ไปเพชรบุรีเที่ยวนี้ได้เห็นครูและผู้บริหารทุกโรงร่วมกันทำงานพัฒนาเด็กทั้งเป็นทีมและเครือข่าย ด้วยจิตวิญญานความเป็นครู เห็นแล้วก็ประทับใจยิ่ง
     
        
      ทำให้นึกถึงความซ้ำซากจำเจในการประกวดให้รางวัลแก่ครูประเภทต่างๆซึงมีมากมายที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมคัดเลือก โดยต่างเน้นคัดเลือกที่ตัวครูเป็นรายบุคคลแล้วใช้เอกสารหลักฐานมานำเสนอยืนยันให้คล้อยตามด้วยเทคนิคต่างๆ บางคนก็ดีจริงๆบางคนก็สร้างภาพ ซึ่งล้วนแต่ทำเพื่อให้ตนเองได้รางวัลทั้งสิ้น หลายคนสรรหาวิชามารมาหลอกกรรมการย่างแยบยล และยังมีข่าวให้ได้ยินได้ฟังเสมอว่ากรรมการหลายคนก็หาประโยชน์จากกระบวนการนี้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในวงวิชาชีพครูที่เรียกว่าเป็นปูชนียบุคคล
       นี่อาจจะเป็นเพราะเราส่งเสริมและยกย่องให้คนทำงานให้โดดเด่นเป็นคนๆหรือเปล่า  จึงทำให้คนเกิดกิเลส ทำให้เกิดคน “อยากได้” มากกว่าคนที่ “ควรได้”
       
         
      ผมจึงคิดว่าทำไมเราไม่ส่งเสริมยกย่องครูที่ทำงานกันเป็นกลุ่ม เป็นทีมดูบ้าง ที่เขารวมกลุ่มกันมาช่วยกันคิดมาช่วยกันกันทำงานทั้งทีมหรือทั้งเครือข่าย เราน่าจะให้รางวัลแก่ครูประเภทนี้บ้างจะดีไหม  อย่างเช่นครูที่เมืองเพชรบุรีที่ผมไปดูมา เขาทำงานกันเป็นทีมบางทีมีครูเกษียณ ครูภูมิปัญญา เพื่อนครู นักเรียนมาช่วยกันพัฒนาผู้เรียนจนเกิดความเจริญก้าวหน้า ได้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่ยอดเยี่ยม
       

        แต่ความเป็นจริงเรากลับยกย่องแต่พระเอกหรือนางเอกเพียงคนเดียว เช่นเดียวกับนักเรียนได้รางวัลโอลิมปิคครูโรงเรียนมัธยมเท่านั้นที่ได้รับยกย่อง แล้วครูประถมอนุบาลล่ะที่เฝ้าฟูมฟักมาตั้งแต่เด็กกลับถูกละเลย
        เราเน้นประเมินตัวคนมากกว่าทีมกันมากไปหรือเปล่า สังคมบ้านเราถึงเป็นเช่นนี้ จึงมีแต่คนเกิดกิเลส แก่งแย่งแข่งขัน  จิตสาธารณะไม่เกิด ไม่เหมือนคนญี่ปุ่นเขา
       ดร.โกวิท วรพิพัฒน์เคยบอกผมว่า "ถ้าอยากให้เขาทำอะไรก็ประเมินเขาตรงนั้น เดี๋ยวเขาก็ทำเอง" ดังนั้น เราน่าจะหันมาสร้างกระแสให้ครู นักเรียนทำงานเป็นทีมมากขึ้น โดยเปลี่ยนมาประเมินให้รางวัลแก่ครูหรือบุคลากรที่ปฏิบัติงานเป็นกลุ่มเป็นทีมกันมากขึ้นจะดีไหม