหม่ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้กับกองขยะที่จะมีแต่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น จึงช่วยเพียงลดการผลาญพรากทรัพยากรเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็เป็นภาคปฏิบัติที่น่ารังเกียจแบบอยากจะถอยหนี คือการแยกขยะ และล้างถุงพลาสติก แต่ไม่เลย ทุกคนไม่ถอย กลับทำอย่างเต็มใจจนเราอดขำไม่ได้ เพราะผู้ใดไม่แยกขยะ ผู้นั้นทำลายชุมชน ในขั้นตอนนี้ ลืมไม่ได้ที่จะอ้างถึง เรื่องธรรมะ กับ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทั้งรากฐานในการปฏิบัติธรรมที่สามารถพัฒนาได้เร็ว มั่นคง ยั่งยืน แบบไม่หวนคืน ซึ่งจะได้ทั้งอธิศีล อธิจิตและอธิปัญญา ไปพร้อมๆกัน

 

 

คนที่จะปฏิบัติธรรมได้ดี ได้ง่ายและได้เร็ว ต้องเป็นผู้ที่ละเอียด มีจิตปราณีต หากยังยึดติด และรังเกียจในอสุภะ ไหนเลยจะเห็นธรรม งานนี้เลยได้เพิ่มจำนวนแฟนคลับจากกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมได้พอควร เพราะทุกคนอยากบรรลุธรรมโดยเร็วพลัน

 

 

แต่ละวันบรรยากาศก็แตกต่างกันไป ดูจากเสียงหัวเราะมากก็แสดงว่าผ่าน ถ้าวันไหนเสียงหัวเราะน้อย ก็ต้องปรับปรุงหาเทคนิค ถ้าไม่มี แสดงว่าไม่เขาก็เราต้องกลับไปพักแล้ว ระหว่างดำเนินการรื้อ คุ้ย เขี่ย แยก และล้าง ก็มีการเสวนาย่อยและสอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องพิษภัยต่างๆ รอบตัวเราต่อ สลับกับการตอบคำถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน อย่างสนุกสนาน จนคนเดินผ่านไปมาก็แวะดูว่ามีอะไรกันนักกันหนา ได้เวลาสรุปงานก็ทิ้งท้ายแนะนำห้องสมุดเล็กๆ ที่วางไว้ให้มาค้นคว้าได้ หรือหากสนใจงานฝีมือ ก็มีให้เรียนรู้ พร้อมยินดีให้คำแนะนำแก้ไขปรับที่อยู่อาศัย หรือสำนักงาน ให้เหมาะสม สะดวก สบายและประหยัดพลังงานเพื่อสอดรับการการรักษาสิ่งแวดล้อม แบบประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย บางค่ายก็จบเรื่องพิษภัยและสิ่งแวดล้อมในช่วงเช้า แต่บางค่าย คนสนใจมาก ก็อาจต้องมาพูดอีกครั้งในช่วงหัวค่ำตอนแยกกลุ่มชาวค่ายตามโรค ก็มีคนอยากให้พูดต่อ ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้ว่า โรคภัยต่างๆก็เป็นผลพวงมาจากพิษภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสได้เสริมกันอีกรอบอย่างจุใจและชดเชยให้กับผู้ป่วยหนักที่ไม่สามารถลงฐานงานในช่วงเช้าได้ และบางค่ายถ้ามีโอกาส ก็จะมีอาสาสมัครขึ้นแบ่งปันประสบการณ์ในวันสุดท้าย เราก็จะได้รับรู้ผลการสอบว่าผ่านได้ขนาดไหน แต่การผ่านนั้นไม่ได้หมายถึงตัวผู้บรรยาย แต่หมายถึงว่าชาวค่ายได้เรียนรู้ เข้าใจ ตระหนักรู้ และสามารถนำไปปฏิบัติและสานต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี ด้วยความผาสุกทั้งตนเองและสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ได้อย่างไรต่างหาก ซึ่งบ้างก็กลับมารายงานผลในค่ายต่อไป บ้างก็มาเล่าเรื่องสนุกๆ ในครอบครัว กับวีรกรรมสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองไปทำมา ให้ชาวค่ายในรุ่นต่อๆไป ได้ยินได้ฟังด้วย บ้างก็สร้างผลงานจากวัสดุเหลือใช้ก็เอามาอวดอย่างภูมิใจทุกครั้งที่เจอหน้า

 

 

การเข้าค่ายสุขภาพแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงตนเอง แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงสังคม สิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนโลกทั้งใบด้วยมือเราเอง นี้แหละ ที่เรียกว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ได้จริงๆ

___

ขอบใจเพื่อนจริงๆ กับความสุขที่เพื่อนค้นหามัันจนเจอ

33ปีแล้วซินะ ที่เราไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย

ความหลัง ความทรงจำดีดี. ไม่เคยมีคำว่าสาย

 

ข้าพเจ้ามีความสุข เมื่อได้รับรู้...รอยเท้าที่เธอก้าวย่ำไป

 

เพราะรอยเท้าคู่นี้ของเธอ....

มิใช่..รอยเท้าบนผืนทราย

___

ขอชื่นชมเพื่อนจากหัวใจเลยละ..หมวย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แสงแห่งความดี



ความเห็น (6)

ขอบคุณ อาจารย์วัต

แทนเพื่อนผมด้วยนะครับ

ด้วยความระลึกถึง

อาจารย์สบายดีนะครับ

เขียนเมื่อ 

“เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ได้จริงๆ

ขอบคุณบันทึกคำดีๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นเหตุปัจจัยในการก่อเกิด...เชื่อมโยงกันไปตลอดทั้งสาย...ไม่ขาดตอน

คุณแสงสบายดีนะครับ...

เขียนเมื่อ 

.... มีเหตุ..มีที่มา..และเชื่อมโยงกัน นะคะ ..... ขอบคุณค่ะ

กิจกรรมที่ดีมาก ชื่นชมมากค่ะ ขอมอบกำลังใจให้มากๆด้วยนะคะ

เขียนเมื่อ 


มาส่งความระลึกถึงคุณแสงก่อนนอนจ้ะ ระลึกถึงเสมอจ้ะ