คุณยายพาน้องพลอยมาตรวจที่โรงพยาบาล ด้วยเรื่องบ่นปวดหูด้านขวามา 2 วัน
เมื่อคืนคุณยายลองเอาไฟฉายส่องเห็นแสงแว๊บๆในช่องรูหูด้านขวา
เมื่อน้องพลอยได้มาพบคุณหมอ คุณหมอเห็นสีหน้าน้องพลอยที่ค่อนข้างกังวลและดูจะกลัวคุณหมอสักเล็กน้อย คุณหมอได้กล่าวทักทายน้องพลอยแล้วชวนคุยเรื่องทั่วไปสักครู่เพื่อให้น้องพลอยลดความกังวลและกล้าคุยกับคุณหมอมากขึ้น
คุณหมอ " สวัสดีค่ะน้องพลอย วันนี้น้องพลอยมาหาคุณหมอ ด้วยเรื่องอะไรค่ะ "
น้องพลอย " หนูปวดหูด้านขวาค่ะ "
คุณยายพูดเสริมอาการว่า " น้องพลอยบ่นปวดหูด้านขวามา 2 วันแล้วค่ะ คุณยายเอาไฟฉายส่องดู เห็นอะไรเรื่องแสงอยู่ข้างใน เลยพาน้องพลอยมาให้คุณหมอตรวจค่ะ "
คุณหมอได้ฟังอาการเบื้องต้น หลังจากนั้นจึงขอตรวจในหูของน้องพลอย โดยใช้เครื่องมือส่องดู เพื่อให้น้องพลอยไม่กลัวมาก จึงให้น้องพลอยนั่งบนตักคุณยาย
คุณหมอ " เจอแล้วค่ะ เศษพลาสติกสีเขียวนี่เองที่อยู่ในช่องรูหูของน้องพลอย เดี๋ยวคุณหมอจะคีบเจ้าเศษพลาสติกนี้ให้น้องพลอยจะได้หายเจ็บนะคะ "
คุณหมอจึงพาน้องพลอยไปที่ห้องฉุกเฉินและได้ใช้เครื่องมือ คีบเศษพลาสติกออกมา หลังจากคีบเจ้าเศษพลาสติกออกมาได้ น้องพลอยก็หายปวดหูเลยค่ะ
เศษพลาสติกอันนี้เป็นเศษของเล่นของน้องพลอยที่บ้านค่ะ คุณยาย อธิบายเพิ่ม
ก่อนกลับบ้านคุณหมอได้ให้คำแนะนำแก่คุณยาย ว่าเด็กในวัยนี้อาจจะหยิบสิ่งของชิ้นเล็กๆ เช่น ลูกปัด เมล็ดผลไม้ เศษของเล่น ใส่ในรูต่างๆในอวัยวะของร่างกายได้
และถ้าสิ่งแปลกปลอมอยู่ในรูหูเป็นเวลานานๆโดยไม่ได้รับการเอาออก อาจทำให้เกิดการอักเศษของหูชั้นกลางเกิดขึ้น
คุณยายได้ให้คำสัญญาว่ากลับไปบ้านจะคอยตรวจสอบของเล่นว่าอยู่ในสภาพคงทน แข็งแรง และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้ปลอดภัยมากขึ้น
คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครอง ถ้าเด็กๆมีอาการปวดหู เจ็บจมูกหรือมีหนองไหลออกมาทางช่องรูหู รูจมูก ให้คุณพ่อคุณแม่
สงสัยว่าอาจมีสิ่งแปลกอยู่ในนั้น ควรรีบพาเด็กๆมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษานะคะ

ได้ประโยชน์มากค่ะ
เหตุการณ์สดๆร้อนๆวันนี้เองค่ะ รีบเอามาเล่าสู่กันฟัง ช่วยกันระวังเพื่อลูกรักค่ะ^_^
คุณหมอน่ารักแบบนี้…คราวหน้าน้องพลอยคงไม่กลัวแล้วค่ะ
ดีนะที่น้องพลอยให้ความร่วมมือกันคุณหมอ
เด็กรายอื่นไม่ให้ความร่วมมือ
อาจทำการคีบออกได้ยาก และอาจเจ็บได้
บางรายดิ้นมาต้องให้ยาทำให้หลับเชียว
การระมัดระวังจึงสำคัญมากๆครับ
ชื่นชมคุณหมอด้วยอีกคนค่ะ