บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อพฤติกรรมเด็กและเยาวชน
ฆอสน๊ะห์ หะยีเซ็ง
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตคือเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์กำลังมีบทบาทอย่างกว้างขวางในด้านต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การบริการ สังคมสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงด้านการศึกษาและในขณะที่สังคมโลกกำลังก้าวสู่มิติใหม่ เทคโนโลยีสารสนเทศนับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่นำสมัยมีผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศคือกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ตามความต้องการของประเทศ และเนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งนำมาความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิต การทำงาน การเรียน และเล่นถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติในการเป็นเทคโนโลยีที่สามารถสอดแทรกและเสริมสร้างสมรรถนะในกิจกรรมและการดำเนินการต่างๆด้วยเหตุนี้ สังคมไทยปัจจุบันจึงกลายเป็นสังคมสารสนเทศ(Information Technologt )ไม่ว่าบุคคลใดอยู่ในอาชีพใด วัยใดก็ตามจำเป็นต้องได้รับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพรวมทั้งพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technologt -IT) มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งสำนักงานเลขุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติได้ให้คำจำกัดความของคำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศว่า หมายถึง เทคโนโลยีหลายกลุ่มรวมกัน เพื่อก่อให้เกิดการเชื่อมต่อ โยงจัดหาวิเคราะห์ประมวล ผลการจัดเก็บและการจัดการ การเผยแพร่ ในรูปแบบของสื่อต่างๆทั้งเสียงภาพ และตัวอักษรด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนั้นแล้ว ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศกำลังมีบทบาทต่อการศึกษาด้านภาษา เป็นเพราะว่าแต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์มีบทบาท เฉพาะการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะคอมพิวเตอร์ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นในประเทศที่ใช้ ภาษาอังกฤษ แต่ในขณะนี้สังคมข่าวสารไม่ ได้สกัดกั้นในการรับรู้สารนิเทศในภาษาอื่นๆ มีการสร้างโปรแกรม ภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน รัสเซีย สเปน และแม้แต่ภาษาทางด้านตะวันออก เช่นภาษาอารบิค จีน ฮิบรู ญี่ปุ่น เกาหลี การสร้างโปรแกรมภาษาต่างๆ จัดทำโดยผู้ที่รู้ภาษานั้น ๆ โดยตรง หรือผู้ที่สนใจในการสร้าง โปรแกรมภาษาต่าง ๆ เช่น การสร้างโปรแกรม การใช้ภาษาไทย หรือ ภาษาลาว ตลอดจนการใช้โปรแกรมภาษาพม่า ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย วิศวกรไทย คอมพิวเตอร์จะเป็นตัวกลางในการขจัดปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจภาษาระหว่าง ชนชาติในอนาคต ในประเทสหรัฐอเมริกา คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีบทบาทในด้านการศึกษามีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นในระดับประถมศึกษาแลมัธยมศึกษา มีการคาดหมายว่าจะมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในชั้นเรียน จาก 1:40 ในปี พ.ศ. 2529 เป็น 1 ต่อ 20 ภายในปี พ.ศ. 2533 คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร ทางด้านการศึกษาได้ เป็นอย่างดีไม่เฉพาะแต่ภายในสถานศึกษาเท่านั้น บริษัทเอกชนต่าง ๆ สามารถนำคอมพิวเตอร์ มาใช้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของตน ให้ได้รับการศึกษา หรือฝึกอบรมในงานหน้าที่ได้เป็นอย่าง ดีด้วย การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาจะเป็นเรื่องธรรมดาในระบบการศึกษาต่อไป
