วันแรกที่ไปถึงบาหลี ได้ชมวัดตานะห์ล็อต ของศาสนาฮินดู

และชมหาดชายทะเล ซึ่งอยู่ในเมืองเดนปาซาร์ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน

แต่หากจะนานก็เป็นเพราะรถติด...เหมือนเมืองท่องเที่่ยวทั่วไป

 

วันรุ่งขึ้น จึงมีเวลาในการเดินทางมากขึ้น...ออกไปเมืองด้านนอก คือ เมืองอูบุต

เพื่อไปชมวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของชาวบาหลี หรือที่เรียกว่า ชนบท

ซึ่งยังมี ท้องนา ให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งระหว่างทาง และเมื่อเข้าถึงชุมชน

 

 

การปกครองของอินโดนีเซีย แตกต่างจากประเทศไทย 

มีการปกครองแยกเป็น จังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีผู้ปกครอง ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง

และเป็นการปกครองโดยเจ้าผู้ครองนคร หรือ สุลต่าน ที่สืบทอดกันมา

รวมถึงบาหลี ก็ยังมีเจ้าผู้ครองนครอยู่เช่นกัน 

บาหลี ถือเป็นจังหวัด และมีเมืองอยู่ 8 เมือง (เทียบได้เท่ากับอำเภอบ้านเรา) 

โดยมี เมืองเดนปาซา เป็นเมืองหลวงของบาหลี

แต่ภายใต้ประเทศ ที่เป็น สาธารณรัฐ ซึ่งมีประธานาธิบดี เป็นผู้นำประเทศ

 

 

เมื่อเดินทางเข้าถึงปากทางเข้า ชุมชน แห่งหนึ่งของเมืองอุูบุต

เราก็พบด่านตั้งขวางถนน นั่นคือระบบการเก็บค่าผ่านทางที่ อบต.ของหมู่บ้านจัดตั้งขึ้น

เพื่อเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้าน และนาขั้นบันได ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

นักท่องเที่ยว ยินดีจ่าย เพื่อจะได้เข้าไปถ่ายรูป และเดินชมทัศนียภาพที่หาดูได้ยากในประเทศอื่นๆ

ลืมถามไกด์มาว่า จ่ายไปเท่าไร...

แต่เมื่อลงจากรถก็ได้พบภาพของ  ภูเขานาขั้นบันได  ยิ่งใหญ่นัก...สุดยอดเลย

 

 

เมื่อสอบถามจาก นาวิต้า ไกด์ของเรา ก็พบเรื่องที่น่าหดหู่ใจ

คือ นาขั้นบันได ที่นี่ ล้วนใช้ ปุ๋ยเคมี และสารเคมีสำหรับกำจัดศัตรูพืช

ถือเป็น การทำนาเชิงพาณิชย์อย่างเข้มข้น ทั้งเพื่อขายข้าว และเพื่อการท่องเที่ยว

บาหลี สามารถผลิตข้าว เพียงพอต่อการบริโภคของเกาะบาหลี

แต่ อินโดนีเซีย ในอดีต ปลุกข้าวไม่พอต่อการบริโภคในประเทศ

เนื่องจากมีประชากรถึง 250 ล้านกว่าคน 

รัฐบาลบางสมัย มีการรณรงค์ ให้คนอินโดฯ ทานข้าววันละ มื้อ

เพื่อลดการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ

 

แต่ปัจจุบัน อินโดฯ ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และปลูกข้าวมากขึ้น

เพราะตั้งเป้าจะเป็น ครัวโลก ในปี 2573...แข่งกันประเทศไทยหน่อยนะ

 

 

แน่นอน...เมื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ต้องมี ร้านค้าของที่ระลึกของบาหลี

ให้ นักซอปไทย...ได้ซื้อหาของฝากเช่นเคย

เราเพิ่งได้รับรู้จาก นาวิต้า ว่า สโลแกนของนักท่องเที่ยวไทย คือ

"ชอป แชะ ชิม"

แปลว่า ไปที่ไหน ก็ต้อง ชอปปิ้ง  ถ่ายรูป (แชะ) และหาของกิน (ชิม)

นั่นแหละคนไทยจ้า.....

 

 

 

 

 

 

เมืองอูบุต ถือเป็นเมืองการท่องเที่ยวของบาหลีก็ว่าได้

นอกจากจะมีนาขั้นบันไดให้ชมแล้ว 

ยังเป็นเมืองผลิตสินค้าพื้นเมืองประเภท หัตถกรรม ทั้งหลาย ที่มีฝีมือดีอีกด้วย

ระหว่างทางเราจะเห็นบ้านเรือนเรียงราย ที่เปิดหน้าบ้านเป็น ร้านค้างานฝีมือต่างๆ 

ไม่ว่า จะเป็นงานปั้น งานไม้ งานวาด และงานจักสาน 

เสียดายที่เราไม่ได้แวะ เพราะเวลาไม่พอ...ได้แต่ชะโงกทัวร์....

และนำรูปมาฝากแทนจ้า

 

 

 

 

 

 

 

ผ่านเมืองอูบุตไปด้วยความงดงามทางวัฒนธรรม..เพลินตา เพลินใจ

หากจะขายการท่องเที่ยวในแถบอาเซียน...อย่าทำลายวัฒนธรรมเดิม

เพราะนั่นคือ ความแตกต่างที่งดงาม

และทำให้ นักเที่ยว ต้องเดินทางไปจนถึงต้นตอของวัฒนธรรม

เพื่อเข้าใจให้ถึงราก และ ฐานคิด ที่เป็นต้นกำเนิด

 

แถบชนบทของ บาหลี จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

หากมีเวลา สามารถอยู่ได้เป็นวันๆ เพราะมีจุดเล็ก จุดน้อย ให้ค้นหา

และมีความต่อเนื่องกันตลอดเส้นทาง...เรียกว่าถ้าแวะชมทุกแห่ง 

จะต้องใช้เวลากับ บาหลี 3-5 วัน จึงจะจุใจทีเดียว

 

คราวหน้าแวะไป บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ของชาวฮินดู...เป็นการปิดท้าย บาหลี

pis.ratana บันทึก