หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน : เรื่องเล่าจากนิสิต (สาขาวิชาการจัดการคณะการบัญชีและการจัดการ ม.มหาสารคาม)


ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ความเชื่อในการปลูกข้าว เทคนิคและวิธีการที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในการปลูกข้าว การคัดเลือกเม็ดพันธุ์ข้าว เรียนรู้วิธีการดูแลต้นข้าว ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นคุณค่าของ “ข้าว” ว่ากว่าจะได้ ข้าวดีๆ สักหนึ่งจานนั้น ชาวนาต้องทุ่มเทแรงกาย และแรงใจอย่างมากมาย

ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ มีโอกาสได้ลงพื้นที่ในโครงการ 1 หลักสูตร 1 ชุมชน กับคณาจารย์สาขาวิชาการจัดการ ณ ชุมชนบ้านหินปูน ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม
ระยะทางห่างจากมหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่พอสมควร เส้นทางจากมหาวิทยาลัยไปยังชุมชนบ้านหินปูน คือ เส้นทางโกสุม-ขอนแก่น ระหว่างการเดินทางข้าพเจ้าอยากรู้จึงได้สอบถามอาจารย์ของข้าพเจ้าด้วยความอยากรู้ว่า “ทำไมเราถึงเลือกที่จะมาเรียนรู้และบริการวิชาการที่ชุมชนบ้านหินปูนแห่งนี้”

อาจารย์ของข้าพเจ้า ได้เล่าให้ฟังว่า "ชุมชนแห่งนี้ เป็นชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูก จึงทำให้ขาดแคลนข้าวที่จะใช้บริโภคในครัวเรือน อีกทั้งยังขาดแคลนพันธุ์ข้าวสำหรับการเพาะปลูกอีกด้วย ในเมื่อขาดแคลนข้าว ชาวบ้านที่นี้จึงต้องเอา “ปลา” และ “ปลาร้า”ไปแลกข้าวจากชุมชนอื่นๆ เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในชุมชน..."


เมื่อไปถึงชุมชนบ้านหินปูน ข้าพเจ้าพบว่า ชุมชนบ้านหินปูนแห่งนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพลังและความเข้มแข็ง ความสามัคคีอันแน่นแฟ้นของคนในชุมชน และความพร้อมในการทุ่มเทแรงกายและแรงใจของผู้นำหมู่บ้าน ที่พร้อมจะนำพาสมาชิกในชุมชนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทำให้ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีจากการเรียนรู้ร่วมกันผ่านโครงการนี้

และแล้ววันแห่งการเรียนรู้ก็มาถึง

สมาชิกชุมชนบ้านหินปูน มาโดยพร้อมเพียงกันที่ศาลาประชุมประจำหมู่บ้าน คณาจารย์ นิสิต และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกและเพาะพันธุ์ข้าวมาพูดคุยแบบหัวอกเดียวกับชาวนา ซึ่งได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการปลูกข้าว พร้อมกับแนะนำวิธีการในการที่จะทำให้ชุมชนมีพันธุ์ข้าวดีๆ ไว้บริโภค รวมถึงการพูดคุยถึง "ความเชื่อเรื่องการปลูกข้าว" และแน่นอนว่า เป็น "ความรู้" ที่คนรุ่นใหม่อย่างข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ไม่เคยรู้มาก่อน จนต้องเรียนรู้จากการถามจากปู่ย่า ตายาย คนรุ่นก่อนๆ

นอกจากนี้สมาชิกชุมชนบ้านหินปูน อาจารย์และนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ ยังได้เรียนรู้กระบวนการคัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าว
การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวนั้นเป็นกิจกรรมที่สนุกมาก เพราะทุกคนช่วยกันหาเมล็ดพันธุ์ข้าว สำหรับการทดลองปลูก จะต้องเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือ “ขาว ใส อวบ และ จมูกเล็ก” นั้นหมายถึง เมล็ดข้าวจะต้องไม่มีจุดด่างดำ สีใส เมล็ดอวบ ไม่หัก จมูกข้าวต้องเล็กจะทำให้การงอกของต้นนั้นตรง

