"หมอรู้มั้ย ว่าพ่อไม่เคยรักหนูเลย พ่อไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำว่ามีหนูเป็นลูกอยู่อีกคน"
เพียงประโยคนี้ ที่หลุดออกมาจากปากของคนไข้หญิงคนหนึ่งที่อายุราวเกือบ ๒๐ ปีที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมพูดออกมา มันทำให้ผมหยุดความคิดทุกอย่างที่เคยคิดเอาไว้เกี่ยวกับตัวเธอ ความรู้สึกหงุดหงิดที่แสดงออกไปเมื่อครู่นี้พลันหายไปหมดสิ้น
…………......................................................................................
ประสบการดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องท้องไม่พร้อมมาระยะหนึ่ง ทำให้ผมสามารถเตรียมใจรับมือกับเหตุผลต่างๆนานาที่คนที่ประชันหน้าอยู่เล่าให้ฟัง ผมตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่ใช่คนท้อง เราไม่ใช่คนทำให้ท้อง เราไม่มีปัญหา ปัญหาเป็นของคนเขา เราต้องไม่เอาตัวเราไปผูกอยู่กับชีวิตเขา ดังนั้นเมื่อเราอยู่เหนือปัญหา เราคงนิ่งพอที่จะให้การปรึกษา เราน่าจะมองเห็นทางเลือกมากกว่าเขาที่เห็นแต่การทำแท้งเป็นเพียงหนทางเดียวในการแก้ไขปัญหา ผมว่าผมน่าจะเก่งแล้วนะ จนมาเจอกับน้องคนนี้
"หนูทำแท้งมา ๓ ครั้งแล้วค่ะหมอ"
เพียงแค่นี้ก็ทำเอาผมถอนใจ นั่งนิ่ง จ้องหน้าเธอ แล้วพูดออกไปด้วยอารมณ์ประมาณรำคาญจิต "นี่เธอไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยใช่ไหม"
เธอไม่ได้ตอบคำถามของผม คงได้แต่เพียงก้มหน้าแล้วปล่อยให้น้ำตาร่วงลงมาเป็นหยดๆ เพียงครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมาแต่ก็ยังไม่กล้าสบตาหมอผู้ชายที่เธอเดินเข้ามาปรึกษาคนนี้
ผมถามต่อ "แล้วเธอบอกแม่รึยัง"
"ยังค่ะ หนูไม่อยากให้แม่รู้แล้ว ทั้งสามท้องที่แล้วที่หนูทำแท้งไปแม่ก็เป็นคนพาไปทำค่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หนูไม่อยากทำเลย เพราะหนูรักแฟนคนนั้นมาก แต่แม่ไม่ยอมให้หนูท้องต่อ มาท้องนี้หนูไม่อยากให้แม่รู้แล้ว ช่วงนี้แม่เข้าวัดบ่อยมาก หนูไม่อยากให้แม่มารู้สึกบาปเพราะหนูอีก"
"แล้วพ่อล่ะ พ่อรู้รึยัง" หมอคนนี้ก็ยังถามไม่เลิก เพราะรู้สึกว่ามันคงมีอะไรอีกมากมายที่ผมยังไม่รู้
"หมอรู้มั้ย ว่าพ่อไม่เคยรักหนูเลย พ่อไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำว่ามีหนูเป็นลูกอยู่อีกคน"
เด็กสาวคนนี้ไม่ได้ถูกอยากให้เกิด พ่อกับแม่ไม่ได้รักกัน เขาแต่งงานกันเพราะถูกครอบครัวบังคับ เธอบอกว่าพ่ออยากได้ลูกผู้ชาย และเมื่อพ่อรู้ว่าลูกออกมาเป็นผู้หญิง พ่อก็ไม่ได้หันมาสนใจอีกเลย เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยถูกพ่อกอดบ้างหรือไม่ รู้เพียงแต่ว่าพ่อให้เงินส่งเสียให้เรียนหนังสือก็เท่านั้น การทำแท้งทั้งสามครั้งที่ผ่านมาพ่อไม่เคยรู้เรื่อง พ่อเกลียดการทำแท้ง
ฟังเรื่องราวจนจบ รู้สึกหนัก
ตำหนิตัวเองในใจ ว่าทำไมจึงตัดสินคนได้อย่างรวดเร็ว แค่ได้ยินว่าไปทำแท้งมา ๓ ครั้ง ก็เข้าใจไปเองว่าหญิงคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ไม่เรียนรู้ชีวิตเลย ตำหนิเขาไปโดยที่ไม่ทันได้ฟังเรื่องราว
ค่ำวันนั้น ผมขับรถกลับบ้านด้วยความคิดถึงคนที่รออยู่ ผู้หญิงทั้ง ๓ คนของผมโชคดีนักที่มีผมกลับบ้านมากอดมาจูบ (ไม่รู้เมียจะรู้สึกว่าเป็นโชคดีหรือไม่นะ แต่เอาเป็นว่าผมคิดแทนไปก่อนก็แล้วกัน) ลูกผมโชคดี เธอเป็นลูกที่พ่อปรารถนาให้เกิด พ่อได้อุ้มลูกก่อนใคร ก่อนแม่เสียอีก เมื่อตอนเล็กๆ พ่ออุ้มลูกออกเดินสูดอากาศทุกเช้า อ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอน ทุกวันนี้เรายังคงจูบกันทุกวัน แป้งจูบพ่อทุกวัน พ่อจูบแป้งทุกวัน พ่อกอดจ้าทุกวัน ก่อนนอนก็ยังกอดกัน จูบกัน บอกรักกันจนเฝือ
แต่นั่นแหละ เมื่อหันออกมานอกบ้าน ก็ยังมีคนที่มีชีวิตตรงข้ามอยู่อีกมากมาย ชีวิตที่ไม่เคยถูกพ่อกอดพ่อรัก มันขาดความรู้สึกอุ่นอก มันโหยหาความอบอุ่นจนต้องออกไปหาอกชายคนอื่นมาซุกซอน หนำซ้ำ เมื่อเกิดปัญหามาก็ได้รับการแก้ไขที่แม้นบางครั้งเธอเองก็ยังไม่สามารถตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองเลย มาครั้งนี้เธอจึงขอเลือกเอง
..........................................…....…………………….….………………
"หมอคะ หนูขอบคุณนะคะที่หมออุตส่าห์ฟังหนูเล่า"
ครั้งนี้หมอไม่ตอบ แต่มองหน้าเธอกลับด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเมื่อครู่นี้
น่าเห็นใจ คนขาดความรัก
ทำยังไงจะช่วยเติมความรักให้เธอ แม้เพียงน้อยนิด
เพื่อเธอจะไม่ได้กลับมาครั้งต่อไป ในปัญหาเดิม
พี่แก้วครับ กำลังระลึกถึงเชียว รู้ไหม ผมเจอนักศึกษาแพทย์ที่มีนามสกุลเดียวกับพี่ด้วยนะ
เศร้าจังเลย