ห่างหายกันไปนานเป็นเดือน เนื่องจากติดภาระกิจคุณแม่เต็มเวลามากๆๆ(ลูกปิดเทอม) ฮ่าๆๆ กลับมาครั้งนี้มีเรื่องเล่าอีกแล้วจ้า แม่ดาวและครอบครัวมีโอกาสได้ไปร่วมปันน้ำใจให้กับโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ที่จังหวัดกาญจนบุรี มีเหตุการณ์หนึ่งก่อนการไปบริจาคเกิดขึ้น ขณะที่แม่ดาวกำลังคัดของรอบ 2 ที่เตรียมสำหรับนำไปให้เด็ก ๆ แม่ดาวรื้อเสื้อผ้าลูกต่อจากที่มีบางส่วนนำฝากน้องไปแล้ว รื้อ ๆ อีกเผื่อจะมีเสื้อผ้าที่เราจะนำไปแบ่งปันเด็ก ๆ ได้อีก เจอกางเกงยีนส์ของน้องดีโด้สภาพใหม่มาก และเห็นว่าเขาไม่ค่อยได้ใส่เลย เพิ่งซื้อมาไม่นานเท่าไหร่ เก็บจะนำไปแบ่งปัน น้องดีโด้เดินมาเห็นเข้า เขาก็หยิบเพราะเป็นกางเกงที่เขาเคยโปรดปรานเป็นที่สุด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เขาออกอาการไม่อยากให้ (ลูกชายแม่ดาวอายุ 6 ขวบเนอะ เผื่อใครไม่เคยได้อ่านมาก่อน)
แม่ ลูกชอบกางเกงตัวนี้มากเลยใช่ไหม แม่เห็นลูกดูเหมือนไม่อยากจะให้แม่นำไปบริจาค
ดีโด้ ใช่ กางเกงยีนส์ตัวนี้มันเท่ห์มากนะแม่ ดีโด้ชอบมาก และก็ยังใหม่อยู่เลย ดูซิ
แม่ จริงของลูก มันเท่ห์มากจริง ๆ และก็ยังใหม่มากอย่างที่หนูบอก ลูกคิดว่าหากเด็กคนไหนที่ได้ไปจะรู้สึกยังไง ถ้าได้กางเกงตัวนี้ของลูกไป
ดีโด้ เขาก็คงดีใจมาก ก็มันเท่ห์มาก
แม่ นั่นซิเนอะ เขาคงดีใจมากจริง ๆ เพราะมันเท่ห์มากจริง ๆ
ดีโด้ แต่ดีโด้เสียดาย ไม่อยากให้ ขอลองใส่ดูก่อนได้ไหม ถ้าใส่ได้อยู่ดีโด้ยังอยากเก็บไว้ใส่เอง
แม่ ได้ครับ กางเกงของลูก ลูกมีสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ (แล้วก็ส่งกางเกงให้เขาได้ลองใส่ดู)
ดีโด้ลองใส่ ผลคือเขาใส่เองไม่ได้ (จริง ๆ มันยังใส่ได้อยู่ ถ้าพยายามเพราะเป็นทรงเดฟ พอดีตัว) เขาถอดออก และส่งมาให้แม่ บอกว่า
ดีโด้ ดีโด้ก็ยังชอบอยู่มากนะ แต่ใส่ไม่ค่อยจะได้แล้ว บริจาคให้คนอื่นดีกว่า
แม่ ขอบคุณนะครับ ลูกมีน้ำใจมากเลย แม่คิดว่าเด็กคนไหนที่ได้ต้องดีใจและรู้สึกขอบคุณหนูเช่นกัน
จากนั้นเราก็นั่งคุยกันว่า ลูกคิดว่า ของที่เราจะนำไปบริจาคนั้นควรเป็นของแบบไหน อย่างไร ฟังเขาตอบในมุมมองของเขา และเสริมในมุมมองของเรา สำหรับแม่ดาวหากเป็นเมื่อก่อน ของที่นำไปบริจาคก็คงเป็นมุมเดียวกับที่ลูกบอก คือ ของที่เราไม่ใช้แล้ว ไม่มีประโยชน์สำหรับเราแล้ว แต่หากเป็นปัจจุบัน ของที่จะนำไปบริจาคนั้น ควรเป็นของดี มีประโยชน์ต่อเขาด้วย ไม่ใช่ของเหลือใช้ที่นำไปใช้ต่อแทบไม่ค่อยจะได้ และบางสิ่งหากเราคิดว่าไม่ดีต่อเราแล้ว เราก็ไม่ควรส่งต่อให้ผู้อื่นเช่นกัน หากมีเงินมากพอที่จะซื้อบางสิ่งที่เป็นของใหม่ได้ ก็จะทำ ครั้งหน้าจะซื้อหนังสือดี ๆ ไปบริจาค ไว้หากจะไปจริงๆ รู้กำหนดการแล้วจะมาขอแบ่งปันเนอะ
บทสนทนาข้างต้น อยากนำเสนอไว้เป็นตัวอย่างในการแสดงหลักการความเข้าใจลูก ไม่ใช้ความคิดตน อำนาจพ่อแม่ในการตัดสินปัญหา ลูกมีสติปัญญาให้เขาฝึกใช้เนอะ เด็ก ๆ มีความคิดดี อยู่แล้วแม่ดาวว่า แค่กระตุ้นให้มันทำงานจริงไหม อาจไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีที่สุด แต่สำหรับแม่ดาวแล้วก็คิดว่าพอใช้ได้อยู่นะคะ อิอิ
ลองคิดในเหตุการณ์นี้ หากคุณคิดว่า กางเกงตัวนี้ของลูก ลูกคุณใส่ไม่ได้ คุณจะนำไปบริจาค (คุณตัดสินใจเองคิดแทนลูก) พอลูกพูดแบบนี้ คุณไม่พอใจในสิ่งทีคุณได้ยิน คุณคาดหวังว่าลูกของคุณต้องมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ลูกพูดเช่นนี้ ขัดใจ และแสดงอำนาจพ่อแม่ออกมา คุณคิดว่าจะจบลงแบบไหนนะ....
...เห็นด้วยค่ะ ..... ต้องเคารพการตัดสินใจ ของเขา นะคะ ...
-สวัสดีครับ
-ชอบแนวคิดและวิธีสอนแบบนี้ครับ..
-บางครั้งการที่จะนำของไปบริจาคหลายคนคิดเช่นนั้น คือ "ของที่เราไม่ใช้แล้ว ไม่มีประโยชน์สำหรับเราแล้ว"
-ขอบคุณครับ
เป็นเรื่องเล่าที่ดีมากค่ะ
นึกแล้วเชียว แม่ดาวต้องยุ่งๆ กับเจ้าตัวน้อย :) ตอนนี้ "โรงเรียนพ่อแม่" ใน GotoKnow กำลังรวมทีม blogger อยู่นะคะเพื่อมาช่วยกันถ่ายทอดเรื่องราวของการเลี้ยงลูกค่ะ
ลูกสาวก็หวงของค่ะ...บางครั้งก็มีคุณค่าทางจิตใจ
รออยู่ว่าเมื่อไรจะยกให้คนอื่น
...การเคารพการตัดสินใจ.... เป็นสิ่งสำคัญ ... บ่มเพราะได้ในวัยเยาว์ ....นำมาซึ่งการเคารพกัน ในสิ่งอื่น ๆ.....
ขอบคุณ ที่แบ่งปันค่ะ