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทอย่างสูงทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวย ความสะดวก อย่างยิ่งในด้านการแพทย์ เริ่มตั้งแต่การรักษาพยาบาล ทั่ว ๆไป โรงพยาบาลบางแห่งใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการทำทะเบียนคนไข้ ตลอดจนการวินิจฉัย และรักษาโรคต่าง ๆ เช่นด้านการ รักษาพยาบาลทั่วไป ด้านการบริหารการแพทย์ ด้านห้องทดลอง ด้านตรวจวินิจฉัยโรค และด้านการศึกษา และวิจัยทางการแพทย์ การใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และ สาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบันคือ ด้านวินิจฉัยโรคและด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถค้นคว้าข้อมูลทาง การแพทย์เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา เป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุข อย่างไม่หยุดยั้ง คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อการให้ข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรค สำหรับทำการรักษา ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้น ในวงการแพทย์เริ่มรู้จักใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI Scanner) เมื่อปี พ.ศ. 2515 เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้ถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจดูเนื้อ งอก พยาธิ เลือดออกในสมองและความผิดปกติอื่น ๆ ในสมอง ต่อมาได้พัฒนาให้ถ่ายภาพหน้าตัดได้ทั่วร่างกาย เรียกชื่อว่าซีเอที (CAT-Computerized Axial Tomographic Scanner) มีวิธีการฉายแสงเป็นจังหวะไปรอบ ๆ ร่างกายของมนุษย์ที่ต้องการ ถ่ายเอกซเรย์และเครื่องรับแสงเอ็กซเรย์ที่อยู่ตรงข้ามจะเปลี่ยนแสงเอกซเรย์ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าไปเก็บไว้ในจาน หรือแถบแม่เหล็ก แล้ว นำสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้เข้าไปวิเคราะห์ในเครื่องคอมพิวเ ตอร์ ซึ่งเมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาก็นำไป เก็บในส่วนความจำ และพิมพ์ภาพออกมาหรือแสดงเป็นภาพทางจอโทรทัศน์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จึงเป็นตัวอย่าง ของการใช้คอมพิวเตอร์ในการวินิจฉัยและรักษาโรค
ด้านอุตสาหกรรม
เทคโนโลยี สารสนเทศมีส่วนช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์ เพื่อใช้ในบ้านและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ทั้งนี้หุ่นยนต์จะเป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบการทำงานของอวัยวะ ส่วนบนของมนุษย์ ประกอบด้วยระบบทางกลของหุ่นยนต์ และระบบควบคุมหุ่นยนต์ ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุม ซึ่งควบคุมการทำงานของ หุ่นยนต์โดยอัตโนมัติ นับเป็นส่วนสำคัญที่สุดของหุ่นยนต์ ระบบควบคุมนี้ทำหน้า ที่เป็นสมองเก็บข้อมูลสั่งหุ่นยนต์ ให้ทำงานตรวจสอบและควบคุมรายละเอียดของการทำงาน ให้ถูกต้อง การประดิษฐ์หุ่นยนต์อุตสาหกรรมอำนวยประโยชน์ในการช่วยทำงานใน อุตสาหกรรมที่สำคัญคือ งานที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานยา ฆ่าแมลง โรงงานสารเคมี งานที่ต้องการความละเอียด ถูกต้อง และรวดเร็ว เช่น โรงงาน ทำฟันเฟืองนาฬิกา โรงงานทำเลนส์กล้องถ่ายรูป และงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ซาก ๆ และ น่าเบื่อหน่าย เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานประกอบวงจรเบ็ดเสร็จ หรือไอซี และโรงงานทำแบตเตอรี่ เป็นต้น การประดิษฐ์สิ่งของหรือผลิตภัณฑ์บางอย่าง ในโรงงานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างสูงต่อการ ควบคุม การผลิตสินค้าโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนมาก เป็นการประหยัดแรงงาน นอกจากด้านการผลิตสินค้าแล้วยังมีส่วนช่วยต่อการจัด ส่งสินค้าตามใบสั่งสินค้าการควบคุมวัสดุคงคลังและการคิดราคาต้นทุนสินค้าเป็นต้น
ด้านเกษตรกรรม
การนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม ได้แก่ การจัดทำระบบ ข้อมูลเพื่อการเกษตร ซึ่งอาจมีทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ สำหรับระดับ นานาชาตินั้น อาจจะเริ่มด้วย สำมะโนเกษตรนานาชาติ ซึ่งสถาบันการเกษตรระหว่างประ เทศ (International Institute of Agriculture) ได้เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2473โดยมีประเทศต่าง ๆ ร่วมเก็บข้อมูล รวม 46 ประเทศ ต่อมาองค์การอาหารและเกษตร(FAO) ได้ดำเนินงานต่อในปี พ.ศ. 2493 และมีประเทศต่าง ๆ ร่วมโครงการเพิ่มเติมมากขึ้น ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ข้อมูลเพื่อเกษตรกรรมทางด้านสำมะโนเกษตร นอกจากนี้ยังใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำแบบจำลอง พยากรณ์ความต้องการ พยากรณ์ผลผลิตด้าน การเกษตร เป็นต้น
