ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มีกิจกรรมหนึ่งที่เราปฏิบัติกันอยู่ประจำคือ "การพูด" (Speaking) เราพูดได้อย่างไร เราใช้ภาษาในการสื่อสารกันเพื่อสื่อสะท้อนภายในออกมา เพื่อบอกให้ผู้อื่นรับรู้ องค์ประกอบในการพูดประกอบด้วย อวัยวะในปาก ประสาทการรับรู้ ลมหายใจ ภาษา ช่องว่าง หลักไวยากรณ์ภาษา ฯ
เราเคยสังเกตหรือไม่ว่า แต่ละวันที่เราพูดกัน เราผลิตคำพูดขึ้นมาเองหรือไม่ หรือเราใช้คำที่คนอื่นพูดไว้บ่อยแค่ไหน แต่ละวันเราใช้คำ ประโยค วลี สำนวน ฯ มาจากคนสังคม คนอื่น ทั้งสิ้น ดังนั้น เราจึงเหมือนเป็นทาสของภาษาทันที แล้วเราก็ถูกคนอื่น (ที่รู้ภาษาดี) ป้อนคำ ข้อมูล ให้เชื่อ ให้ใช้ภาษาคนอื่นอยู่เสมอ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คนอื่นเขามีความจริงใจในภาษาที่เขาสื่อออกมา ยิ่งผู้เก่งภาษา หรือมีประสบการณ์มาก (โดยไร้คุณธรรม) ย่อมมีนัยแอบแฝงมากจนซับซ้อนได้ อันนี้เราเรียกว่า "มายาคติ" (Myth) ด้าน "วาทกรรม" (Discourse) ได้ โดยเฉพาะนักการตลาด นักธุรกิจ นักการสื่อสาร การโฆษณา สื่อบันเทิง การเมือง ฯ ยิ่งมีนัยที่ซับซ้อนอีก เหมือนกับว่า เรากำลังเล่นเกมภาษากัน (Language Game) เหมือนที่วิตกิตสไตน์ กล่าวไว้นั่นแหละ
ทุกวันนี้เราจึงเกิดข้อสงสัยมากมาย ในเรื่องความหมายของภาษา ยิ่งในทางศาสนาที่มีคัมภีร์บันทึกคำสอนไว้ ที่อยู่เหนือการเข้าใจของคนทั่วไป จึงต้องมีการตีความเกิดขึ้น จึงเกิดวิชาตีความขึ้นมา (Interpretation) ยิ่งปัจจุบัน โลกการสื่อสารซับซ้อนมากขึ้น ภาษา คำ ความหมาย หลากหลายมากขึ้น มีภาษาต่างๆ ผสมผสานกันมากขึ้น จึงทำให้เราใช้ภาษาลูกผสมไปโดยปริยาย ทั้งภาษาเทศ ภาษาไทยใหม่ ภาษาภาค ภาษาเฉพาะวิชา ภาษาสื่อ ภาษาศาสนา ฯ จึงเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการตีความหรือความหมายที่แท้จริง
แล้วภาษามีความสำคัญอย่างไร? ภาษา คือ เครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ เป็นเครื่องมือของการสื่อความรู้สึกออกมาจากภายใน ในตัวของภาษาคือ อักษรหรืออักขระ สระ พยัญชนะ รวมไปถึงสัญลักษณ์ด้วย ซึ่งโลกมีภาษามากมาย และมีโครงสร้างต่างกัน แล้วภาษามีประโยชน์อย่างไร ภาษาเป็นสื่อแทนความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน ใครคิด ใครรู้สึกอย่างไร ต้องอาศัยสื่อกลางคือ "ภาษา" ปัญหาที่จะตามมาคือ เราเข้าใจภาษานั้นไหม เราใช้ภาษานั้นๆ ถูกต้องไหม ใช้เป็นหรือไม่ ละเอียดพอแค่ไหน มิฉะนั้น เราก็จะกลายเป็นผู้พลาดในนัยของภาษา และเจตจำนงของคนสื่ออีก เมื่อสื่อคำหรือพจน์ผิด ย่อมขัดแย้งกับเจตจำนงได้
ในโลกความรู้สึก นึกคิด ความฝัน ความจินตนาการ ฯ เป็นเรื่องนามธรรม เรามิอาจจะสื่อสารกันได้หากไม่มีภาษาเป็นสื่อกลาง ภาษาจึงเป็นสื่อที่ใช้แทนความคิด ความรู้ ความนึกคิดของบุคคลได้ แน่นอนว่า หากใครมีทักษะด้านภาษาดี ย่อมมีความชำนาญในการใช้สื่ออย่างคล่องแคล่วหรือมีศิลปะเรียกว่า "วาทศิลป์" (Rhetoric) หากไม่มีความสำนึกในคุณธรรม ย่อมมีแนวโน้มไปสู่มายาคติได้
อย่างไรก็ตาม การสื่อสาร ย่อมต้องอาศัยหลักในการเรียนรู้ เพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง เช่น ภาษาไทย คนไทยต้องเรียนไวยากรณ์ภาษาไทยให้ถูกต้อง จึงจะสื่อได้ละเอียดดีพอ ภาษาอังกฤษก็มีไวยากรณ์เบื้องต้น ฯ หากพูดโดยไม่มีแบบแผนหรือไม่มีหลัก ภาษาย่อมเพื้ยนไปเหมือนปัจจุบัน หรือไม่ก็สื่อกันอย่างไม่รู้ว่า ถูกหลักหรือไม่ เช่น ตามสื่อต่างๆ ที่ใช้กัน ล้วนผิดทางประโยคอยู่มาก โดยเฉพาะภาษาเด็กวัยรุ่น ผลตามมาคือ ใช้ภาษาไม่ตรงกับเจตจำนงตนดีพอ หรือไม่เข้าใจความหมายของภาษานั้นดีพอ จึงสื่อพลาดนัยของภาวะการณ์นั้นๆ ได้
ดังนั้น เราสื่อสารจากคำหรือพจน์ต่างๆ ของภาษาไทย ซึ่งอุดมด้วยคำ ความหมายมากมาย หากใช้ผิด ย่อมก่อให้เกิดความสงสัย หรือเข้าใจผิดได้ จนกลายเป็นปัญหาถกเถียงกัน จึงต้องตีความกันโดยราชบัณฑิตหรือศาลหรือนักวิชาการ เพื่อหาข้อยุติ ในแง่ศาสนพจน์ ยิ่งมีนัยที่ลึกซึ้งเข้าไปอีกเช่น ในคัมภีร์ต่างๆ กระนั้น เราก็ยังพยายามหาทางเข้าใจภาษาเหล่านี้อยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้าถึงความจริง ความรู้สึก และมีอิสระในการใช้คำหรือพจน์ตามที่ต้องการได้อย่างไม่เป็นทาสภาษา
-------------<>-------------
