ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก : โชคดี ...โชคดี

สุข ทุกข์ ล้วนมีความโชคดีอยู่ในนั้น

โชคดี- ผมชอบคำนี้มาก
     ไม่ว่าจะทุกข์ สุข เจ็บปวด เริงรื่น  ผมก็ถือว่าโชคดี 
     เพราะอย่างน้อย ก็ทำให้เราได้ทำความเข้าใจถึงวิถีแห่งชีวิตว่า สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นปรากฏการณ์ “ธรรมดา” ที่ชีวิตย่อมพบพาน

ย้อนกลับไปเมื่อคราวเป็นเด็กชั้นประถมสอง 
      มีอยู่วันหนึ่ง พี่ชายงอแงไม่ยอมต้อนวัวไปเลี้ยงที่ทุ่งและริมฝั่งเขื่อนลำปาว เดือดร้อนผมต้องทำงานนี้แทน 
      แรกนั้น ผมบ่นพึมพำ ฟาดงวงฟาดหาง ด่าทอพี่ๆ อย่างจัดจ้าน
      เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กและเล็กเกินกว่าจะรับผิดชอบเช่นนั้น

      แต่พอได้ลงมือทำ  ได้ใช้ชีวิตกับเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น  ผมก็บอกกับตัวเองว่า “โชคดี”
      ครับ-โชคดีที่มีโอกาสได้ทำ ได้สัมผัสกับชีวิตในอีกมิติหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นท้องทุ่ง สายน้ำ เปลวแดด ฟ้าฝน ต้นไม้ ขอนไม้ ตอไม้ ฝูงวัว ฝูงควาย หรือแม้แต่เพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นคนเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย

 

 

 

หรือแม้แต่ในวัยแรกรุ่นมัธยมต้น
      ผมไปเรียนหนังสือด้วยการนั่งรถฟรี  ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน 10 กิโลเมตร
      มีบางวัน “ตกรถ”  ต้องเดินเท้ากลับบ้าน
      การเดินเท้ากลับบ้าน ถือเป็นความ "โชคดี" อีกเหมือนกัน
      เพราะทำให้ผมได้สัมผัสกับเรื่องราวระหว่างทางเดิน  ซึ่งการนั่งรถ  ไม่สามารถเกื้อหนุนให้ผมสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านี้ได้เลย 

      ผมได้เรียนรู้ความเหน็ดเหนื่อย อดทน  เห็นความพลิ้วไหวและงดงามของบรรดาดอกหญ้าริมทางเท้า  ได้เห็นการใช้ชีวิตของผู้คนตามระยะต่างๆ ได้เห็นน้ำใจของผู้คนระหว่างทางผ่านการทักถาม หรือแม้แต่ชวนขึ้นรถ เป็นระยะๆ...

 

 

 

เช่นเดียวกับการไม่มีเงินทานข้าวเที่ยง
      ผมก็จำต้องหลบเร้น ด้วยการพาตัวเองไปจมจ่อมอยู่ในห้องสมุด   
      และนั่นก็ถือเป็นความ "โชคดี" ของผมอีกเช่นกัน
      เพราะผมได้มีโอกาสสัมผัสกับโลกอีกใบหนึ่งที่ถูกย่อมาจารึกไว้ในหนังสือแต่ละเล่ม
      แน่นอนครับ มันอาจจะมีทั้งเรื่องจริง เรื่องแต่ง  แต่ทุกๆ เรื่องก็ล้วนเป็นอาหารสมองชั้นเดียวสำหรับผม
       ครับ, ท่ามวิกฤตทั้งปวง  ผมโชคดีเสมอ
       อุปสรรค หรือวิกฤต ที่สุดผมก็จะถือว่าผม “โชคดี” ที่ได้สัมผัสกับมัน

 

ล่าสุดของการปิดเรียนเล็กของสองหนุ่ม
    ผมยังคงมุ่งมั่นส่งลูกๆ กลับไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก
    ในแต่ละวัน สองหนุ่มมีวิถีชีวิตที่ต่างกันอยู่ค่อนข้างมาก
    คนโตชอบไปวัด ไปช่วยพระอาจารย์ทาสีซุ้มประตูวัด  เก็บกวาดใบไม้  หรือแม้แต่วิ่งเล่นในวัดกับเพื่อนๆ
    ส่วนคนเล็ก  ไม่ยอมไกลห่างจาก “แม่ย่า”
    เขาทำหน้าที่ชวนแม่ย่าทานข้าว, เดินลัดเลาะหลังบ้านไปเก็บสมุนไพรมาต้ม  เพื่อบำบัดอาการป่วยของ “แม่ย่า”
    ครั้นตกเย็น  สองหนุ่มต้องแบ่งหน้าที่กันว่า ใครจะนอนกับแม่ย่าในบ้านหลังใหญ่ และใครจะไปนอนเป็นเพื่อน “พ่อปู่” ที่ทุ่งนา