ด้านการเงินการธนาคาร
การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศด้านการเงินและการธนาคาร ช่วยในงานด้านการบัญชี และด้านการบริหาร การฝากถอนเงิน การรับจ่าย การโอนเงิน แบบอิเล็กทรอนิกส์ การหักบัญชีอัตโนมัติ ด้านสินเชื่อ ด้านแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าว สารการธนาคาร บริการฝากถอนเงินนอกเวลาและบริการอื่น ๆ การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศด้านการเงินการธนาคารที่ประชาชนรู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ บริการฝากถอนเงินนอกเวลา ซึ่งมีใช้กันทั้งในต่างประเทศและในประเทศ ไทย ซึ่งเรียกชื่อว่า บริการเงินด่วน หรือบริการเอทีเอ็ม ( Automatic Teller Machine - ATM ) ที่ธนาคารต่าง ๆ สามารถให้บริการเงินด่วนแก่ลูกค้าได้ ทำให้เกิด ความสะดวกรวดเร็วต่อการใช้เงินในการดำเนินงานทางธุรกิจต่างๆ ได้
ด้านธุรกิจการบิน
ธุรกิจสายการบินมีความจำเป็นต้องนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ เพื่อให้สามารถให้บริการได้รวดเร็ว เพื่อการแข่งขันกับ สายการบินอื่น ๆ และเพื่อรักษาความปลอดภัยในการบินโดยช่วยตรวจสอบสภาพเครื่องและอุปกรณ์ได้ อย่างถูกต้องแน่นอนและสม่ำเสมอ ธุรกิจที่มีการนำ คอมพิวเตอร์มาใช้ด้านการบิน อาจแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ผู้โดยสาร สินค้าพัสดุภัณฑ์ และ บริการอื่น ๆ ของสายการบิน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือระบบบริการผู้โดยสาร อาจจะ เริ่มด้วยระบบบันทึกตารางการบิน ซึ่งบันทึกและเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลเที่ยวบิน เส้นทางบิน เวลาออกและเวลาถึง จำนวนที่นั่ง สารสนเทศด้านการบริการผู้โดยสารมีความสำคัญอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากปัญหาทางด้านเวลา และสถานที่ รายการบินต่าง ๆ จึงได้แข่งขันในการสร้างฐานข้อมูล ทางด้านนี้ บางสายการบินได้รวมตัวกัน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้สารสนเทศร่วมกัน
ด้านกฎหมายและการปกครอง
ทางด้านกฎหมายและการปกครอง มีการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศแก้ปัญหาด้านกฎหมาย คืองานระบบข้อมูล ทางกฎหมายมีการนำสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายทุกฉบับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงประกาศต่างๆและอื่น ๆ เข้าคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์จะ ช่วยในการค้นสารสนเทศทางด้านกฏหมายได้อย่างรวดเร็ว ดังตัวอย่างในประเทศ สหรัฐอเมริกา มีการใช้คอมพิวเตอร์ระบบแอสเปน (Aspen System Corporation) ซึ่งเป็นระบบข้อมูล ทางด้านกฎหมายที่ใช้กันมากกว่า 50 แห่ง นักกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้ประโยชน์ในการ ค้นสารสนเทศในเวลา อันรวดเร็ว โดยเฉพาะในการค้นข้อมูลเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น แล้ว เป็นต้น แทนที่จะค้นจากหนังสือ ซึ่งต้องเสียเวลาเป็นอันมาก การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการปกครอง ส่วนใหญ่ใช้ในกิจกรรมการเลือกตั้งดัง เช่นในประเทศไทย เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาล่าสุด มีการใช้คอมพิวเตอร์มาประมวล ผลข้อมูลการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนได้ทราบผลการเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว
ด้านการทหารและตำรวจ
