โดยส่วนตัวเมื่อได้ยินคำว่าระดับโลกจะชะงัก ให้โอกาสตัวเองกับการกลั่นกรองก่อนเรียกตาม ได้ยินเรื่องโม้เกินจริง แหกตา มาบ่อยหรือก็เปล่า เพียงแต่ว่าเคยเห็นตัวเองเถียงคอเป็นเอ็นกับเรื่องสุดยอดประมาณนี้แล้วตาตื่น อายที่เข้าใจไม่ถ่องแท้แล้วบังอาจเถียงคนที่รู้ดีกว่า

รู้สึกได้ว่าการได้เป็นมรดกโลกไม่ง่าย มีไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถมีชื่ออยู่ในทะเบียนได้ การได้ขึ้นทะเบียน เปิดโอกาสดีๆให้ประเทศอย่างเช่นการได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ได้เป็นเจ้าภาพปีไหน ปีนั้นเศรษฐกิจประเทศเฮงทันที 

 

ถ้า ๑๐ ประเทศที่ติดอันดับมีมรดกโลกมากที่สุดในโลกนำผู้ติดตามมาประชุมด้วย เอาแค่ อิตาลี จีน สเปน ฝรั่งเศส เยอรมันนี เม็กซิโก อินเดีย อังกฤษ รัสเซีย อเมริกา ๑๐ ประเทศที่มีมรดกโลกของตัวเองเยอะสุดแล้วนี่แหละ เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่จะพร่องหรือจะเพิ่ม

พอจะรู้บ้างว่าประเทศที่สามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้จำเป็นต้องมีฐานพร้อม สิ่งที่พึงพร้อมคือบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งหมดภายในประเทศตนอันเรียกว่า "บัญชีรายชื่อเบื้องต้น" บัญชีนี้สำคัญมาก ถือเป็น "อู่ให้กำเนิด" มรดกโลกของประเทศนั้นเลยเชียว ไม่มีรายชื่อขอไต่ระดับ แท้งชัวร์

รู้สึกว่าขั้นตอนการไต่ขึ้นเป็นมรดกโลกของสถานที่ใดๆในประเทศหนึ่งๆ คล้ายวิธียกระดับสส.บัญชีรายชื่อขึ้นเป็นรัฐมนตรีของประเทศไทยแหละ คือ ต้องมีบัญชีรายชื่อ จึงจะเป็นรมต.ได้ จะให้เป็นก็ให้หยิบจากรายชื่อ

พิจารณาจะยกระดับก็ให้เสนอชื่อไปผ่านด่าน ซึ่งยังไม่ใช่คณะกรรมการมรดกโลก แต่เป็น ๒ องค์กรที่คกก.ฯ มอบให้ทำงานก่อนเป็นเบื้องต้น ผ่านด่านนี้ได้ไปต่อได้

เขื่อน เขื่อน 2 เขื่อน๒

ภาพถ่ายทางอากาศของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา อุทัยธานี สำนักชลประทานที่ ๑๒

ไปต่อได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนเตรียมแต่งองค์ทรงเครื่องให้งาม จะได้เดินต่อสู่รอบตัดเชือก ๒ องค์กรที่ว่าจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงสอนแต่งตัว เป็นเทรนเนอร์ฝึกฝนให้งามสง่า พอใจแล้วก็ส่งให้คกก.ฯให้แต้ม ได้แต้มไม่ดีก็นำตัวกลับ ขัดสีฉวีวรรณกันใหม่ วนรอบอยู่อย่างนี้จนกว่าจะสามารถผ่านด่านคกก.ฯได้

อย่างนี้หมายความว่าขณะที่ประเทศไทยเสนอห้วยขาแข้ง อุทยานประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา เป็นมรดกโลก ที่อื่นซึ่งเป็นว่าที่มรดกโลกเช่น วัดพระศรีมหาธาตุ นครศรีธรรมราช ถูกบันทึกรายชื่อไว้แล้วในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นนั้น ตอนเสนอเป็นว่าที่ บัญชีนี้ใช้เลมเก่าได้เลยใช่ไหม

