แสวงหาความร่วมมือที่เวียดนาม (10) : มหาวิทยาลัย Hai Phong

ในการเจรจานั้น ฝ่ายเวียดนามพูดภาษาเวียดนามและล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝ่ายเราพูดไทยและอาจารย์เจียมแปลเป็นภาษาเวียดนาม

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้า เตรียมตัวและเก็บของกันเสร็จก็ลงไปรับประทานอาหารเช้า ที่นี่ไม่มีบุฟเฟต์ ต้องสั่งอาหารเอา ดิฉันและอาจารย์อมราจึงสั่งขนมปัง ไข่ดาว และกาแฟ กาแฟที่นี่ต้องเติมน้ำร้อนอีกเช่นเคย

 

กาแฟและขนมปัง

 

เมื่อได้เวลาเจ้าหน้าที่ก็มารับเราเดินทางไปที่มหาวิทยาลัย Hai Phong วันนี้ฝนตกปรอยๆ มองไม่เห็นแสงแดด มหาวิทยาลัยอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 กม. บริเวณมหาวิทยาลัยดูใหญ่โตกว่ามหาวิทยาลัย Dong Thap รถพาเวียนชมบริเวณมหาวิทยาลัยบางส่วน เราแวะชมหอพักนักศึกษา ทั้งหอพักของนักศึกษาเวียดนามและหอพักนักศึกษานานาชาติ เจอนักศึกษาลาวหลายคนมาเรียนภาษาเวียดนาม มีคนหนึ่งจบแพทย์มาแล้ว 

 

โถงชั้นล่างของหอพักนักศึกษาเวียดนาม อาจารย์สมนึกประลองปิงปองกับนักศึกษา

 

ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย

 

ประมาณ 09.20 น. คณะของเราได้พบกับคณะของมหาวิทยาลัย Hai Phong ในห้องประชุม นำโดยอธิการบดีคนใหม่ Ass.Prof. Pham Van Cuong มีคณะผู้บริหารหลายคนมาร่วมประชุมด้วย เช่น รองอธิการบดี คณบดีคณะต่างๆ ฝ่าย Training Department, General Affair ฯลฯ รวมๆ แล้วคณะของมหาวิทยาลัย Hai Phong มีประมาณ 15 คน

 

ภายในห้องประชุม

 

ในการเจรจานั้น ฝ่ายเวียดนามพูดภาษาเวียดนามและล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝ่ายเราพูดไทยและอาจารย์เจียมแปลเป็นภาษาเวียดนาม การบันทึกของดิฉันครั้งนี้อาจไม่สมบูรณ์ดีนัก เพราะจดไม่ค่อยทัน

 

ผลไม้ที่ไว้จัดต้อนรับ

 

อธิการบดีมหาวิทยาลัย Hai Phong แนะนำมหาวิทยาลัยสั้นๆ ประกอบกับการใช้ PowerPoint มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็น Public University อยู่ห่าง 102 กม. ทาง Northeast ของฮานอย และ 70 กม. ทาง Northwest ของ Halong ตั้งมาตั้งแต่ปี 1959 พื้นที่ประมาณ 32 hectare (ไม่แน่ใจว่าฟังถูกไหม) มีนักศึกษาประมาณ 20,000 คน staff 1,000 คน มากกว่า 50% จบระดับ ป.โท ป.เอก มีหลักสูตรจำนวนมาก มีความร่วมมือกับต่างประเทศมากกว่า 10 ประเทศ เช่น ไทย ลาว มาเลเซีย รัสเซีย ออสเตรเลีย จีน อเมริกา มี academic exchange กับสถาบันการศึกษาในไทย (มหาสารคาม) และอเมริกา ปีการศึกษานี้มีนักศึกษาต่างชาติ 200 คน (เคยมีมากถึง 500 คน) ส่วนใหญ่คือจีน ลาว การแลกเปลี่ยนอาจารย์ก็มี...มีการจัด course & intensive course ด้านภาษาเวียดนาม....

