แกงเลียงเพื่อสุขภาพ

ฟักทอง เราก็จะนึกถึงเลยว่าเป็นเนื้อแข็งๆหรือนุ่มๆสีเหลือง ทำอาหารได้ทั้งคาวและหวานได้อร่อยเพราะเมื่อเนื้อฟักทองสุกจะนุ่มถึงเละส่วนใหญ่แล้วได้กินกันมาตั้งแต่เราไม่มีฟันขึ้นต่อจากกล้วยน้ำว้าสุก  และเมื่ออายุมากขึ้นฟันไม่ดีหรือวัยชราก็กลับมากินฟักทองอีก เป็นพืชที่สุกแล้วเคี้ยวง่ายไม่ต้องบดตำเหมือนพืชอื่นๆ 

 

แกงเลียงฟักทอง

 

 

วิธีทำ

 

1. ตำเครื่องปรุง แกงเลียง 4 อย่าง คือ พริกไทยเม็ด  หัวหอมแดง กุ้งแห้ง กะปิ

   แต่ละอย่างพอประมาณกับฟักทองที่เตรียมจะแกง ตำรวมกันให้ละเอียด

2. ฟักทองผิวเปลือกไม่แข็งล้างน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ

   แต่ถ้าเปลือกแข็งนำปอกเปลือกออกก่อนแล้วค่อยหั่นเป็นชิ้นๆ

3. กุ้งแกะเปลือกหัวขาหางผ่าหลังดึงเส้นดำออก ล้างน้ำให้สะอาด

4. ใบแมงลัก เด็ดเป็นยอดใบล้างน้ำให้สะอาด

5. น้ำใส่หม้อตั้งไฟพอเดือดใส่เครื่องปรุงที่ตำ ปล่อยเดือดสัก 15 นาที ปรุงรสด้วยน้ำปลาอย่างเดียว ความหวานจะได้จากฟักทอง ใส่ฟักทองไม่ควรคนบ่อยฟักทองจะไม่เป็นชิ้น พอฟักทองใกล้สุก ใส่กุ้ง พอกุ้งสุกใส่ใบแมงลัก เดือดปุดอีกครั้งก็ปิดไฟ

 

 

ฟักทองทำแกงเลียงใช้ได้ทั้งลูกอ่อนและลูกแก่

 

หากปลูกไว้ก้เก็บสดมาใส่หอมอร่อย

 

 

 

 

ข้าวอัญชัน เด็ดดอกมาจากต้นหรือซื้อมา นำดอกล้างน้ำให้สะอาดก่อนแล้วนำมาขยำกับน้ำแล้วกรองใช้แต่น้ำไปหุงข้าวใส่น้ำเท่ากับที่หุงข้าวตามปกติ สีของเมล็ดข้าวเมื่อสุกฟ้าเข้มฟ้าอ่อนอยู่ที่ปริมาณดอกอัญชันและข้าว

 

แกงเลียง

เป็นอาหารเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ บำรุงธาตุ ขับลม ลดไขมันได้ดีเพราะมีพริกไทยเม็ด แกงใส่ปลาย่างแห้งหรือปลาสดย่างก็ได้ ผักที่แกงเลียงได้มีหลายชนิดเช่น บวม ตำลึง น้ำเต้า ข้าวโพด ยอดฟักทอง ฯลฯใส่อย่างเดียวหรือหลายอย่างตามชอบนะคะ

 

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี

วันเสาร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๕๕๖