มีการใช้คอมพิวเตอร์ด้านการทหารและตำรวจ อย่างแพร่หลายในประเทศต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการทหารได้เจริญก้าวหน้าไปมากกว่า ประเทศอื่นใดในโลก แต่ผลงานด้านนี้มักจะเป็น ผลงาน ชนิดลับสุดยอดต่าง ๆ เท่าที่พอจะ ทราบกัน ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ในวงจรสื่อสารทหาร ใช้ในการควบคุม ประสานงาน ด้านการท หารใช้แปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ ใช้ในการผลิตระเบิดนิว เคลียร์ ใช้ในการทำสงครามจิตวิทยา ใช้ในการวิจัยเตรียมทำสงครามเชื้อโรค ใช้ในการสร้างขีปนาวุธ และใช้ในการส่ง ดาวเทียม จารกรรม เป็นต้น กรมตำรวจ กระทรวง มหาดไทย มีศูนย์ประมวลข่าวสารกรมตำรวจ มีคอมพิวเตอร์ ขนาดกลางใช้ทำทะเบียนปืน ทำทะเบียนประวัติอาชญากรรม ทำให้เกิดความสะดวกต่อการสืบสวนคดีต่าง ๆ
ด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์และธุรกิจอื่น ๆ
บทบาทของคอมพิวเตอร์ต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ในปัจจุบันมีมาก หน่วยงานทางการพิมพ์ ตลอดจนสำนักข่าวใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดพิมพ์ต้นฉบับ ตรวจแก้ไข จนกระทั่งจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม ทำให้การจัดทำหนังสือพิมพ์ วารสาร และหนังสือต่าง ๆดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว และถึงมือผู้อ่านได้อย่างทันท่วงที อุตสาหกรรมการพิมพ์เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศต่าง ๆ อยู่ในขณะนี้ และเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสารนิเทศ มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่คนงานในประเทศ สหรัฐอเมริกากว่า 50 ล้านคน ได้ใช้ประโยชน์จากการใช้คอมพิวเตอร์ ในการดำเนินงาน ทางธุรกิจ มีการใช้อุปกรณ์สื่อสารระบบสำนักงาน อัตโนมัติและเทคโนโลยีโทรคมนาคมอื่น ๆ ร่วมกับคอมพิวเตอร์ทำให้การดำเนินงานทาง ธุรกิจต่าง ๆ ดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ไม่มีปัญหา ทางด้านระยะเวลา และสถานที่ต่อการติดต่อทางธุรกิจอีกต่อไป
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ทางด้านวิทยาศาสตร์มีมาก ในสถาบันการศึกษา ตลอดจนสถาบันวิจัยต่าง ๆ มีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการวิจัยทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การวิจัยในทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ซึ่งเป็นวิชาว่าด้วยส่วนประกอบที่เล็กที่สุดของสสาร การค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์มีการใช้คอมพิวเตอร์ ให้มีส่วนร่วมต่อการออกแบบโครงสร้าง ทางวิศวกรรมที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ทำให้มีส่วนช่วยต่อการออกแบบ ทางด้านวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรมได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด บทบาทของคอมพิวเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์จึงมี ประโยชน์ต่อการพัฒนาข้อมูลสารนิเทศอย่างไม่หยุดยั้ง
ด้านการเผยแผ่ศาสนา ( E-dakwah )
เป็นที่ยอมรับกันว่าปัจจุบันสื่อออนไลน์เป็นสิ่งใกล้ตัวที่สำคัญสามารถให้ทั้งคุณและโทษได้ในเวลาเดียวกัน หากราใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ดี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว อิสลามได้ส่งเสริมอุมมะฮฺตักเตือนซึ่งกันและกันเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ใดและสถานะใดก็ตาม แม้แต่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็สามารถใช้เป็นสื่อในการตักเตือนได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ ศาสนาผ่าน อินเตอร์เน็ต ยูทูป เพื่อให้ผู้ที่สนใจ และมุสลิมที่หลงลืม ที่หลงผิดให้กลับมาสู่สัจธรรม ดังอายะฮฺอัลกุรอ่าน ดังนี้
فَلِذَٰلِكَفَادْعُوَاسْتَقِمْكَمَاأُمِرْتَوَلَاتَتَّبِعْأَهْوَاءَهُمْوَقُلْآمَنتُبِمَاأَنزَلَاللَّهُمِنكِتَابٍوَأُمِرْتُلِأَعْدِلَبَيْنَكُمُاللَّهُرَبُّنَاوَرَبُّكُمْلَنَاأَعْمَالُنَاوَلَكُمْأَعْمَالُكُمْلَاحُجَّةَبَيْنَنَاوَبَيْنَكُمُاللَّهُيَجْمَعُبَيْنَنَاوَإِلَيْهِالْمَصِيرُ
