ข้อสังเกตหลายประการในงานนี้ แต่บางประการที่จะกล่าว ได้แก่ คนไทยโดยเฉพาะวัยปัญญาชนมีการตื่นตัวในการค้าหาซื้อหนังสือกันมาก

เมื่อวานนี้เป็นวันเสาร์  ครูอ้อยไปเรียนตามปกติ  แต่ตอนบ่ายนั้น  เพื่อนๆได้ชักชวนกันไปซื้อหนังสือที่งานมหกรรมหนังสือ  ศูนย์สิริกิติ์  คลองเตย

ครูอ้อยจอดรถทิ้งไว้ที่หน้าตึกเรียน  และพากันโบกรถรับจ้าง(แท็กซี่)  ไป  และช่วยกันออกค่ารถ  ครูอ้อยเกรงว่าจะไม่ที่จอดรถแน่  เลยไม่เอารถไป

ขาไปนั้นเราผ่าน  ประสานมิตรที่ครูอ้อยเคยไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดที่นี่เป็นประจำเมื่อตอนเรียนปริญญาโท  ทุกอย่างเหมือนเดิม

เมื่อถึงศูนย์ประชุมสิริกิติ์นั้น  คลาคล่ำด้วยผู้คนมากมาย  มีทั้ง  ผู้ใหญ่มาก  วัยปัญญาชน  และเด็กๆ

คนมากมายจริงๆ  ครูอ้อยแทบจะไม่ได้เดิน  และหาโอกาสถ่ายรูปมาให้ดูยากมาก  เพราะเบียดเสียดกัน

มีบูทที่จัดไว้ขายหนังสือจากห้างร้านของเอกชนมากมาย  เลือกไม่หวาดไหว 

เพื่อนๆครูอ้อยบอกว่า   " แยกย้ายกันนะ  แล้วมาเจอกันตรงนี้สี่โมงเย็น."

แต่ครูอ้อยกลัว  ไม่กล้าเดินคนเดียว  ความจริงไม่ใช่คนเดียวหรอก  ครูอ้อยกลัวหลงทางและกลับมาที่นัดพบไม่ถูก  ต่างหาก

เมื่อแยกกันสองทาง  ครูอ้อยเดินกับพี่ตุ๋ย  เธอมาจากอุตรดิตถ์  น่ารักมาก  หาหนังสืออ่านเก่งมาก  เธอบอกว่า  " พี่กลัวจะหาหนังสือเป็นเอกสารอ้างอิงยาก  เวลาเจอหนังสืออะไร  ก็ต้องซื้อไว้ก่อนสบายใจดี

แต่สำหรับครูอ้อยนั้นเลือกหาซื้อหนังสือที่อยากได้เท่านั้น  ที่ไม่ตรงกับความต้องการ  ครูอ้อยจะไม่สนใจเลย

ความจริงแล้ว  งานมหกรรมหนังสือในส่วนแรกที่ครูอ้อยเดินนั้น  ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายทั้งไทยและเทศ  น่าสนุก  ราคาก็ไม่แพง  บางเล่มลดราคา ตั้ง 50 % เลยค่ะ  ครูอ้อยเสียดาย  นำเงินไปน้อย

เมื่อเดินจนเหนื่อยแล้ว  เพื่อนๆของครูอ้อยได้หนังสือมากมายคนละหลายเล่ม เธอเรียนจิตวิทยาปรึกษาแนะแนว  ส่วนอีกคนหนึ่ง  น้องปูเรียนบริหารการศึกษา  วิชาภาษาอังกฤษมีหนังสือมากมายเช่นกัน

เมื่อเห็นเพื่อนๆได้หนังสือกันมากแล้ว  ครูอ้อยก็เริ่มคิดว่า " เหลือเราคนเดียวแล้วที่ยังไม่ได้หนังสือ "

ครูอ้อยเดินไปมาระหว่างร้น SE-ED กับดวงกมลสาสน์ และ สำนักพิมพ์ พ.ว.  พอได้หนังสือมา 1 เล่มเกี่ยวกับการประเมินผล  แต่งโดย  กิ่งแก้ว  อารีรักษ์  ที่ครูอ้อยเคยไปฟังการอบรมกับเธอเมื่อกลางปีที่แล้ว

ครูอ้อยนั่งพักเหนื่อยข้างๆป้าคนหนึ่งที่นั่งหลับอยู่  สงสัยมากับหลาน  และบ้านคงอยู่แถบนี้  หรือไม่ก็นั่งรถยนต์ส่วนตัวมา  สังเกตเธอใส่เสื้อคอกระเช้า  น่าอิจฉาความเย็นสบายของเธอ

ครูอ้อยนั่งอ่านหนังสือเล่มนั้นสักครู่  จึงตกลงซื้อหนังสือราคา 126 บาท  ได้ลดราคา 15 %  แล้ว

   

จากนั้น  ครูอ้อยก้เริ่มหาหนังสือที่ต้องการ  อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำว่า  ชื่อหนังสือ  " เทคโนโลยีร่วมสมัย "  ครูอ้อยเดินจนเหนื่อยอ่อนใจ  ก็ไม่พบ

จนเดินไปสุดบูทของ  SE-ED จึงพบหนังสือเล่มหนึ่ง  ชื่อ  " คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีร่วมสมัย"  ยืนอ่านที่สารบัญอยู่นาน  จึงตกลงซื้อ  ราคา  212 บาท ลดราคา 20 %

ครูอ้อยได้หนังสือแล้วก็เดินมารอเพื่อนๆที่หน้าบูท  มติชน  ซึ่งเป็นบูทใหญ่มาก  มีหนังสือหลายประเภททีเดียว  ที่สำคัญ  ครูอ้อยได้พบนักเขียนที่ครูอ้อยชอบ  คือ  หนุ่มเมืองจันท์  ซึ่งหน้าตาหล่อกว่าในรูปเสียอีก  เสียดายเงินครูอ้อยหมดแล้ว  ไม่งั้นจะซื้อหนังสือของเธอและให้เธอเขียนลายเซนต์ให้

พอถึงเวลานัดพบ  เพื่อนๆก็โทรศัพท์มาหา  และเดินไปพบกันที่หมาย  1 j  แล้วเรียดแท็กซี่กลับไปมหาวิทยาลัย  สรุปแล้วออกค่ารถคนละ 50 บาท  ถูกมาก 

ห้าโมงเย็นครูอ้อยขับรถกลับบ้าน  แวะซื้อไอติมที่ seven  และไปนั่งกินคนเดียวที่ใต้ต้นไม้ใหญ่  ในสวนรถไฟ

จบ  ... รายงานการซื้อหนังสือของครูอ้อย

งานนี้มีตั้งแต่วันนี้จนถึง  29 ตุลาคม 2549 ค่ะ