ยังคงตามติดหนังดังเรื่อง Cloud Atlas กำกับโดยผู้สร้างหนัง The Matrix.. ผมชอบตอนหนึ่ง คือเป็นตอนที่ซอนมี 451 มนุษย์สังเคราะห์ที่เป็นชนชั้นที่ถูกกดขี่และอ่อนแอที่สุดในสังคมโลกอนาคต แต่ภายหลังกลายเป็นศาสดาของศาสนาใหม่ เธอถูกจับและถูกประหารชีวิต แต่ก่อนตายเธอถูกสอบสวน โดยถูกผู้สอบสวนผ่านปกครองตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่เธอได้สั่งสอนผู้คนว่าไม่ใช่ความจริง เธอจึงยืนยันกลับด้วยประโยคที่มีความสวยงามด้านภาษาและน่าตื่นตาตื่นใจดังนี้ครับ

                     

ผมทึ่งกับประโยคนี้มากๆ เพราะทำให้หวนคิดถึงอะไรหลายอย่าง.. ประโยคของซอนมี่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องหนึ่งคือ Bottom-lining ที่ภาษาอังกฤษแปลว่าสาระสำคัญ หรือหัวใจของเรื่องนี้คืออะไร คำแปลที่น่าจะเหมาะที่สุดคือ “บรรทัดฐาน” ...คนเราโดยทั่วไปมักทำอะไรอย่างสับสนไม่รู้ที่มาที่ไป หรือบางที่คิด พูด ทำ โดยอ้างอิงจากจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน หรือมีความเห็น ฐิติต่อเรื่องนั้นต่างกัน จึงเป้นที่มาของความสับสน การตั้งคำถามกันว่าหัวใจของเรื่องนั้นคืออะไร หรือบางทีถามง่ายๆว่ามันคืออะไร จริงๆ แล้วเรื่องที่ว่านั้นความหมายที่แท้จริงคืออะไร.. เมื่อตกลงกันได้ เราจะก้าวต่อไปได้ดีกว่า..

 

เวลาผมทำ OD หรือสอนหนังสือผมมักใช้ Bottom-lining ในการตั้งต้นครับ.. เช่นสอนเรื่องความสุข (Happiness) จะตั้งคำถามว่า.. “ความสุขคืออะไร"... งงครับ ถามมาหลายร้อยแล้ว.. คนจำนวนมากน่าแปลกที่พอถามว่าความสุขคืออะไรกัลบงง ลังเล และตอบกันไปคนละทิศคนละทาง..

 

ล่าสุดไปสอนที่โรงงานแห่งหนึ่ง บ่นกันครับเหมือนหลายๆที่ บ่นเรื่องข้อมูล หรือการเก็บข้อมูลมันซับซ้อน หรือมีการให้ข้อมูลที่ผิดพลาด.. ผมเคยใช้ Bottom lining ตั้งคำถามว่า ... “ข้อมูล เอาไว้ทำอะไร..”.. อึ้ง เหมือนกับหลายๆ ที่.. เอาไว้วิเคราะห์.. เอาไว้วางแผน.. ..สิบคนพูดกันไปคนละอย่าง ผมเลยแซวครับ นี่ขนาดผู้บริหารยังพูดไม่ตรงกัน แล้วลูกน้องคุณจะไม่ไปกันใหญ่เหรอ.. ไม่แปลกหรอกที่เกิดความยุ่งเหยิงในโรงงานด้วยปัญหาของข้อมูล.. จากนั้นผมเลยตอบครับ.. “ข้อมูลเอาไว้ตัดสินใจ"...อ้อ..เป็นจังซี่..(ภาษาอิสานแปลว่าเป็นอย่างนั้นเอง)... “พวกคุณยอมรับความหมายนี้ไหม" ทุกคนพยักหน้า.. งั้นสิ่งที่ต้องทำคือกลับไปนั่งคุยกันว่า..การตัดสินใจแต่ละอย่างต้องการข้อมูลอะไรบ้าง.. ไม่เช่นนั้นระบบคุณจะมีแต่ข้อมูลที่อาจไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้.. น้องจากภาระแล้ว ยังอาจเกิดความสับสน และที่เลยร้ายที่สุดคือทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้..จากนั้นผมถามต่อ.. KPI คืออะไร.. การประเมินคือะไร.. เสียงหลงครับ ตอบไม่ตรงกันสักเรื่อง..