ความว่า “ดังนั้นเพื่อการนี้แหละเจ้าจงเรียกร้องเชิญชวนและดำรงมั่นอยู่ในแนวทางที่เที่ยวธรรม ดังที่พวกเจ้าได้รับบัญชาและอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของพวกเขา และจงกล่าวว่าฉันได้ศรัทธาในสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์ที่อัลลอฮทรงประทานมา และฉันได้รับบัญชาให้ตัดสินระหว่างพวกท่านด้วยความเที่ยงธรรม อัลลอฮฺคือพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกท่าน(การตอบแทน)การงานของฉันก็ได้แก่ฉัน การตอบแทนการแทนการงานของพวกท่านก็จะได้แก่พวกท่านไม่มีการโต้แย้งใดๆระหว่างพวกเรากับพวกท่าน อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด และยังพระองค์คือการกลับไป ”
อีกหนึ่งอายะฮฺ
كِتَابٌأَنزَلْنَاهُإِلَيْكَمُبَارَكٌلِّيَدَّبَّرُواآيَاتِهِوَلِيَتَذَكَّرَأُولُوالْأَلْبَابِ
ความว่า “คัมภีร์อัลกุรอานเราได้ประทานลงมา ให้แก่เจ้าซึ่งมีความจำเริญเพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิจารณาอายาตต่างๆของอัลกุรอาน และเพื่อปวงผู้มีสติปัญญาจะได้ใร่ครวญ”
คอมพิวเตอร์นั้นนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในกิจการสารสนเทศเนื่องจากสามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและสามารถเก็บข่าวสารข้อมูลต่างๆได้ประกบกับปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงและมีการพัฒนาในการใช้งาได้ง่ายขึ้นอีก อีกทั้งมีขนาดเล็กลงสะดวกในการเคลื่อนย้ายทำให้คนตื่นตัวการที่จะใช้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาททุกสถานที่ ปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวันทั้งที่บ้านและที่หน่วยงานต่างๆทั้งรัฐบาล วิสาหกิจและเอกชน ด้วยเหตุนี้การศึกษาหาความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นโดยการใช้คอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ จานคอมแพกต์ โทรศัพท์ โทรสาร อุปกรณ์สลับสาย อินเตอร์เน็ต ดาวเทียม ใยแก้วนำแสง วิทยุติดตามตัว โมเด็ม โทรทัศน์ เครื่องเล่นวิทยุ เครื่องเล่นอิเล็กทรอนิกส์ เกมคอมพิวเตอร์ เครื่องอ่านบาร์โค้ท รวมถึงซอฟแวร์และระบบซอฟแวร์ประยุกต์เฉพาะด้านและเทคโนโลยีอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีให้เลือกมากมายตามความต้องการของผู้ใช้ แต่การเลือกก็ควรจะให้เหมาะสมและมีประโยชน์โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตก็ยังต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เด็กควรปรับตัวและเรียนรู้เพื่อเทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันและอนาคต สิ่งที่น่าห่วงก็คือ เด็กและเยาวชนจะเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวและสังคม
เด็กและเยาวชนเป็นวัยแห่งการเรียนรู้และเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติ ในอนาคตวัยเด็กเป็นวัยที่ซึมซับสิ่งต่างๆได้ง่ายและยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะแยกแยะเหตุผลได้อย่างละเยดรอบคอบ เด็กจึงจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของสื่อต่างๆที่ผู้ผลิตหรือผู้เผยแพร่สิ่งเหล่านั้นพยายามชักจูงหรือโน้มน้าวให้เด็กเหล่านั้นบริโภคสื่อของตน เพื่อหวังผลทางการค้า
นอกจากนั้นเด็กส่วนใหญ่เมื่อมีเวลาว่างมักจะเข้าสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่หรือผู้ปกรองเพราะเห็นว่าเด็กจะได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้นโดยไม่คาดคิดว่าข้อมูลในอินเตอร์เนตนั้นจะมีทั้งผลดีและผลเสียถ้าเด็กได้รับข้อูลจากผู้ที่ไม่หวังดี ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพที่ไม่สุจริตเด็กเหล่านั้นก็จะถูกชักนำไปในทางที่เลวร้ายได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็ปรากฎให้เห็นกันอยู่บ่อยนอกจากนั้นปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทย ส่วนหนึ่งมาจากจากเกม ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นสิ่งบันเทิงสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่โลกยุคดิจิตอลเกมเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างนิดถอนตัวไม่ขึ้น จนเป็นเด็กติดเกมในที่สุด เด็กที่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมตนเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน แต่เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน เมื่อถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่นจะมีพฤติกรรมในเชิงต่อต้าน หรือมีปฏิกริยาที่แสดงออกถึงอาการหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง ซึ่งบางคนอาจถึงขั้นก้าวร้าวได้ การเล่นเกมของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็กโดยตรง เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน หลับในห้องเรียน ไม่ทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อที่จะไปเล่นเกม ผลการเรียนตกลงจากเดิม มักชอบแยกตัวจากสังคม หรือไม่ค่อยทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เพราะมัวแต่อยู่ในสังคมของเกมที่ตนเองเล่นอยู่จนไม่ได้ใช้ชีวิตในสังคมของความเป็นจริง โดยบางรายอาจมีปัญหาทางพฤติกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย (เพื่อนำเงินไปเล่นเกม) ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว เป็นต้น ซึ่งรศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดลได้พูดถึงผลกระทบจากการเล่นเกของเด็กไว้ดังต่อไปนี้
- ด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้มีเวลาในการออกกำลังกายลดน้อยลง และส่งผลโดยตรงในการแสดงออกเป็นอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย เป็นต้น แต่เมื่อหยุดเล่นเกมแล้วอาการจะหายไป โดยการเล่นเกมนั้นทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และยังสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้การเล่นเกมอาจกระตุ้นให้เกิดอาการลมชักได้โดยโรคลมชักยังมีชนิดที่ไวต่อแสงซึ่งจะถูกกระตุ้นให้เกิดอาการลมชักจากการเล่นคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น และหากมีการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดส่วนต่างๆได้ ที่พบได้บ่อย คือ ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำที่ขา ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่อวัยวะส่วนนั้นผิดปกติไป และอาจส่งผลถึงอาการปวดบวมอย่างรุนแรง
- ด้านพัฒนาการ จะมีผลโดยตรงในเรื่องของด้านสังคม แม้ว่าเด็กจะมีสังคมแบบออนไลน์จากการเล่นเกมก็ตาม แต่ไม่เหมือนกับการปฎิสัมพันธ์ในสังคมของความเป็นจริง และอาจส่งผลถึงภาวะสภาพทางจิตใจของเด็ก เช่น ซึมเศร้า รู้สึกว้าเหว่ วิตกกังวล และเครียดจากการเล่นเกม เป็นต้น ที่สำคัญคือความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ลดลง เด็กติดเกมมักไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมหรือสานสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เพราะมัวแต่ครุ่นคิดอยู่กับการเล่นเกมเพื่อต้องการได้ชัยชนะ และยังหมายรวมถึงพัฒนาการทางสติปัญญาที่ลดน้อยลงเนื่องจากไม่ได้รับการฝึกฝนและไม่สนใจในการเรียนจนอาจทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง
- ด้านพฤติกรรมและสภาพจิตใจ เด็กติดเกมจะเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ด้วยการเลียนแบบมาจากเกมที่ตนเองเล่นอยู่แล้วนำมาใช้ในชีวิตจริง โดยเริ่มจากการมีความคิดและอารมณ์ที่รุนแรงจนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในที่สุด เนื่องจากการเล่นเกมนั้นจะมีบทบาทของผู้เล่นให้เป็นผู้กระทำความรุนแรงด้วยตนเองและได้รับรางวัลหรือไล่ระดับความสามารถในเกมนั้นๆขึ้นเรื่อยๆเป็นการเสริมแรงให้กับผู้เล่น ซึ่งพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงนี้สามารถส่งผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คือ
- ระยะสั้น คือ มาจากพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกิดจากปัจจัยในส่วนตัวบุคคลหรือจากบุคลิกภาพที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่กระตุ้นความก้าวร้าวจนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในที่สุด และจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากหากได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก
- ระยะยาว โดยการที่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มีความรุนแรงเป็นเวลานานทำให้บุคคลนั้นมีการรับรู้ แปลความหมาย ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆไปในทางก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดเป็นความเคยชิน
- ด้านการเรียน การงาน และสังคม ซึ่งผู้เล่นเกมจะหมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกมจนไม่สนใจในการเรียน ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ผลการเรียนตกต่ำลง ไม่มีสมาธิเวลาทำงาน และขาดสัมพันธภาพกับผู้อื่นโดยเฉพาะกับคนในครอบครัว จนก่อให้เกิดเป็นอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดได้ แต่ที่เด่นชัดคือจะมีการแยกตัวออกจากสังคม แล้วนำตนเองเข้าไปอยู่ในสังคมออนไลน์แทนซึ่งไม่มีปฏิสัมพันธ์ของความเป็นจริงแต่อย่างใด จึงอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจในทางลบได้ง่ายยิ่งขึ้น
จากงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาหาปัจจัยป้องกันเด็กติดเกมในเด็กและวัยรุ่น” ของ รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล และคณะ ซึ่งศึกษาในปีพ.ศ. 2550 โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พบว่า มีเด็กนักเรียนร้อยละ 13.3 ที่เข้าข่ายเด็กติดเกม โดยเป็นเด็กนักเรียนชายถึง2ใน3 ซึ่งถ้าคิดจากจำนวนเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า15 ปีทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้านคนจะหมายความว่า มีเด็กเกือบ2แสนคนที่มีแนวโน้มเป็นเด็กติดเกมเลยทีเดียว โดยอัตราการติดเกมก็มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ล่าสุดในปีพ.ศ.2552 พบว่า มีเด็กนักเรียนร้อยละ 14.4 ที่เข้าข่ายเด็กติดเกม
ด้าน น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกถึงข้อเสียที่มีมากมายหลายอย่างของการเล่นเกมว่า "ประโยชน์ของเกมนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน แต่การเล่นเกมหรือการใช้อินเตอร์เน็ตนานๆ จะส่งผลกระทบได้หลายประการ อาทิ โทษต่อสุขภาพทางกาย เช่น โรคกระดูก โทษต่อสุขภาพจิต เช่น การมีมนุษยสัมพันธ์ต่างๆ และโทษต่อการผลิตผลงานของชีวิต เช่น เสียการเรียน"
การป้องกันและแก้ปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลบุตรให้ลดพฤติกรรมติดเกมลงได้ ได้แก่ การแบ่งเวลาให้กับบุตรในการหางานอดิเรกแก่บุตรหลานทำตามความสนใจ พูดคุยด้วยกัน โดยไม่ใช้อารมณ์ ทำสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวให้ลดโอกาสการเล่นเกมออนไลน์ การสร้างระเบียบวินัยในบ้านและความรับผิดชอบให้เกิดขึ้น ( ดวงพร หุตารมณ์ : 2550)
อิหม่ามฆอซาลี รอฮิมาฮุลลอฮ ได้กล่าวไว้ใน บันทึกของอิหม่านฆอซาลีว่า การตัรบียะห์ หรือการอบรมบุตรให้อยู่ตามแนวทางของศาสนาเป็นองค์ประกอบหลักในการที่จะให้ความสุขที่แท้จริงแก่บุตรทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เช่นเดียวกันความสุขเหล่านั้นจะส่งผลถึงบิดามารดาซึ่งความสุขชนิดเต็มอิ่มที่แท้จริงในประเด็นที่จะไปสู่ความสุขที่แท้จริงนั้นผู้ทำหน้าที่นี้คือพ่อแม่
ท่านนบีมูฮำมัด ศ็อลฯ มีวจนะว่า
“จงให้การศึกษาและอบรมศาสนาแก่ลูกของเจ้า เพื่อให้พวกเขามีมารยาทที่ดีงาม”
และอีกบทหนึ่ง
ท่านนบีมูฮำมัด ศ็อลฯ มีวจนะว่า
“บุตรทุกคนที่เกิดมานั้นในสภาพที่บริสุทธ์ต่างกันตรงที่บิดามารดา ของเขาคือผู้ที่จะทำให้บุตรของเขาเป็นยาฮูดีหรือนัสรอนีหรือมาญูซีย์”
สำหรับยุคนี้เป็นยุคที่มีความเจริญด้านวัตถุนิยม ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ที่หนักมากในการที่จะอบรมบุตรให้อยู่ตามแนวทางของศาสนา เชื่อเหลือเกินว่าหากหน้าที่ในการอบรมบุตรนั้นเป็นหน้าที่รองไม่ใช่หน้าที่หลักแน่นอนทุกคนต้องลืมและไม่ใส่ใจกับหน้าที่นั้นเลย
ในบางครั้งพ่อแม่ส่วนใหญ่มุ่งแต่ให้ลูกๆเรียนรู้วิชาอื่นๆจนไม่มีเวลาที่จะให้ลูกๆเรียนวิชาศาสนาในที่สุดก็หันหลังให้กับวิชาศาสนาโดยสิ้นเชิงเพราะเวลาทั้งหมดพ่อแม่ได้กำหนดเวลาให้ลูกมุ่งแต่ความรู้ดุนยาทั้งสิ้น
