งานประเมินผลงานโครงการ สคส. เป็นส่วนหนึ่งของงานสำนักงาน คือ เก็บรวบรวมงานของแนวหน้า (น้อง ๆ ผู้ประสานงานโครงการที่ออกไปเดินสายพบปะผู้ดำเนินการ KM) รวบรวม เรียบเรียง แต่ไม่ตบแต่งใหม่ แล้วส่งต่อให้คณะกรรมการประเมิน ซึ่งได้รับมอบหมายจาก สสส. ให้ประเมิน สคส. ได้ศึกษาล่วงหน้า 1 เดือน

         แล้วที่ The Tide Resort บางแสน ในวันที่ 19 ต.ค. 49  ก็ถึงวันที่คณะกรรมการประเมินผลงานกำหนดไว้ว่า จะสัมภาษณ์ สคส. และ ภาคี เพื่อควานหาผลลัพธ์ ผลสำเร็จ จากการดำเนินงานของ สคส. ซึ่ง สคส. ก็อยากเห็นผลการประเมินเช่นกัน เพราะเรามักมองเห็นตัวเองไม่ค่อยถนัด  แต่ถ้ามีกระจกมาสะท้อนจุดบอดหรือจุดที่ตัวเรามองไม่เห็น  จะทำให้เรารู้ตัวและมีโอกาสปรับปรุงจุดบอด  หรืออีกแง่หนึ่งคือ มีคนอื่นมาตอกย้ำว่า จุดที่เราคิดว่าดีนั้น คนอื่นก็เห็นดีด้วย  ยิ่งเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเรา เป็นตัวชี้ หรือ ตัวนำร่อง อย่างหนึ่งได้

        สคส. นำเสนอผลงานของตัวแทนภาคีเด่น 10 หน่วยงาน  และคณะกรรมการประเมินได้เชิญทั้ง Top Ten ไปให้ tacit knowledge จากการใช้ KM ได้แก่

1. กรมอนามัย โดย พญ. นันทา  อ่วมกุล   
2. กรมสุขภาพจิต โดย คุณสมพร  อินทร์แก้ว
3. เครือข่ายการจัดการความรู้ในองค์กรทางการศึกษา หรือ  Ed-KM โดย ผศ.ดร.เลขา  ปิยะอัจฉริยะ
4. โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดย ดร.ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ รองผู้อำนวยการ
5. โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาสถาบันจัดการความรู้ชุมชนท้องถิ่น โดย คุณทรงพล เจตนาวณิชย์
6. มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี โดย คุณเดชา  ศิริภัทร
7. เครือข่ายเบาหวาน โดย ดร. วัลลา ตันตโยทัย โรงพยาบาลเทพธารินทร์  
8. Weblog:  Gotoknow.org  เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเวทีเสมือน โดย ผศ.ดร. วิบูลย์  วัฒนาธร
9. เครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย (UKM) โดย อ. พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
10. กรมส่งเสริมการเกษตร (ตั้งใจจะไปร่วมด้วยช่วยกัน แต่ติดภารกิจรับเสด็จ)

 

          ภาคีทุกท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก ๆ  ไม่ได้มีการเตี๊ยมกันก่อนพบคณะกรรมการประเมิน เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างอิสระ และบนพื้นฐานของความเป็นจริง แล้วไปเล่าสู่กันฟัง

          ในขณะที่ ในห้องหนึ่ง ที่คณะกรรมการประเมินกำลังขะมักเขม้นกับการค้นหาผลลัพธ์ ผลสำเร็จของ สคส.  พวกเราและภาคีรวม 20 ชีวิต ก็กำลังเล่าประสบการณ์ KM กันแบบเข้าด้ายเข้าเข็ม  หลายท่านบอกว่าผิดหวังและขมขื่นเมื่อแรกเริ่มรู้จัก สคส. แต่แล้วในที่สุดก็พบว่า นั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิในทุกวันนี้ (ติดตามได้ที่ http://gotoknow.org/blog/uraiman/55312 หวานเป็นลมขมเป็นยา ค่ะ

          ในส่วนของ สคส. มีการเตี๊ยมกันเล็กน้อยตามนิสัยคือ ไม่อยากไปคว้าน้ำเหลว หรือ เป็น ไก่ได้พลอย  เพราะมีโอกาสได้ไปพบ 10 ภาคีดีเด่นพร้อมๆ กัน ในเวลาเดียวกัน  ได้ยินแล้ว หัวใจเต้นทะลุออกนอกอกไปแล้ว  ฉะนั้น ท่านทั้งหลายไม่มีโอกาสรอดซะหรอก  พวกเราขอมีโอกาสได้ซึมซับ "ความรู้ฝังลึก" ให้ชุ่มชื่นหัวใจ  เพราะรู้ว่า โอกาสดี ๆ อย่างนี้ หาได้ง่ายซะเมื่อไหร่