                                               

Bottom-lining นำมาใช้กับตัวเองก็ได้ บางครั้งทำให้เกิดการพัฒนาตนเองครับ.. เช่นไม่กี่วันมานี้ผมไปวัด ไปเจอเพื่อนสหธรรมิก ที่บวชด้วยกันมาเมื่อพรรษาที่แล้ว เป็นรุ่นน้องผมครับ สัปดาห์ก่อนหน้านี้ท่านยุ่งมากๆ ด้วยเหตุหนึ่งคือต้องไปจัดงานศพของอาม่า.. ที่เพิ่งเสียชีวิตจากโรคชรา..หากแต่เป็นการตายที่สง่ามากๆ รุ่นน้องผมเล่าให้ฟังว่า อาม่าตายอย่างสงบ ค่อยๆ ไป ไปอย่างสง่ามากๆ ไม่ทุรนทุราย ก่อนตาย ก่อนจะทรุดก็ยังคุยได้ด้วยสติที่แจ่มใส ยังแสดงความเมตตาเหมือนกันตอนไม่ป่วย ไม่รู้จะเล่ายังไงครับ ผมเองฟังแล้วตื่นเต้น รู้สึกว่าอาม่าท่านนี้ช่างมีบุญเหลือเกิน และคนรอบตัวท่านก็มีบุญเหลือเกินที่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า "ท่านเป็นพุทธะมากๆ... ท่านเตรียมตัวตายมานานแล้ว ที่ท่านสวดมนต์กว่า 2 ชั่วโมงไม่เคยขาด...นานหลายปี” ผมแอบคิดครับว่าถ้าผมได้ตายแบบนี้จะถือว่าไม่เสียชาติเกิดเลยล่ะ.. แล้ว Bottom Lining เกี่ยวกับการตายคืออะไร.. ผมคงต้องกลับไปหาคำคมที่ท่นพุทธทาสเคยว่าไว้นั่นคือ "ตายก่อนตาย"... เราต้องเตรียมตัวครับ อาม่าของเพื่อนผมเตรียมตัวตาย ด้วยการสร้างความตื่นสร้างความเบิกบานให้ตนเอง และเท่าที่ฟัง ท่านยังเผื่อแผ่ไปถึงคนไกล้ตัวคือลูกหลานด้วย...และตอนนี้ก็แผ่มาถึงผมด้วย

ความตายแบบพุทธะของอาม่า จุดประกายให้ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งในจิตวิทยาบวก (Positive Psychology) นั่นคือเรื่องราวของ Character Strength ซึ่งเป็นงานวิจัยที่น่าทึ่งที่สุดงานหนึ่งของโลก เริ่มด้วยจากการตั้งคำถามของดร.มาติน เซลิกมันต์ ผู้เป็นบิดาของวิชาการด้านจิตวิทยาบวก ว่าตอนนี้โลกมีคู่มือประเมินสุขภาพจิตของคน ที่เน้นการประเมินในด้านลบ แต่ไม่มีคู่มือประเมินบุคลิก หรือจุดแข็งของคนที่เป็นบวก ท่านเชื่อว่าคนเราหาค้นพบจุดแข็งที่เป็นบุคลิกภาพด้านบวกของคน การต่อยอดการขยายผลให้ดีขึ้นจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ว่าแล้วท่านกับอาจารย์ปีเตอร์สันก็ได้เริ่มศึกษาค้นหาลักษณะบ่งชี้ทางด้านบุคลืกภาพ ท่านค้นหาตั้งแต่คำภีร์โบราณของอารยธรรมต่างๆ ศาสนาต่างๆจนถึงวัฒนธรรมยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นตัวละครในหนังสตาร์เทรค และการ์ตูน Pokemon ของญี่ปุ่น.. จนได้บุคลิกภาพที่ถือเป็นจุดแข็ง 24 ประการ ที่ทุกศาสนา ทุกอารยธรรมต้องการให้คนมี.. จากนั้นก็ทำวิจัยเพื่อยืนยันด้วยการสุ่มให้คนประเมินโดยให้คนทั้งในโลกที่เจริญแล้ว และคนป่าในเอเชียและอาฟริกายืนยัน.. ก็ได้ออกมาคล้ายๆกัน.. เรียกว่าจุดแข็งด้านบุคลิกภาพนี้เป็นจุดแข็งของมนุษยชาติทีเดียว ท่านเรียกบุคลิก 24 อย่างนี้ว่า Character Strengths and Virtues อาจเรียกว่า เป็นแนวคิดความเป็นมนุษย์ในด้านสว่าง ถือว่าเป็น Bottom-lining ได้ครับ สำหรับใครที่จะเริ่มต้นพัฒนาตนเองจากจุดแข็ง จะว่าไปแล้วคือเป็นมุมพุทธะของมนุษย์นั่นเองครับ ทุกคนมีอะไรดีๆ อยู่ในตัว หน้าที่ของเราคือค้นหาตนเองให้เจอแล้วต่อยอดจากสิ่งดีๆ ส่วนคนรอบตัวเราก็ช่วยเขาค้นหาจุดแข็งดีๆ ของตนเองแล้วช่วยกันพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีมากขึ้น

