แมงลักเพื่อสุขภาพ

 

 

ต้มแมงลัก

 

แมงลัก ทางเชียงใหม่จะเรียกว่า ก้อมก้อ บันทึกนี้จะกล่าวถึงเฉพาะเมล็ดแมงลักนะคะ สำหรับใบแมงลักแล้วจะทำอาหารมาฝากค่ะ เมล็ดแมงลักเป็นอาหารที่กินง่ายรสจืด แต่การกินแต่ละครั้งต้องพอประมาณและควรจะแช่น้ำก่อนี่นำเข้าไปในท้อง เพื่อให้ทราบปริมาณในการใช้ต่อมื้อ เพราะแมงลักไม่คงที่เหมือนเมล็ดงาหรือพืชอื่นๆที่ไม่พองเป็นเหมือนวุ้นรอมเมล็ดเมื่อโดนน้ำ   การใช้แต่ละครั้งก็ควรพอดีเพราะแมงลักไม่มีสารอาหารอะไรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นอาหารที่ช่วยร่างกายในด้านอื่น 

 

วิธีทำเมล็ดเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

 

เมล็ดแมงลัก 1 ช้อนชาเล็ก

 

ดอกอัญชันสดและแห้ง ปลูกไว้เด็ดมาใส่เพื่อเพิ่มประโยชน์ในน้ำที่จะดื่ม

 

แช่ในน้ำในแก้ว และแช่ดอกอัญชันในน้ำต้มเดือดแบบชงชา

 

หรือแช่ในตะแกรงหรือกระชอนถ้าทำมากต่อครั้ง

 

เริ่มพอง

 

 

พองเต็มที่

 

นี่คือเหตุและผล ที่แนะนำ ให้แช่ในตะแกรงหรือกระชอน เมื่อเมล็ดแมงลักพองเต็มที่ ก็ยกขึ้นจะมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปในร่างกายตกหล่นลงอยู่ก้นภาชนะที่เราลองไว้ ซึ่งผงหรือตะกอนนั้นถ้าเข้าไปในกระเพาะ ลำไส้แล้วย่อยออกมาไม่หมดกินบ่อยเกิดการสะสม ก็อาจไปตกข้างในอวัยวะที่เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วได้ หรือแช่ในแก้วน้ำก่อนที่เราจะให้เข้าไปในร่างกายก็กรองในตะแกรงก่อนแล้วค่อยไปผสมกับน้ำหรืออาหารอื่น กรณีทำมากเราก็ใส่ในตะแกรงใหญ่หรือกระชอน  อยากฝากบอกผู้ทำแมงลักขายหากทำได้ช่วยทำก็จะดีต่อผู้ซื้อมาก

 

แมงลักแช่น้ำพองตัวในปริมาณ 1-2 ช้อนชา เหมาะต่อการใช้ต่อครั้ง แมงลักเป็นอาหารรสจืด หากไม่ผสมน้ำหลังจากแช่น้ำแล้วก็ตักกินได้เลยแล้ว ดื่มน้ำตามทุกครั้งก็ได้เช่นกัน ไม่ควรเมล็ดแมงลักที่ยังไม่แช่น้ำ เพราะถ้าดื่มน้ำเข้าไปแล้วบางเมล็ดอาจไปตกค้างไม่พอง ไม่ย่อยแล้วจะมีปัญหาต้อสุขภาพได้ภายหลัง

 

 

แมงลักผสมน้ำพร้อมดื่ม

 

 

น้ำดอกอัญชันใส่น้ำมะนาวจะเป็นสีม่วงและได้สารอาหารเพิ่มจากมะนาวไปพร้อมกับดอกอัญชัน

 

 

 

แมงลักในน้ำดอกอัญชันใส่น้ำมะนาว

 

การเพิ่มสีจากดอกอัญชันหรือสีจากสมุนไพรอื่นๆ

ทำให้เราได้สรรพคุณประโยชน์จากสมุนไพรที่นำมาเพิ่มในน้ำพร้อมดื่มได้

 

เมล็ดแมงลักดีต่อสุขภาพอย่างไร มีดังนี้

 

 เมล็ดแมงลัก  

 " สารอาหารที่พบช่วยดูดซับน้ำตาลเอาไว้ ทำให้น้ำตาลซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง พบว่าสารเมือก mucilage จะเป็นตัวดูดซับน้ำตาลและจะไม่ถุกย่อย ช่วยหล่อลื่น และเพิ่มกากอุจจาระ 

เมล็ดแมงลักเมื่อแช่น้ำแล้วจะพองตัวเป้นเยื่อขาวโต และเป็นเมือก เมื่อรับประทานจะทำให้ถ่ายอุจจาระสะดวกเพราะเมือกขาวทำให้ลื่น อุจจาระไม่เกาะลำไส้ 

ลดความอ้วน เมื่อรับประทานแล้ว สารเมือกจากเปลือกผลจะไม่ถุกย่อย และไม่ถูกดุดซึมเข้าร่างกาย จึงใช้ก่อนรับประทานอาหาร หรือรับประทานในมื้อที่ต้องการจะงดอาหารเพื่อไม่ให้กระเพาะว่าง โดยใช้เมล็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่น้ำแก้วใหญ่จนพองเต็มที่ รับประทานก่อนนอน เป็นยาระบาย หรือรับประทานบางมื้อเป็นยาลดความอ้วน

บรรเทาโรคเบาหวาน ช่วยลดการดูดซึมผ่านผนังลำไส้ หลังรับประทานอาหารช่วยให้ลำไส้ผู้ป่วยโรคเบาหวานดูดซึมน้ำตาลเข้ากระแสโลหิตช้าลง คือ ช่วยให้น้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยไม่สูงขึ้น จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

รายงานการทดลอง  ในปีค.ศ. 1985 ประเทศไทย ได้มีการทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานกินเมล็ดแมงลักครั้งละ 10 กรัม หลังอาหารวันละ 3 ครั้ง พบว่าสามมารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากกินอาหารมื้อนั้นได้อย่างชัดเจน และถ้ากินแมงลักก่อนกินน้ำตาลกลูโคส พบว่า มีความอดทนต่อการกินน้ำตาลกลูโคสได้ดี "

 

( ขอบคุณ ประโยชน์เมล็ดแมงลักจากหนังสือ สมุนไพรบำบัดเบาหวาน เรียบเรียงโดย เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก )

 

 

เมล็ดแมงลักเป็นเมล็ดธัญญพืชที่หาซื้อได้ไม่ยากสำหรับคนที่อยู่ในเมือง เพราะมีขายทั้งแบ่งเป็นขีดเป็นกิโลกรัมตามความต้องการได้ในตลาดที่ร้านขายของแห้ง และในร้านใหญ่ ซุปเปอร์มาเก็ต แผนกอาหารที่มีเป็นถุงมียี่ห้อ  กรณีที่บางท้องที่ไม่มีจำหน่ายหาซื้อยาก ก็ควรมีการแนะนำผู้ที่ขาย เช่น ร้านของชำ  นำมาขายเพราะราคาไม่แพงการบรรจุแบ่งใส่ถุงจำหน่ายก็ไม่ยาก  แมงลักดีต่อผู้ที่มีปัญหาท้องผูกได้ด้วย เมล็ดแห้งซื้อมาต่อครั้งเก็บไว้ได้นานไม่เสียง่าย นำมาใส่ในอาหารได้หลายอย่างเช่น รวมมิตร สลัด เครื่องดื่มทั้งแบบเย็นและแบบร้อน ฯ หลายๆคนคงชอบอยู่แล้วนะคะ 

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี

วันเสาร์ที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ ๒๕๕๖