 

 

 


เช่นเดียวกับเรื่องกิน เรื่องนอน
     ผมก็มักย้ำเน้นให้สองหนุ่มทำอะไรๆ ด้วยตนเอง เพื่อผ่อนเบาภาระของ “พ่อปู่และแม่ย่า”  เพราะท่านสุขภาพไม่ค่อยดี  ทำอะไรๆ ไม่แกร่ง เหมือนเก่าก่อน
     ดังนั้นสองหนุ่มจึงต้องลงไม้ลงมือกับชีวิตตัวเอง เป็นต้นว่า อาบน้ำ ปูที่นอน เก็บที่นอน
     และที่สำคัญคือการทำกับข้าวกินกันเองตามวาระ ทั้งนึ่ง ทอด ปิ้ง...
หรือแม้แต่การล้างถ้วยล้างจาน  สิ่งเหล่านี้ให้ทำด้วยใจ ไม่ใช่ทำเพราะแลกกับค่าขนมเนย..

 

 

 

ผมถามสองหนุ่มว่าเหนื่อยมั๊ย
      ครับ, บ่อยครั้งก็บอกว่าไม่เหนื่อย สนุก และมีความสุข ขณะบางห้วงก็ตอบว่าเหนื่อย
      แต่ที่สุดแล้ว เขาทั้งสองก็ยืนยันว่า “มีความสุข” กับวิถีแห่งการเรียนพิเศษบ้านนอกเช่นนี้
      และโดยส่วนตัว ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี
      จึงได้บอกกับเขาทั้งสองว่า “โชคดีแค่ไหนที่เราได้เกิดมาเป็นคน,
      โชคดีที่ได้เกิดมาในตระกูลของปู่ย่าตายาย,
      โชคดีที่ได้เกิดมาท่ามกลางความทุกข์ยาก...ฯลฯ

 



       ครับ, ผมบอกกับลูกๆ เช่นนั้นจริงๆ
       “โชคดี” และ “โชคดี”
       สุข ทุกข์ อิ่ม อด รวย จน ...เราก็ล้วนโชคดีที่ได้สัมผัสกับมัน
       และโชคดีอย่างมหาศาล  เพราะได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นร่วมกับคนที่เรารัก
       และคนเหล่านั้น ก็รักเราไม่แพ้กัน -


       โชคดี – โชคดี
       สุข ทุกข์ ล้วนมีความโชคดีอยู่ในนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

มาย้อนอดีต สมัย เป็น เด็กน้อย ปิดเทอม JJ มักจะไปอยู่กับ คุณลุงคุณป้า ที่โคราช ขี่สามล้อเล่นครับ

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณเรื่องราววิถีชีวิตที่น่าชื่นชมยิ่งนักในปัจจุบัน

ที่ดูแล้วนับวันยิ่งห่างหายไปจากความแนวคิดของหลายคน

ที่ปิดเทอม ส่งลูกไปเรียนพิเศษเมืองนอก :)

เขียนเมื่อ 

 

โชคดีจ้ะ...เอาตันกล้วยมหัศจรรย์มาฝากอาจารย์ด้วยจ้ะ

เขียนเมื่อ 

เด็กๆ น่ารักจังค่ะ

เขียนเมื่อ 

...ท่าทางมีความสุข สนุกกับการเรียนพิเศษนะคะ ...

เขียนเมื่อ 

โชคดีที่ได้อ่าน   อบอุ่นมากค่ะ   หลาน ๆ - ปู่ - ย่า 

ชวนแม่ย่าทานข้าว   หรือตัวเองจะได้กินด้วย  อิ อิ

เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยครับ

เด็กน้อยได้เรียนรู้การทำงานตั้งแต่เด็ก

อ่านแล้วมีความสุขครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องน่าชื่นใจแทนพ่อปู่และแม่ย่าค่ะ

เขียนเมื่อ 

คนเป็นพ่อแม่ คนเป็นครู ทุกคนอยากให้ลูก(ศิษย์)เรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำมาแล้ว(ซตพ) และเป็นผลดีต่อชีวิตนอนาคตเบื้องหน้า

ขอบคุณมากครับอาจารย์