ผมสังเกตมานานแล้วว่านักการเมืองและนักธุรกิจนั้นฉลาดกว่านักวิชาการมาก นักการเมืองนั้นฝรั่งเขาเรียกว่า "street smart" ส่วนนักวิชาการนั้นเป็นพวก "book smart" คือฉลาดในหนังสือหรือตามตัวหนังสือนั่นเอง จะไม่พลิกแพลงได้เท่ากับความฉลาดที่เกิดจากประสบการณ์ชีวิตโชกโชนบนน "ถนน" เหมือนนักการเมืองและนักธุรกิจ

ผมเองก็เป็นนักวิชาการ เป็นพวก "book smart" ที่เสียเปรียบพวก "street smart" มาตลอดชีวิตทีเดียว หลังๆ พอเสียเปรียบมากเข้าก็เริ่มมีความฉลาดที่จะพอสังเกตได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เท่าทันเขาอยู่ดี

ถ้าเรายังจำกันได้ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น อเมริกาโดยพรรคเดโมแครตตั้งท่าจะบุกซีเรียเอาจริงเอาจังมากชนิดว่าใครห้ามก็ไม่ยอม แต่ความพยายามนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการต่อต้านรุนแรงมากเกินกว่าที่จะบุกต่อไป ส่วนสาเหตุที่สำคัญคือรัสเซียและซีเรียเองก็เป็นกำลังสำคัญที่เล่นเกมส์การทูตไม่ได้เพลี่ยพล้ำ ปธน.ปูติน ของรัสเซียกับ ปธน.อัลซัด (ซึ่งมีดีกรีระดับเป็นหมอที่จบเฉพาะทางด้านโรคตาจากอังกฤษ) นั้นไม่ใช่หมูให้เฉือนได้ง่ายๆ

ปรากฎว่าความพยายามบุกซีเรียนั้นเป็นเกมส์ล่อเป้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการส่งร่างกฎหมาย "Obamacare" ให้ผ่านสภาและเผื่อต่อเนื่องประเด็นเพดานก่อหนี้ของอเมริกาอีกด้วย

แต่เมื่อไม่ได้บุกซีเรียพรรคเดโมแครตก็ต้องสู้กับพรรครีพับลิกันในประเด็นดังกล่าวตรงๆ ดังที่เราได้เห็นกันในเดือนที่ผ่านมา

เรื่องเกมส์ล่อเป้านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของการเมืองของทุกประเทศ

สมัย ปธน.คลินตัน จะโดนปลดเพราะมีปัญหาเรื่องชู้สาวนั่นเขาก็บุกเซอร์เบียแต่ก็เบี่ยงเบนปัญหาได้ไม่มาก

คนที่เล่นเกมส์ล่อเป้าได้ดีที่สุดคือ ปธน.บุช ดังที่เราได้เห็นกัน

"book smart" อย่างผมก็ได้แค่นั่งอยู่บนยอดดอยดูคนฉลาดๆ เขาเล่นเกมส์กัน ความสามารถของตัวเองที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนั้นคงไม่สามารถทำอะไรได้ กลายเป็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ฝึกฝน "อุเบกขาบารมี" เสียอีกครับ