           พวกเราช่วยกันคิดจัดเวทีพบปะ "ราชสีห์" แห่ง KM  มีอาสาวิทยากรชุด 1 ชุด2 เพื่อดำเนินรายการ  ปรากฏว่า พอถึงเวทีจริง  พวกเราเป็นหนูตัวน้อย ๆ ไปเลย เพราะท่านราชสีห์ "พรั่งพรู" tacit ของท่านออกมาอย่างมากมายเหลือคณานับ  ไม่ใช่แต่เพียงพวกเราที่รู้สึกว่าเต็มอิ่มกับการดื่มด่ำอรรถรสนั้น ๆ เชื่อว่า ทุก ๆ ท่านที่ร่วมอยู่ในเวที ก็สามารถสัมผัสความรู้สึกนี้ได้เช่นกัน บางท่านก็บอกว่า ไม่พอด้วยซ้ำไป  แว่วเสียงดัง ๆ ว่า อยากให้มีโอกาสพบกันอย่างนี้อีก ปีละหนก็ยังดี (แว่วเสียงจาก ดร. วัลลา) เพราะคิดถึงเพื่อนภาคีจังเลย  เวทีนี้เนียนเป็นธรรมชาติจริง ๆ ค่ะ

         ความประทับใจเล็ก ๆ แต่รู้สึกว่ายิ่งใหญ่คือ หลังจากอิ่มจากอาหารกลางวัน  เดินตามหลัง ดร.วัลลา และสังเกตเห็นว่า รองเท้าคัชชูของท่านสีดำสนิท ดูมั้ยใหม่ ไม่มีรอยขีดข่วนเลย ได้รับการดูแลอย่างดี ก็แอบชื่มชมอยู่ในใจ  มารู้ความจริงในห้องพบปะตอนบ่ายว่า  ท่านตั้งใจอย่างมากที่จะมาในวันที่ 19 ต.ค. นี้  รู้สึกเป็นเกียรติ ดังนั้น เตรียมพร้อมเต็มที่ ตั้งแต่ การเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ (ปกตินอนเที่ยงคืน) ปรากฏว่าตื่นมาตอนเที่ยงคืนครั้งนึง  ตอนตี 2 ครั้งนึง (เกรงจะตื่นสาย แล้วมาไม่ทัน)  เสื้อผ้า/ รองเท้า ต้องเนี๊ยบ  ต้องให้ดูดีที่สุด เพื่อ สคส. (ซึ้งในน้ำใจท่านจริง ๆ ค่ะ)  ภาคีท่านอื่น ๆ ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้เล่าให้คนอื่นฟัง  เห็นได้จากความพร้อมของทุกท่านที่พกมาเต็มร้อย

           หลังจากคณะกรรมการประเมินได้ศึกษาเอกสาร และพบปะสนทนากับภาคีของ สคส. แล้ว ก็จะร่วมกันพิจารณาผล หาข้อสรุป พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ  และนำผลลัพธ์ที่ได้เหล่านั้นมาทบทวนและสอบยืนยันกับ อ.วิจารณ์ และ อ.ประพนธ์ อีกครั้งหนึ่งว่า เข้าใจถูกต้องตรงกันไหม ในวันที่ 20 ต.ค. 49  ซึ่งพวกเราก็คอย ๆ ฟังข่าวอยู่ว่า จะเป็นอย่างไร  ซึ่งเมื่อบ่ายวันที่ 20 ต.ค.  อ.วิบูลย์ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดมาก ๆ ให้เลขาฯ ช่วยโทรมาถามผลที่ สคส. ทำให้พวกเราก็อดตื่นเต้นไม่ได้   ทำใจให้รอคอยฟังข่าวจากอ.วิจารณ์ และ อ.ประพนธ์

           แต่ที่แน่ ๆ และเห็นจะจะในครั้งนี้ คือ ผลลัพธ์ ผลสำเร็จ ผลรวมพลังที่ใหญ่ยิ่ง อยู่ที่ภาคี สคส. และ ผู้ปฏิบัติร่วมวง KM แน่นอนค่ะ

           น้อง ๆ ผู้ประสานงานโครงการ สคส. ได้เผยความรู้สึกกันบ้างแล้ว ประทับใจกันทุกจุด ทุกประเด็น แต่จะเก็บประเด็นไหนมาเล่า  ตามไปดูน้อง ๆ เล่าให้ฟังที่
คุณอุทัย อันพิมพ์ (Intern)
คุณธวัช หมัดเต๊ะ
คุณอุไรวรรณ
คุณฉันทลักษณ์ 1 และ  คุณฉันทลักษณ์ 2