การให้ความสำคัญเพื่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการติดเกมของเด็ก จำเป็นต้องทำแบบองค์รวม มีการศึกษาถึงรากเหง้าและสาเหตุของการแก้ปัญหา มีการแก้ปัญหาร่วมกันแก้ไขอย่างจิงจังและจริงใจ ร่วมกันทุกฝ่ายทั้ง พ่อแม่และผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชน เจ้าของร้านเกม และตัววัยรุ่นเองด้วย ตลอดจนการเสริมสร้างทักษะชีวิต ตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก และประเทศไทย โดยให้มีความสามารถ 12 ประการ 6 คู่ ดังนี้ 1. ให้เด็กที่มีความสามารถในการคิดวิจาณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ 2. มีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และกาสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น 3. มีความสามารถในการตัดสินใจและการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม 4. มีความสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้ 5. มีการสร้างความตระหนักในตนเองและเห็นอกเห็นผู้อื่นและ 6.มีความภาคภูมิใจในตนเองและการรับผิดชอบต่อสังคม (จุฬาภรณ์ โสตะและคณะ : 2551)
สรุป
เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยอยู่ในรูปแบบของสื่อต่างๆทั้งเสียงภาพและตัวอักษร ด้วยวิธีทางอิเล็กทอนิกส์ประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคมระบบมีสายและไร้สายรวมทั้งระบบสื่อมวลชน บทบาทที่สำคัญของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านต่างๆได้แก่ด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา สาธารณสุข อุตสาหกรรม การเงินการธนาคาร ด้านการบิน ด้านการทหาร กฎหมายและการปกครอง การทหารและตำรวจ อุตสาหกรรมการพิมพ์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านการศาสนา คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ อย่างหนึ่งในกิจการสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนในการใช้เทคโนโลยีสาสนเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองสังคมและประเทศชาติจึงต้องเลือกให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนควรได้รับการดูแลเอาใจใส่และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องจากพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของเด็กและเยาวชน ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องให้ข้อมูลและกาปลูกฝังอย่างถูกต้องมีคุณค่าและเกิดประโยชน์เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถควบคุมดูแลตัวเองได้และไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ไม่หวังดีที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาบิดเบือนทำให้เด็กหลงผิดและเสีย
บรรณานุกรม
ดวงพร หุตารมณ์ .(2550).การลดพฤติกรรมติดเกมออนไลน์ของเยาวชน : กรณีศึกษาผู้ผ่านการอบรมจาก
ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์.
วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนามนุษย์และสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาภรณ์ โสตะและคณะ.(2551). การพัฒนาศักยภาพบุคคลด้านการป้องกันและแก้ปัญหาเด็กติดเกม.
มหาบัณฑิตสาขาสุขศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สมาคมศิษย์เก่าอาหรับ .(1419 ฮ.ศ ).พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมคำแปลภาษาไทย.นครมาดีนะฮ์.ศูนย์
กษัตริย์ฟัฮดฺ เพื่อการพิมพ์อัลกุรอาน
สากีนะห์ บอซู ตาฮา. (2545).คุณธรรมของลูก.กรุงเทพฯ.มุสลิมนิวส์
สมศรี เพชรโชติ.(2007).บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อเด็กและเยาวชน.วารสารรามคำแหง.
24(2),30-36
นาง ฐิตารีย์ องอาจอิทธิชัย.(2553).ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารนิเทศ. [Online] เข้าถึงได้
จาก:http://blog.eduzones.com/moobo/78858 [2556, พฤศจิกายน14]
มติชน.(2548). 4 อาการ "เด็กติดเกม" ที่พ่อแม่ควรรู้ [Online] เข้าถึงได้จาก
http://hilight.kapook.com/view/4548 [2556, พฤศจิกายน14]
รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล (2553).เด็กติดเกมคืออะไร [Online] เข้าถึงได้จาก
http://www.healthygamer.net/faq#n453 [2556, พฤศจิกายน15]
- ซูเราะฮฺ อัชชูรอและซูเราฮฺศอด.[Online] เข้าถึงได้จาก http://www.quran-for-all.com/t-38-1-29.html [2556, พฤศจิกายน15]