อย่างไรก็ดีการจะทำให้ธนาคารข้าวประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องมีการวางแผน และให้หลักการจัดการที่ดี คือ เราสามารถใช้การจัดการห่วงโซ่คุณค่า โดยใช้กิจกรรมการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain management) ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยการสรรหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวเองใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเอง เอาใจใส่และดูแลการเพาะปลูกเป็นอย่างดี จนกว่าจะได้ผลผลิตที่น่าพอใจ คือ เพื่อให้ได้ “ข้าวอินทรีย์” ที่มีคุณภาพ ไว้ใช้บริโภคและแจกจ่ายพันธุ์แก่สมาชิกได้ โดยการใส่ใจทุกรายละเอียด



สุดท้ายนี้ สาระแท้อันเป็นประโยชน์สูงสุดที่แท้จริงจากการที่ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ได้รับจากประสบการณ์จริงของ “การมีส่วนร่วม” ในงาน “บริการวิชาการ” ร่วมกับคณาจารย์และชาวบ้านชุมชนบ้านหินปูน คือ การได้ “ช่วยเหลือชุมชนและสังคม” โดยการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จนทำให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน และมีคุณค่าทางจิตใจ ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และได้มีส่วนในการร่วมสร้างสิ่งที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน

นอกจากนี้ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ความเชื่อในการปลูกข้าว เทคนิคและวิธีการที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในการปลูกข้าว การคัดเลือกเม็ดพันธุ์ข้าว เรียนรู้วิธีการดูแลต้นข้าว ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นคุณค่าของ “ข้าว” ว่ากว่าจะได้ ข้าวดีๆ สักหนึ่งจานนั้น ชาวนาต้องทุ่มเทแรงกาย และแรงใจอย่างมากมาย

และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การช่วยสนับสนุนให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จ ก็เหมือนตัวเรานั้นประสบความสำเร็จตามไปด้วย เป็นความสำเร็จที่หาไม่ได้จากรั้วมหาวิทยาลัย นอกเสียจากว่าเราจะลองที่จะเรียนรู้ที่ผ่านการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและชุมชน จึงจะได้ขึ้นชื่อว่า “พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว” ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเล่าโครงการ 1 หลักสูตรหนึ่งชุมชน

ผู้เขียน : นางสาวธารีญา สมัตถภาพงศ์ ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการจัดการ คณะการบัญชีและการจัดการ
โครงการ : การจัดการธนาคารข้าวชุมชนบ้านหินปูน ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม (ปีที่ 2 : ปีงบประมาณ 2556)

หัวหน้าโครงการ : ดร.นวลละออง อรรถรังสรรค์

หมายเลขบันทึก: 554558เขียนเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2013 23:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2014 10:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (7)

ชื่นชมน้องค่ะ เกื้อกูล แลกเปลี่ยน แบ่งปัน ความรู้การจัดการอย่างเป็นระบบของน้อง กับความรู้ ความเชื่อ ภูมิปัญญาเรื่องข้าวของชาวบ้านนะคะ

ขอบคุณอาจารย์แผ่นดินที่นำมาฝากนะคะ

ยินดีกับเยาวชนที่มาเรียนรู้กับชุมชนดีๆอย่างนี้...ชอบใจประโยคนี้มากค่ะ...ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน อย่างแท้จริง

มาให้กำลังใจค่ะอาจารย์

สวัสดีครับ พี่หมอ.ธิรัมภา

ชุมชนนี้เข้มแข็งมากครับ มีการรวมกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มทำงานยึดโยงกันอย่างเป็นระบบ มีผู้นำที่เข้มแข็ง และกำลังกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการตนเอง ขณะนี้มหาวิทยาลัยฯ ก็ลงทำกิจกรรมกับชาวบ้านในหมู่บ้านนี้หลายโครงการ รวมถึงการจับมือกับ สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อเคลื่อนงานวิจัยในชุมชนแห่งนี้ ครับ

สวัสดีครับ พี่นงนาท สนธิสุวรรณ

ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน ...คือปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครับ
ส่วนอัตลักษณ์นิสิต คือ "ช่วยเหลือสังคมและชุมชน"

กิจกรรมเหล่านี้ คือกระบวนการบ่มเพาะให้ได้มาซึ่งปรัชญาและอัตลักษณ์ข้างต้น ครับ

สวัสดีครับ tuknarak

ขอบพระคณที่แวะมาให้กำลังใจ
และขอเป็นกำลังใจให้เช่นกัน นะครับ

ธารีญา สมัตถภาพงศ์

ขอบคุณมากค่ะ หนูเองก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่เปิดดูบทความนี้ คิดถึงกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับชุมชน คณาจารย์และเพื่อนๆค่ะ :)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี