จากที่ทาง คปสอ.คำเขื่อนแก้ว ได้ขับเคลื่อนมิติสุขภาพที่มีการผสมผสานวิถีพุทธเข้ามาร่วมกับการขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่ถือได้ว่ามีการวางรากฐานมาไว้ค่อนข้างดี และปีนี้ท่าน สสอ.ท่านวิทยา เพชรรัตน์...มีแนวคิดที่จะยกระดับและพัฒนาคุณภาพการทำงาน ตลอดจนศักยภาพคนทำงานเอง จึงได้วางยุทธศาสตร์ นำ R2R เข้ามาเป็นเครื่องมือในการร่วมขับเคลื่อนในครั้งนี้ด้วย
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรับเชิญไปร่วมในการทำกระบวนการขับเคลื่อนครั้งนี้ด้วย
และเครื่องมือที่ข้าพเจ้าถนัดและนำไปร่วมต่อยอดก็คือ R2R&KM




การเรียนรู้วันแรก ... ดำเนินไปภายใต้บรรยากาศของความเป็นกันเอง และเรียบง่าย ใช้ตัว DM & HT (เบาหวานและความดันโลหิตสูง) เป็นตัวเดินเรื่อง ทำให้การจัดกระบวนการเรียนรู้ทำได้ง่ายขึ้น เพราะต่างมีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ตัวชี้วัดสุขภาพในภาพเชิงระบบของอำเภอเมือง
นำกระบวนการวิจัยที่มีลักษณะแบบ R2R มาสนับสนุนพัฒนาวิถีการทำงานของคนหน้างานให้มีคุณค่าขึ้น
เริ่มต้นการเรียนรู้ด้วยเรื่องเล่า ให้แต่ละ Node ได้เล่าถึงบริบทและประสบการณ์ของการดำเนินงาน DM & HT แลกเปลี่ยนกันและในแต่ Node พร้อมช่วยกันค้นหาโอกาสของการพัฒนาและปัญหาที่เกิดขึ้นที่นำไปสู่การตั้งคำถามการวิจัยที่นำไปสู่การแสวงหาคำตอบที่เป็นระบบ



ข้าพเจ้าเป็นคนที่ค่อนข้างจะเชื่อในกระบวนการ KM ว่าเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีพลัง ซึ่งเป็นพลังด้านบวกและสามารถนำมาใช้ในการดึงศักยภาพของผู้คนที่อยู่ในกระบวนการนั้นออกมาได้
ซึ่งบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในสองวันที่ CoP R2R DM คปสอ.คำเขื่อนแก้วนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ให้เห็นถึงพลังดังกล่าว
และสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่ามาก เมื่อท่านผู้บริหาร ในช่วงแรกท่าน take บทบาทของความเป็นคุณเอื้อ ที่ทำให้การดำเนินกระบวนการดำเนินไปได้ภายใต้บรรยากาศที่เรียกว่า Safety Zone และเมื่อกระบวนการเริ่มเข้มข้นขึ้นท่านก็สามารถที่จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นคุณอำนวยที่คอยเชียร์และเร้าให้คนหน้างานได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ทางปัญญาผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ได้ลึกซึ้งขึ้น
ทำให้สองวันแห่งการเรียนรู้เป็นวันที่เต็มอิ่มมาก
มีทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงเล็กๆ ... และการบอกเล่าต่อวงใหญ่
ในบางช่วงเวลา ทาง R2R Facilitator เองก็ใช้วิธีเข้าไปเร้าการแลกปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในวงเล็ก
ถือว่าเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย ที่แต่ละ Node ได้เริ่มนำ R2R เข้ามาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับการขับเคลื่อนงานในครั้งนี้



ในทัศนะของข้าพเจ้ามองว่าการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือ มิตรภาพ ... พี่ๆ น้องๆ ...
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ความเบิกบาน และความมุ่งมั่นของนักพัฒนา ที่ไม่เคยยอมจำนนต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในหน้างาน
ความเป็นผู้นำ และภาพของผู้ตามที่พร้อมก้าวย่างไปด้วยกัน
ที่สุดแล้ว คุณูประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือ ประชาชน ที่จะได้รับการดูแลและเยียวยา อย่างเต็มที่และเต็มเปี่ยม
การเรียนรู้ไม่ใช่การมุ่งเป้าหมายไปที่การได้ผลงาน R2R หากแต่เป็นการเปิดประตูทางปัญญาที่นำไปสู่การแตกยอดอย่างไม่หยุดนิ่ง



...
๕-๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