ในคณะของเรา อาจารย์อมราเป็นผู้แนะนำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์เลิศชายพูดภาพรวมของสำนักวิชาศิลปศาสตร์ อาจารย์สมนึกแนะนำสำนักวิชาการจัดการและหลักสูตรที่เปิดสอน ตลอดจนโอกาสที่จะมีความร่วมมือในด้านต่างๆ

คณบดีคณะด้านภาษา ของมหาวิทยาลัย Hai Phong เล่าว่าเคยไปประเทศไทย ไปที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง อยากจะขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เห็นความสำคัญของ ASEAN ต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ อยากเห็นความร่วมมือด้านการสอนภาษาเวียดนามและภาษาไทย เคยเปิดสอนภาษาเวียดนามที่จีนและรัสเซีย สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจจะเรียนในเวียดนามก็จะจัดการสอนภาษาให้ก่อน ปัจจุบันสอนภาษาเวียดนามในระดับปริญญาตรี และโท อนาคตจะมีระดับปริญญาเอก

คณบดีคณะเกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวเล่าว่ามีหลักสูตรวัฒนธรรมการท่องเที่ยวและการบริหารการท่องเที่ยว หวังว่าเราจะได้ร่วมมือกัน ที่จะทำได้ทันทีคือการส่งนักศึกษาไป internship การส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อ และการส่งอาจารย์ไปเรียนปริญญาเอกด้านวัฒนธรรมที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คณะ Bio-agriculture เปิดสอน 4 หลักสูตรคือปลูกต้นไม้ (เขียนตามคำแปล) เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเล เพาะเลี้ยงสัตว์ทั่วไป และ Biotechnology สนใจการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระยะสั้น การแลกเปลี่ยนอาจารย์ การอบรมและวิจัยร่วมกัน หวังว่าจะส่งอาจารย์ไปเรียนปริญญาโทปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนร่วมมือสร้างศูนย์พัฒนา/วิจัยร่วมกัน อาจารย์อมราจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ของวลัยลักษณ์มีหลักสูตรอะไรบ้าง เรามีทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

คณบดีคณะบริหารธุรกิจบอกว่าสนใจการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ด้าน internship น่าจะทำได้เลย การเรียนบางรายวิชา แลกเปลี่ยนอาจารย์ ส่วนการส่งอาจารย์ไปเรียนปริญญาโทและเอกนั้น ปัญหาใหญ่คือค่าใช้จ่ายและการทำงานด้านเอกสาร จึงน่าจะเริ่มด้วยการส่งอาจารย์ไประยะสั้น

อาจารย์สมนึกให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องค่าเล่าเรียนในหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก การเรียนปริญญาโทมี course work จึงอาจต้องเรียนภาษาไทยก่อน ส่วนตำราใช้ภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาเอกไม่มี course work แต่ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษ เพราะต้องเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าคะแนนภาษาอังกฤษไม่ดีต้องเรียนเพิ่มเติม ในสำนักวิชาฯ มีอาจารย์ที่พร้อมจะเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ

อาจารย์เลิศชายบอกเรื่องค่าเล่าเรียนของหลักสูตรในสำนักวิชาศิลปศาสตร์ อาจมีการแลกเปลี่ยนแบบ one-by-one และถามคำถามเกี่ยวกับการจัดการ General Education ซึ่งได้คำตอบว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคณะ วิชาที่เรียน เช่น ภาษาอังกฤษ IT ปรัชญา คณิตศาสตร์ เป็นต้น

หลังจากได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างกันพอสมควรแล้ว ก็มีพิธีลงนามใน MOU มอบของที่ระลึก (เจ้าหน้าที่ฝ่ายเขาเป็นผู้บันทึกภาพ) และเจรจารายละเอียดเกี่ยวกับการส่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มาเรียนภาษาเวียดนามที่นี่

เวลา 11.30 น. อาจารย์อมรากล่าวขอบคุณ และอธิการบดีมหาวิทยาลัย Hai Phong กล่าวขอบคุณตอบและเชิญรับประทานอาหารกลางวัน

วัลลา ตันตโยทัย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน งานที่วลัยลักษณ์



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ละเอียดมากเลยครับ

ตอนทำหลักสูตรภาษาเวียดนามให้ กศน หาอาจารย์สอนภาษาเวียดนามยากมาก

น่าสนใจเรียนนะครับ

จะได้มีความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย