หลายคนอาจเคยดูหนังทาง True ครับ.. True Vision มี Series ดีๆ ที่น่าติดตามมากหลายเรื่อง ที่คุ้นๆกันก็จะมี CSI ที่ฉายมานับสิบปี.. และอื่นๆ.. แต่ที่มาใหม่ๆ และน่าติดตามมากๆ คือเรื่อง The Blacklist ซึ่งมาใหม่ครับ..
เรื่องนี้วางพล๊อตเรื่องน่าสนใจคือเป็นเรื่องที่อาชญากรที่สำคัญของโลกคนหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาที่ FBI โดยยอมให้จับกุม แต่ก็เสนอตัวช่วย FBI จับตัวคนร้าย ที่ร้ายชนิด FBI ก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีร้ายอย่างนี้ด้วย.. แต่มีข้อเสนอคือเขาจะยอมพูดกับเจ้าหน้าที่ FBI เพียงคนเดียวเท่านั้นคือนางเอกนั่นเอง.. ความรู้มือของอาชญากรนิสัยประหลาด และ FBI สาวนำไปสู่การยุติการก่อการร้ายสำคัญๆของโลก ชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึงได้หลายคดี ลองไปติดตามดูนะครับ ตื่นเต้นใจหายใจคว่ำทุกตอน... และพอดูเรื่องนี้ทำให้ผมนึกทฤษฎีหนึ่งครับคือ Johari's Window.. ที่อาจเก่าหน่อย คือคนเรามีสี่มิติครับ.. ตามภาพข้างล่างนี้
มิติแรก เรารู้ คนอื่นรู้
มิติที่สอง เรารู้ คนอื่นไม่รู้
มิติที่สาม คนอื่นรู้ เราไม่รู้
มิติที่สี่ คนอื่นก็ไม่รู้ เราก็ไม่รู้
จะเห็นว่าถ้าไม่เกิดเหตุการที่มีผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ในเรื่องนี้คืออาชญากรที่ฉลาดที่สุดในโลก) มาช่วย.. FBI จะยังคง ต้องทำงานอยู่ในมิติสองมิติเท่านั้น ด้วยขอบเขตความรู้จำกัดอยู่เท่านั้น พอมีคนมาช่วยทำให้มองเห็นอีกสองมิติ คือสิ่งที่อาชญากรรู้ FBI ไม่รู้ และอาจก้าวล่วงมาค้นพบอะไรที่น่ากลัวมากๆ คือเราไม่รู้ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เราก็ไม่รู้ เพราะไม่มีใครรอบตัวเคยบอกเลย เรียกว่าไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร.. อันหลังนี่น่ากลัว.. เพราะในเรื่อง บางครั้งขนาดอาชญากรที่เก่งที่สุดที่คลุกคลีโลกมืดมานานถึงกับ "เงิบ" เพราะก็ไม่รู้เช่นกัน.. เรียกว่าเกือบพากันลงเหว..
ย้อนกลับมางานพัฒนาองค์กร (Organization Development-OD) .. เราทำอะไรครับ งานพัฒนาองค์กร คืองานสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการต่างๆ ตามโจทย์ต่างๆ ที่ได้รับมา แต่ตามประสบการณ์ของผม โจทย์ของคนจำนวนมาก มักมาจากมิติที่หนึ่งหรือมิติที่สอง.. คือเป็นอะไรที่เรา "คิด" ว่าเรารู้ครับ มันมาจากประสบการณ์เดิม.. แต่มีอีกสองมิติที่อาจเป็นตัวสร้างปัญหาอยู่ลึกๆ และถ้าไม่แก้ไขอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต.. ก็คล้ายๆกับ FBI คือ..ปัญหาในมิติที่สามและมิติที่สี่.. ซึ่งจุดร่วมคือ "ความไม่รู้ของเราเอง"... ซึ่งที่ปรึกษาอาจมองเห็น ลูกค้ามองเห็น แต่บางเรื่องนี่จัดโหด ลูกค้าก็ไม่เห็น ที่ปรึกษาก็มองไม่เห็น
และทำอย่างไรล่ะจะมองเห็น.. วิธีที่ใช้คือเราใช้การประเมินครับ บางทีเราช้ประเมินบุคลิกภาพเป็นตัวช่วย.. ทีหลายทฤษฎีครับ.. ทีี่คิดตังค์ก็มีเช่น DISC และWhole Brain Literacy กลุ่มนี้มีลิขสิทธิ์... ที่ไม่คิดเงินก็มีเช่น Enneargram และสัตว์สี่ทิศ (ดูงานของดร.วรภัทร์ ภู่เจริญเรื่องผู้นำสี่ทิศ)... การันตีว่ามีประสิทธิภาพไกล้เคียงกับกลุ่มที่ใช้เงิน
วันนี้แนะนำเรื่องหนึ่งคือแบบประเมินสัตว์หกตัวที่พัฒนามาจากหนังสือ Surviving Your Serengeti ที่มีแปลเป็นไทยแล้วครับ.. อ่านแล้วลองทำดูก็ได้.. นี่ช่วยในการมองมากๆ.. มีใครบ้างครับ
ละมั่ง สัญญลักษณ์ของความทรหดอดทน
สิงโต เจ้าแผนการ
พังพอน กล้าเสี่ยง
ยีราฟ สง่างามทั้งกายและใจ
ช้าง สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
จระเข้ นักแสวงหาโอกาส
เสือชีต้าห์ เจ้าแห่งประสิทธิภาพ..