รู้ๆอยู่ว่ามีหน่วยราชการเกี่ยวกับป่าหลายหน่วย มาถึงจริง สถานที่ ตำแหน่งพางง ที่พักตรงนี้หน่วยราชการดูแลเขื่อนชื่ออะไรหว่า ตอนเข้ามาอ่านไม่ทัน เดินไปดูหน่อยซิ

ระหว่างเดินมองไปเรื่อย ยามแดดคล้อยทิวทัศน์แถวนี้แปลกตาดี ห่างบ้านพักประมาณเมตรพบเห็ดแข็งสีน้ำตาลโผล่ขึ้นจากดิน ดูเผินๆคล้ายเห็ดกระด้าง เกาะอยู่บนตอไม้ บางต้นแทรกตัวอยู่ในกอหญ้า ดูพิศโอ้แม่เจ้า นี่มันเห็ดหลินจือหรือเปล่า ดินแถบนี้ดีขนาดนี้ยังงั้นเลยรึ  เห็ดที่เห็นสร้างความตื่นเต้นให้มากมายเลยแหละ 

 

เดินห่างบ้านมาไกลกว่าร้อยเมตร แวะเก็บภาพมุมต่างๆของวัชพืชริมทางไปด้วย แปลกใจที่ไม่ใคร่เห็นต้นสาบเสือ อ่อมแซบและไมยราบ มีเยอะจัดก็เป็นวัชพืชดอกสีม่วง-สาบแร้งสาบกา ดอกสีขาว-บานไม่รู้โรยป่า ดอกสีน้ำตาลทอง-หญ้าจักรพรรดิ ดอกสีเหลืองเล็กๆ-ไม่รู้ต้นอะไร ดอกตุ้มสีขาว-ไม่รู้ต้นอะไร ใบคล้ายกระดุมเงิน ต่างกันที่ใบเขียว

มีศาลาและที่ชมวิวห่างออกจากบ้านพักประมาณครึ่งกิโลเมตร เหนือศาลามีนกพิราบฝูงใหญ่บินว่อน แปลกใจที่มาเจอนกบ้านในแถบนี้ หนีใครมาหรือที่แท้เป็นนกป่าดั้งเดิม

นกบ้านหรือนกป่า????  ใบนะใหญ่เหมือนที่อื่น แต่ดอกเท่าหัวไม้ขีดเอง

รอบศาลามีไม้ประดับปลูกเป็นสวนหย่อมไว้ ได้ยินเสียงหญิงชายคุยกันอยู่ เดินไปถึงแดดคล้อยต่ำมากแล้ว จึงเดินไม่ถึงท่าเรือซึ่งอยู่ใกล้ๆสันเขื่อน

๖ ธันวาคม ๒๕๕๖

หมายเหตุ 

- วันนี้ในอ่างมีน้ำอยู่ ๖๙.๑๘ % มีน้ำอยู่ ๑๑๐.๗๐ ล้านลบ.เมตร ต้นน้ำมาจากห้วยทับเสลา ซึ่งแตกสาขามาจากแม่น้ำสะแกกรัง

- เมื่อเช้าที่อากาศหนาว อุณหภูมิ ๑๙ องศา

- อ่างนี้สร้างเมื่อปี ๒๕๒๘ ใช้เวลาสร้าง ๓ ปี งบประมาณ ๔๐๙,๓๒๓,๐๐๐ ล้านบาท บริษัท บางกอกมอเตอร์ อีควิปเมนท์ จำกัดเป็นผู้สร้าง

- อ่างอยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้ามา ๓ กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านระบำ ตำบลระบำ อ.ลานสัก ก็เลยมีอีกชื่อว่า "เขื่อนระบำ"

- ใช้ประโยชน์น้ำในอ่างกับพื้นที่ทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค ส่งน้ำให้แก่พื้นที่ในเขตอำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอหนองขาหย่างและอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นพื้นที่ ๑๖๖,๙๕๗ ไร่