เขาว่าถ้านอกเหนือจากกรุงเทพฯ แล้ว ม.สงขลานครินทร์ เป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลเข้มข้นที่สุดในประเทศไทย เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดมหาวิทยาลัยเดียวที่ปิดการเรียนการสอนเพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาไปประท้วง

เหตุการณ์นี้ถ้าผ่านไปสักยี่สิบสามสิบปี ถ้าไม่ได้เป็นวีรบุรุษก็อาจกลายเป็นผู้ร้าย เราก็เห็นกันอยู่ว่าความถูกผิดเปลี่ยนได้ทุกเมื่อในประวัติศาสตร์อยู่ที่ว่าใครเป็นคนเขียน

เล่าปี่หัวหน้าผู้ก่อการร้ายยังกลายเป็นวีรบุรุษ โจโฉผู้ปกป้องแผ่นดินจีนยังกลายเป็นผู้ร้าย บินลาเดนหรือบุชใครถูกใครผิดก็ยังเถียงกันไม่จบ

จะยังไงก็ว่ากันไป ไม่มีใครเดาอนาคตได้หรอก

ในช่วงที่การเมืองเข้มข้นสุดๆ นั้นมีป้ายหนึ่งที่ติดข้างมหาวิทยาลัยว่าด้วยข้อความว่า

"หมดเวลาเป็นกลางแล้ว ถ้าไม่ต่อต้านรัฐบาลก็เท่ากับสนับสนุนการโกง"

ข้อความประมาณนี้นะครับ ผมก็ไม่ได้จำตามตัวอักษรมาชัดๆ ครับ

ผมอ่านแล้วสะดุ้งเฮือกตัดสินใจทันทีว่า "ผมต้องเลือกแล้ว"

ปกติผมเป็นคนมีปัญหาทางการเมือง ถ้าฝ่ายหนึ่งบอกอะไรอย่างหนึ่งผมก็จะมีคำถามย้อนอีกต่างหาก เรียกว่าไม่เชื่อแล้วยังถามกลับ ลืมไปว่าโสกราตีสไม่มีที่อยู่ในเมืองไทย

แต่คราวนี้ผมเลือกข้างชัดๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเลือกข้างเดียวกับนักวิชาการส่วนใหญ่ใน ม.สงขลานครินทร์นั่นเอง

ปัดโถ่.... ผมบ้าแต่ไม่โง่นะครับ

เอ๊ะ... หรือผมโง่แต่ไม่บ้า...

แต่การเลือกข้างคราวนี้ผมขอประกาศชัดๆ ว่า

ถ้าให้เลือกระหว่าง "สุเทพ" กับ "ทักษิณ" ผมไม่เลือกใครสักคน

ถ้าให้เลือกระหว่าง "อภิสิทธิ์" กับ "ยิ่งลักษณ์"ผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่เลือก

แต่ถ้าให้เลือกระหว่าง "แพรวา" กับ "แพรทองธาร" ผมขอเลือกทั้งสองคนเลยได้ไหม?

แบบว่าน่าร๊ากอ่ะ คนดีกับคนรวยนี่น่ารักทั้งคู่เลย