ผมเข้าไปลองประเมินดูในเว็บชื่อ http://www.whatanimalami.com/
พบว่าผมเองเป็นสัตว์ประเภทหนึ่ง คือจระเข้ เป็นนักแสวงหาโอกาส.. ชัดเลยใช่แฮะ.. แต่ผมขาดอะไรล่ะ พออ่านหนังสือและแบบประเมินจบ จะพบว่าผมมีทักษะที่ต้องพัฒนาอีกเพียบ เช่นการสื่อสารผมไม่ดีอย่างช้าง ละมั่งยังไม่ทนพอ... และอื่นๆ.. นี่แหละที่ทำให้ผมเห็นตัวเอง.. ในแบบที่เพื่อนร่วมงานอาจเห็นแต่ไม่กล้าพูด หรือไม่เห็นด้วยซ้ำ.. ที่สุดก็อยู่ไปเรื่อยๆ.. พอทำแบบประเมินผมรู้แล้วว่าที่ผมพลาด ผมยังอยู่ห่างเป้าหมาย และสิ่งที่ผมไปสร้างปัญาให้คนอื่นอยู่ตรงไหน..
เมื่อชาว OD ให้ลูกค้าทำแบบประเิมนเสร็จแล้ว.. ก็สามารถพาลูกค้าพัฒนากิจกรรม เพื่อเสริมทักษะในสิ่งที่เราขาด โดยอาจเป็นในรูปของการ Coaching หรือ Training ...อย่างที่ผมทำก็มาต่อยอดด้วย Appreciative Inquiry (AI) ไปเลย แล้วแต่ความเชี่ยวชาญของ OD Consultant แต่ละคน..
การประเมิน ยิ่งทำทั้งหมดทั่วองค์กร คุณจะเห็นเลยปัญหาน่าจะเกิดจากอะไร ... ในส่วนของลูกค้าเองบางทีก็
"อ๋อ.. ที่เคยไปรบรากับชาวบ้าน ก็เพราะเราเป็นสัตว์คนละตัว พื้นฐานนิสัยคนและแบบ..”
“อ้อ.. ที่เรามีปัญหาเพราะทักษะด้านอื่นไม่พอนั่นเอง...”
ตรงนี้เมื่อคนรู้แล้ว คุณจะใส่เครื่องมืออะไรลงไป มันจะง่ายขึ้นครับ.. อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ลอยนวล สร้างปัญหาต่อไปเลยครับ.. มารู้จักด้านที่ไม่รู้ของตัวเองก่อนกันดีกว่า
และปัญหาขององค์กรจำนวนมาก เท่าที่ผมทำงานด้าานพัฒนาองค์กรมาเกือบสิบปีนี่..มาจากมิติที่สามและสี่นี่เยอะมากๆครับ.. พอทำคุณจะเห็นเองและบางทีคนที่เราจะขำตัวเองว่าทำไมถึงเพิ่มมารู้นะ หลงโง่มาตั้งนาน และหลายคนจะอยากพัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กรขึ้นมาเองครับ
วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
ปล. อ้อสัปดาห์หน้ามีประชุมวิชาการเรื่อง SOAR นี่ก็เครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้ในมิติที่สามกับมิติที่สี่ครับ อย่าพลาดครับ โอกาสเรียนกับเจ้าของทษฎีจริงๆ ไม่ได้มีมากอย่างที่คิดนะครับ
Reference:
The first picture retrieved November 15, 2013 from
http://www.behance.net/gallery/The-Blacklist-(NBC-Series-Pilot)-Graphics-Photoshop/8857667
The second picture retrieved November 15, 2013 from http://putingpangil.deviantart.com/gallery/
The third picture retrieved November 15, 2013 from http://www.pranbook.com/products.php




ต้องรีบไปทำแบบประเทินตนเองด่วนเลยค่ะ
แล้วที่แน่นอนที่สุดของวรรณกรรมของมนุษย์ ที่มอบให้ท่าน “เสพ”
การก่อการร้าย จะเป็นงานบองมุสลิม หรือ พวกชาติอาหรับ เพื่อพยายามแปรคุณค่าที่จีรัง ของพระเจ้า คือ อิสลาม คือ สันติ ไปเป็น อิสลาม คือ รุนแรง ตามสไตล์ ของวรรณกรรมมนุษย์ ที่มีจุดมุ่งหมาย มี hidden agenda แล้วคนไทยเป็นนักเสพวรรณกรรมนิยม ก็ไปเสพเฉกเช่น หมู่ชนที่บันเทิงโดยไร้นวัตกรรม ไร้อิถิบาท4 ทั่วไป. จากนั้น มายาคติ ทั้ง myst และ mist ก็มาปรากฎตรงหน้า letina ที่พระเจ้าสร้างมาให้พวกเขา สุดท้าย การเนรคุณ แบบ บันเทิงเนรคุณ จึงเกิดยังสมองทุกๆส่วนอย่างเต็มพื้นที่. ลองแบ่งให้มันว่าง เพื่อ การกตัญญู กันแล้วหรือยัง มนุษยชาติ ผู้เสพ เอ๋ย