                     

เท่าที่ฟังจากเพื่อนผมเล่าอาม่าท่านนี้มี Character Strength ..ที่ท่านอาจารย์มาร์ตินและอาจารย์ปีเตอร์สันจัดอยู่ในประเภท Spirituality (พลังทางจิตวิญญาณ) คือมีจุดแข็งคือการเชื่อมโยงตนเองกับสิ่งที่สูงกว่า ดีกว่านั่นคือความดี ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รวมถึงนิพพาน (ผมตีความตามความเชื่อทางศาสนาของผม ส่วนศาสนิกอื่นก็จะเป็นไปตามความเชื่อของท่าน) อันอยู่เหนือทุกสิ่ง ที่ต้องอาศัยการฝึกตนเองมายาวนานพอ

 

บรรทัดฐานเป็นอะไรที่สัมพันธ์กับแรงบันดาลใจด้วยครับ ผมก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ด้วย ทำให้ผมเองก็ต้องเตรียมตัวตายเช่นกัน.. และต้องเตรียมให้นานพอ.. และแม้ว่า Character Strengths ของผมจะเป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าผมจะพยายามเติมเต็มอะไรก็ตามเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านนี้และด้านอื่นๆ เท่าใดก็ตาม ผมต้องไม่ลืมเรื่องหนึ่งคือการพัฒนา Character Strength ด้านจิตวิญญาณ ซึ่งต้องอาศัยการสั่งสมภูมิปัญญาอย่างยาวนานเพียงพอ

 

สำหรับวันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านดร.กิตติ มโนคุ้นสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากๆครับ ขออนุโมทนาบุญท่านครับ

 

และขอบคุณผู้สร้างหนัง Cloud Atlas ผู้มี Character Strength ด้าน Spirituality ครับ.. ที่ได้มอบสิ่งดีๆให้กับจักรวาล...

                                     

สำหรับเรื่องราวของ Character Strength ในมิติอื่นๆ ผมจะเขียนมาเล่าให้ฟังทีละข้อในโอกาสต่อๆไปครับ..

 

สำหรับวันนี้

Reference:

หาความรู้เพิ่มเติมเรื่อง Strength Characters and Strengths ได้ที่ http://www.viacharacter.org/viainstitute/classification.aspxThe first picture retrieved November 10, 2013 from

http://www.goodfon.ru/wallpaper/oblachnyy-atlas-cloud-atlas-pe-2874.html

The second picture retrieved November 10, 2013 from http://recovery-corner.blogspot.com/2013_01_01_archive.html 

The third picture retrieved November 10, 2013 from http://blogs.unimelb.edu.au/sciencecommunication/page/2/ 

The fourth picture retrieved November 10, 2013 from http://goldenageoftruth.com/ascension-awakening-kundalini-symptoms/